IWC Pilot Mark XX Mercedes-AMG Petronas Team

Date:

พร้อมวอร์มอัปสำหรับการแข่งขันรถฟอร์มูลาวันปี 2025 ด้วยเรือนนักบินไทเทเนียมแต่งสีเขียวปีโตรนาส

เพิ่งเข้าสู่เดือนมกราคมของศักราชใหม่แท้ ๆ แต่ทาง IWC ในฐานะการเป็นนาฬิกาอย่างเป็นทางการของทีมแข่งฟอร์มูลาวัน Mercedes-AMG Petronas ก็รีบเผยโฉมนาฬิกาเวอร์ชั่นแรกของซีซั่นปี 2025 สำหรับทีมแข่งชื่อดังนี้ออกมาแล้ว โดยใช้เรือนร่างของนาฬิกานักบิน Pilot’s Watch Mark XX ในรูปแบบ 3 เข็มพร้อมฟังก์ชั่นวันที่เป็นพื้นฐานในการสร้างความพิเศษ แล้วให้ชื่อว่า IWC Pilot’s Watch Mark XX Mercedes-AMG Petronas Formula One Team

IWC Pilot Mark XX Mercedes-AMG Petronas Team

สืบเชื้อสายมาตั้งแต่ยุค 1940s

Mark XX ที่ใช้เป็นฐานในการสร้างสรรค์ครั้งนี้ เป็นนาฬิกาเจเนอเรชั่นล่าสุดที่บอกเวลาแบบคลาสสิกด้วยเข็มกลางทั้งสามและแสดงวันที่ผ่านช่องหน้าต่าง โดยยังคงลักษณะการเป็น Pilot’s Watch ในขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก พอดี ๆ ซึ่งย้อนอดีตไปหาบรรพบุรุษได้ถึงทศวรรษ 1940s ในฐานะนาฬิกาสำหรับเจ้าหน้าที่ในกองทัพที่ให้ชื่อว่า Mark X โดยทาง IWC นำกลับมาสร้างขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ปี 1993 ด้วยรุ่น Mark XII และออกใหม่ต่อเนื่องกันมาเรื่อย ๆ จนถึง Mark XX ในปัจจุบัน

IWC Pilot Mark XX Mercedes-AMG Petronas Team

เรือนไทเทเนียมน้ำหนักเบา

Mark XX แบบตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 ขนาด 40 มม. หนา 10.6 มม. ผิวพ่นทรายทั้งเรือน ถูกเลือกนำมาใช้กับนาฬิกาเอดิชั่นพิเศษนี้ โดยเจือการตกแต่งด้วยสีเขียวประจำแบรนด์น้ำมันปีโตรนาสเข้าไปอย่างพอดี ๆ คือ ใช้กับสเกล หลักชั่วโมง สารเรืองแสง สัญลักษณ์ และข้อความต่าง ๆ บนหน้าปัดสีดำสนิทผิวด้าน ร่วมด้วยเข็มสีดำที่เคลือบสารเรืองแสงสีเขียวเฉดนี้จนเกือบเต็มพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่การใช้สีเขียวร่วมกับสีดำบนเข็มวินาที และใช้จานวันที่สีดำพิมพ์เลขเขียว ประกอบมากับสายยางสีเขียวปีโตรนาสทั้งเส้น

IWC Pilot Mark XX Mercedes-AMG Petronas Team

กลไกชั้นยอด

สำหรับกลไกที่บรรจุมาให้เป็นจักรกลแบบอัตโนมัติ Cal.32111 จาก ValFleurier โรงงานในเครือกลุ่ม Richmont ที่มีจุดเด่นอยู่ตรงการให้พลังงานสำรองอย่างเหลือเฟือถึง 5 วัน (120 ชั่วโมง) แต่ไม่ได้เปิดโอกาสให้มองเห็นเพราะปิดด้วยฝาหลังแผ่นทึบที่สลักตกแต่งด้วยตราโลโก้ Mercedes – AMG Petronas F1 Team ร่วมกับลายหกเหลี่ยมเล็ก ๆ ห้อมล้อมอยู่

IWC Pilot Mark XX Mercedes-AMG Petronas Team

นาฬิการุ่นนี้ ทางแบรนด์แจ้งว่าพร้อมจำหน่ายแล้ว โดยไม่ได้เป็นการผลิตแบบจำนวนจำกัดแต่อย่างใด นั่นหมายถึงว่าเป็นการผลิตออกมาในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น โดยไม่ได้แจ้งไว้ว่าจะทำออกมากี่เรือน

IWC Pilot’s Watch Mark XX Mercedes-AMG Petronas Formula One Team

  • Ref.IW328210
  • ตัวเรือน: ไทเทเนียมเกรด 5 ขนาด 40 มม. หนา 10.6 มม. ผิวพ่นทราย เม็ดมะยมและฝาหลังแบบขันเกลียว กันน้ำได้ 100 เมตร กระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารกันแสงสะท้อน
  • หน้าปัด: สีดำผิวด้าน เข็มสีดำ สเกล หลักชั่วโมง สารเรืองแสง เลขวันที่ และเข็มวินาที เป็นสีเขียวปีโตรนาส
  • กลไก: อัตโนมัติ Cal.32111 ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง พลังงานสำรอง 120 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง นาที วินาที และวันที่
  • สาย: ยางสีเขียวปีโตรนาส ตัวล็อกไทเทเนียมแบบหัวเข็มขัดผิวพ่นทราย พร้อมระบบ EasX-CHANGE ให้ถอดเปลี่ยนได้ง่าย

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

Share post:

More like this

Hermès Arceau Cavalier en Formes ผลงานชิ้นพิเศษที่ผลิตขึ้นจำกัดเพียง 6 เรือนทั่วโลก

วิเคราะห์วิธีคิดการออกแบบหน้าปัดสามมิติตามแบบศิลปะคิวบิซึมและกลไกชั้นสูง Calibre H1924 ใน Hermès Arceau Cavalier en Formes รุ่นพิเศษตัวเรือนไวท์โกลด์ 43 มิลลิเมตร

ตลาดนาฬิกาประมูลยังร้อนแรงต่อเนื่อง Phillips Hong Kong ปิดยอดในงาน The Hong Kong Watch Auction: XXII พุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 90%

เจาะลึกบทวิเคราะห์เชิงอินไซด์จากงานประมูลนาฬิกา Phillips ฮ่องกง ซีซั่นล่าสุด ยอดรวมทะลุ 403 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง พร้อมสถิติใหม่ของ Patek Philippe Ref. 2499 และช่างอิสระระดับสากล

Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph สลัดลุคนาฬิกาสปอร์ตสายลุย ลดขนาดลงมา 37 มม. จับคู่กับเฉดสีชมพูและขอบหน้าปัดเพชร

เมื่อนาฬิกาสปอร์ตสายลุยลดขนาดลงมาอยู่ที่ 37 มิลลิเมตร แต่อัดแน่นด้วยวิศวกรรมกลไกจับเวลารุ่นล่าสุด Audemars Piguet นำเสนอ Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph (Ref. 26430IS) ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 37 มิลลิเมตร ที่ปรับสัดส่วนความหนาเหลือเพียง 11.5 มิลลิเมตร

พักความวุ่นวายจากหน้าจอ ปรับเลนส์สายตา แล้วมาโฟกัสที่พื้นผิว และมิติภาพ วิธีเปลี่ยนบุคลิกนาฬิกา Integrated ของ Louis Erard 2340

เจาะลึกงานวิศวกรรมตัวเรือนไฮบริดไทเทเนียมและสเตนเลสสตีลที่หนาเพียง 8.95 มิลลิเมตร ของ Louis Erard 2340 พร้อมบทวิเคราะห์วิธีคิดเบื้องหลังลวดลายหน้าปัดสี Mauve และ Forest