Eric de Rocquigny ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการระดับสากลและผู้อำนวยการสาขาผลิตภัณฑ์ของ Van Cleef & Arpels ขึ้นรับรางวัลสาขานาฬิกาสำหรับผู้หญิง Ladies’ Watch PrizeVan Cleef & Arpels Lady Jour Nuit
“ด้วยการประดับเพชรเรียงรายบนส่วนของพระจันทร์ และส่วนของพระอาทิตย์ที่เป็นเยลโลว์โกลด์สลักแต่งกิโยเช บนแผ่นจานอเวนจูรีนสีน้ำเงินที่หมุนครบรอบในทุก 24 ชั่วโมง แล้วปกคลุมด้วยเปลือกหอยมุกทำสีน้ำเงินและสลักลาย นาฬิกา Van Cleef & Arpels Lady Jour Nuit จึงเป็น “นาฬิกาที่ควรค่าต่อการครอบครอง” ที่ผู้ชื่นชอบนาฬิกามักเรียกขานนาฬิกาที่มีลักษณะเช่นนี้”
Ladies’ Complication Watch Prize: Van Cleef & Arpels Lady Arpels Brise d’Été
Yap บอกว่า “การได้เห็น Van Cleef & Arpels คว้ารางวัลนี้ สมกับความรู้สึกที่คาดว่ามันควรได้รับ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงงานฝีมือทางศิลปะต่าง ๆ จำนวนมากที่บรรจงกระทำกับ Lady Arpels Brise d’Été”
Men’s Complication Watch Prize: De Bethune DB Kind of Grand Complication
“การแข่งขันในปีนี้ เป็นการชิงชัยที่ดุเดือดระหว่างผู้แข่งขันที่มีชื่อเสียงหลายราย แต่ท้ายที่สุดแล้ว De Bethune DB Kind of Grand Complication ก็คว้าตำแหน่งชนะเลิศมาได้ โดยนาฬิการุ่นนี้นั้นโดดเด่นด้วยหน้าปัดที่มีอยู่ทั้ง 2 ฝั่งของตัวเรือนและทำงานด้วยกลไกที่มีความซับซ้อนหลายคอมพลิเคชั่น รวมไปถึงเพอร์เพทชวล กาเลนดาร๋ และทูร์บิญองด้วย” นี่คือความเห็นของ Lee
Pierre Jacques ซีอีโอของ De Bethune ผู้ชนะเลิศรางวัล Men’s Complication Watch PrizeaDe Bethune DB Kind of Grand Complication
Artistic Crafts Watch Prize: Van Cleef & Arpels Lady Arpels Jour Enchanté
Lee บอกว่า “ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Van Cleef & Arpels Lady Arpels Jour Enchanté ชนะรางวัลนาฬิกาหัตถศิลป์นี้ได้อย่างไร การผลิตนาฬิการุ่นนี้ใช้เงินไปมากมาย ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการผลิต เพราะมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเอาใจคนทั่วไปตั้งแต่แรกแล้ว แต่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันประณีต”
Thein Ming ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าครีเอเทฟของ Ming ผู้ชนะเลิศในสาขา Sport Watch PrizeMing 37.09 Bluefin
“หากมองเผิน ๆ Ming 37.09 Bluefin อาจดูคล้ายกับเวอร์ชั่นมาตรฐาน ซึ่งนี่ไม่ได้หมายความว่า Ming รุ่นมาตรฐานจะดูไม่น่าดึงดูดใจขนาดนั้น เพราะที่จริงแล้ว Ming เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นในด้านรูปลักษณ์ที่ปรากฏและนวัตกรรมใหม่เป็นที่สุด โดยได้นำสไตล์อันโดดเด่นและแนวคิดนอกกรอบนี้มาสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์นาฬิกาดำน้ำ
“นาฬิการุ่น 37.09 Bluefin ของ Ming เป็นการสร้างนาฬิกาสปอร์ตที่ตอบโจทย์ทุกข้อ ไม่ว่าจะเป็นแนววงขอบที่หมุนตั้งเวลาได้ซึ่งอยู่ด้านใน เม็ดมะยมคู่ (ที่ดูสนุกและชวนให้นึกถึงนาฬิกาดำน้ำแบบคอมเพรสเซอร์ในสมัยก่อน) และสามารถกันน้ำได้อย่างน่าประทับใจถึง 600 เมตร การบรรลุเป้าหมายโดยไม่กระทบต่อความสวยงามถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่ง แต่ในทางกลับกันนั้น Ming ได้ดัดแปลงแบบแผนของนาฬิกาประเภทนี้ให้เข้ากับความงามในรสนิยมของตนเอง”
ดาราฮอลลีวูดพูดคุยกับเราเกี่ยวกับการเข้าสู่ความเป็นคนรักนาฬิกา การพัฒนาตนเองในฐานะนักสะสม และนาฬิกาที่ Michael Jordan มอบให้กับเขา และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย
“ผมชอบสวมใส่นาฬิกาบนข้อมือ มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ขึ้น” Fred Savage กล่าวพร้อมกับนึกถึงจุดเริ่มต้นในเส้นทางการเป็นนักสะสมนาฬิกาของเขา ไม่ยากเลยที่จะจินตนาการว่า ดาราดังจากซีรีส์ดังในยุค 80s – 90s เรื่อง The Wonder Years เมื่อวัย 10 ขวบ จะอยากรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ขึ้นด้วยการสวมใส่นาฬิกา ตอนนี้เขาเติบโตขึ้นมากในฐานะนักแสดงและผู้กำกับ รวมถึงการเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในชุมชนนักสะสมนาฬิกา
แน่นอนว่า Hamilton คือ นาฬิกาเรือนนั้น แต่ที่จริงผมก็มีนาฬิกาเรือนหนึ่งที่ดีมาก ๆ โดยซื้อมาตอนอายุ 14 หรือ 15 ปี ซึ่งผมไม่ได้ใส่เลย แต่นาฬิกาเรือนนี้มีเรื่องราวแปลก ๆ อยู่มาก ตอนที่ผมยังเป็นเด็กและเพิ่งเริ่มแสดง ผมได้เล่นโฆษณาหลายเรื่องในชิคาโก ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผม และตอนที่อายุ 8 หรือ 9 หรืออาจจะ 10 ปีนี่ล่ะ ผมได้เล่นโฆษณาให้กับตัวแทนจำหน่ายรถ Chevrolet ที่ชิคาโกแลนด์ และเขาได้จับคู่ผมเข้ากับนักกีฬาคนหนึ่ง ซึ่งเป็นดาวรุ่งคนใหม่ในทีม Bulls ที่ชื่อ Michael Jordan
นาฬิกาควอตซ์ Bulova ซึ่งมีข้อความส่วนตัวจาก Michael Jordan บนหน้าปัด
มันเป็นโฆษณาระดับท้องถิ่นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นอาชีพของเขา และเขายังไม่ได้ทำโฆษณาชิ้นใหญ่ ๆ ในระดับประเทศเลย ผมจึงได้รู้จักเขามากขึ้นเล็กน้อย และผมก็ติดต่อกับเขามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขามีมูลนิธิการกุศลที่ชื่อว่า Michael Jordan Foundation และมีอยู่ปีหนึ่งที่ผมทำงานให้กับมูลนิธิแห่งนี้ และเพื่อเป็นการขอบคุณ เขาจึงมอบนาฬิกาให้ผมเรือนหนึ่ง เป็นนาฬิกาเครื่องควอตซ์ Bulova Tank เคลือบทอง โดยบนหน้าปัดนาฬิกามีข้อความว่า “Thanks, Michael”
เมื่อผมแต่งงาน ภรรยาของผมก็ซื้อ Bell & Ross 123 ให้ผมเป็นของขวัญแต่งงาน โดยที่ด้านหลังมีข้อความจารึกว่า “The Best Is Yet To Come” และเธอก็บอกว่า “ดูสิ นี่คือนาฬิกา 1016 สำหรับคนที่ทำงานอย่างคุณ” มันชวนให้นึกถึงรุ่น 1016 และมาจากบริษัทที่ดี และมันยังทำให้ผมตระหนักว่านาฬิกาเป็นสิ่งที่สามารถบันทึกช่วงเวลาสำคัญ ๆ เหล่านี้ได้
Bell & Ross 123
ผู้คนมักพูดว่า “นาฬิกาอะไรที่คุณจะไม่ขายมันออกไป” และผมก็โชคดีที่ได้สะสมและเป็นเจ้าของนาฬิกาสวย ๆ หลายเรือน ซึ่งมีความสำคัญต่อตัวผมเอง และบางทีก็อาจรวมถึงบรรดานักสะสมด้วย ผมสามารถเลือกเก็บหรือไม่เก็บนาฬิกาเหล่านั้นก็ได้ แต่นาฬิกา Bell & Ross เรือนนี้มีความพิเศษสำหรับผมจริง ๆ
นาฬิกา Bell & Ross เรือนนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะหลังจากนั้นผมก็ซื้อนาฬิกาดำน้ำ Seiko 2-3 เรือน และนาฬิกาวินเทจที่เป็นนาฬิกาประเภทนั้น แต่แล้วในวันเกิดอายุครบ 40 ปีของผม ภรรยาผมก็ซื้อนาฬิกา 1016 ให้ผม เพราะเธอรู้ว่านี่คือสิ่งที่ผมต้องการมาโดยตลอด
ผมยังมีนาฬิกา Audemars Piguet Royal Oak 5402 ซีรี่ส์ A ที่ยอดเยี่ยมมากอยู่เรือนหนึ่ง เพราะผมชอบเรื่องราวของต้นกำเนิด มันเป็นนาฬิกาที่มีเรื่องราวมากมายและออกแบบโดยนักออกแบบที่มีชื่อเสียง (Gérald Genta นั่นเอง) และยังถือเป็นนาฬิกาที่ท้าทายมากในสมัยนั้น นาฬิการุ่นนี้สร้างอาณาจักรของตนโดยเริ่มต้นด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายแต่สุดแสนจะโหดในเวลานั้น แน่นอนว่ามี Royal Oak ที่มีกลไกซับซ้อนหรือเป็นที่ต้องการมากกว่ารุ่นนี้ แต่ผมชอบมองดู 5402 และคิดว่านี่คือเรือที่นำพาเรือลำอื่นๆ ทั้งหมดออกไปข้างหน้า
การที่ Ulysse Nardin ให้การสนับสนุนองค์กรการกุศล One More Wave เพื่อทหารผ่านศึกอย่างต่อเนื่อง เป็นแรงบันดาลใจให้กับทหารผ่านศึกได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทหารผ่านศึกที่พวกเขาให้การสนับสนุน
โดยหลังจากรับประทานเบอร์เกอร์และเบียร์กันจนอิ่มแล้ว พวกเขาก็ได้ออกแบบนาฬิกา UN Diver Deep Dive ‘One More Wave’ Limited Edition ขึ้นมา นี่คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง Ulysse Nardin และ One More Wave ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่มุ่งช่วยเหลือทหารผ่านศึกที่บาดเจ็บและพิการด้วยความช่วยเหลือของ Surf Therapy
One More Wave ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดย Alex West อดีตทหารหน่วยซีลของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานมากกว่า 20 ปีและเคยประจำการในสนามรบ 15 ครั้ง เป้าหมายของ One More Wave คือ การช่วยเหลือทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บและพิการ ซึ่งต้องต่อสู้กับบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจ
โดยพวกเขาใช้การเล่นเซิร์ฟเพื่อบรรลุภารกิจดังกล่าว ปัจจุบัน การดำเนินงานประจำวันได้รับการดูแลโดย Rob Garnett กรรมการผู้จัดการ ซึ่งเกษียณอายุจากหน่วยซีลของกองทัพเรือสหรัฐฯ เช่นกัน ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา One More Wave ได้มอบกระดานโต้คลื่นให้กับทหารผ่านศึกที่ต้องการกว่าร้อยแผ่น โดยกระดานหลายแผ่นได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการทางกายภาพเฉพาะตัวของผู้รับ
เราไปที่เวิร์กช็อปที่กระดานทั้งหมดได้รับการออกแบบและสร้างด้วยมือ ที่ผนังถูกประดับด้วยรูปถ่าย ตราสัญลักษณ์ และเครื่องหมายของหน่วยที่รวมอยู่บนกระดานที่ One More Wave จัดเตรียมไว้ให้ ผมรู้สึกประหลาดใจมากที่ได้เห็นปริมาณงานที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ค่อนข้างเล็กและทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นด้วยคนเพียงไม่กี่คน
จนถึงขณะนี้ Ulysse Nardin ได้ผลิตนาฬิกาที่ร่วมออกแบบกับ One More Wave ออกมา 2 รุ่นแล้ว รุ่นแรกก็คือ Diver Deep ‘Diver One More Wave’ LE ซึ่งเป็นนาฬิกาดำน้ำขนาดใหญ่ แข็งแกร่ง และทรงพลัง พร้อมรับมือกับระดับความลึก 1,000 เมตร และมีรายละเอียดของดีไซน์ที่ดูเท่อยู่มากมาย ส่วนรุ่นที่สองคือ Diver One More Wave LE
โดยนาฬิการุ่นแรกจะเน้นไปที่สไตล์แท็คติกและเป็นรูปแบบสำหรับทหาร แต่รุ่นที่สองกลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็นนาฬิกาสปอร์ตอเนกประสงค์มากกว่า โดยนำสีน้ำเงินอมเขียวอันเป็นสัญลักษณ์สีของ One More Wave มาผสมผสานในการออกแบบ และแน่นอนว่ายังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ UN อยู่อย่างเต็มเปี่ยมอีกด้วย นาฬิกาทั้ง 2 รุ่นผลิตขึ้นแบบจำนวนจำกัดเพียง 100 เรือนเท่านั้นและขายหมดอย่างรวดเร็ว
แต่นาฬิกาก็ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการสนับสนุนโดย Ulysse Nardin เพราะพวกเขาได้จัดงานระดมทุน ให้การสนับสนุนการพบปะ และจัดงานเลี้ยงส่วนตัว สำหรับลูกค้าและนักสะสมเพื่อให้ทำความรู้จักกับองค์กรนี้และผู้คนที่อยู่เบื้องหลัง งานส่วนใหญ่เหล่านี้กระทำในฐานะที่แบรนด์เป็นเบื้องหลัง โดยมีเป้าหมายเพื่อมุ่งเน้นไปที่ One More Wave ไม่ใช่ที่ Ulysse Nardin นี่คือ การกุศลที่ถูกกระทำอย่างถูกต้อง และเป็นเรื่องของการทำงาน ไม่ใช่เป็นรางวัลที่งานสามารถมอบให้ได้
เมื่อถึงเวลาที่ต้องสร้างกระดาน Garnett จะเป็นคนวางแผนและกระทำการด้วยตัวเอง โดยทำความรู้จักกับบุคคลนั้น ๆ อย่างแท้จริง และต้อนรับพวกเขาเข้าสู่เครือข่ายการสนับสนุนที่ One More Wave สร้างขึ้น Garnett ใส่ใจกับผู้รับกระดานแต่ละคนมาก และปริมาณงานที่ใช้ในการสร้างและปรับกระดานให้เหมาะกับความต้องการของพวกเขา ถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่งจริง ๆ แต่เรื่องนี้ยังไม่จบแค่นั้น เพราะยังมีองค์ประกอบส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงไม่ใช่เป็นเพราะข้อบังคับ แต่เพราะเขาใส่ใจจริงๆ
นาฬิกาคอลเลกชั่นใหม่นี้ก็จะเข้ามาแทนที่นาฬิกาสปอร์ตเรือนสตีลแบบบอกเวลาเพียงอย่างเดียวของ Patek ซึ่งประการแรกก็คือจะทำให้มันเป็นที่ต้องการอย่างมาก ส่วนประการที่สองก็คือ การทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเข้าหาแบรนด์สำหรับนักสะสมหน้าใหม่จำนวนมาก
Michael Tay กรรมการผู้จัดการกลุ่มของ The Hour Glass และ Jean-Claude BiverJean Arnault ผู้อำนวยการฝ่ายนาฬิกาของ Louis Vuitton กำลังพูดคุยกับผู้เข้าร่วมงาน
แบรนด์อิตาเลียนรายนี้ไม่เคยอยู่ห่างไกลจากทะเล โดยครั้งนี้ได้เข้าไปมีส่วนสำคัญยิ่งในการถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันไปพร้อมกับทีมนักเดินเรือ Luna Rossa
ด้วยแสงแดดที่สาดส่องลงมาบนตัวเราในเช้าวันนั้น อาจไม่มีใครเชื่อเลยว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พายุฝนฟ้าคะนองได้โหมกระหน่ำชายฝั่งคาตาลันอยู่ทุกวัน จนทำให้ต้องยกเลิกการแข่งขันอย่างกะทันหันในช่วงรอบโรบินของ Louis Vuitton America’s Cup ครั้งที่ 37 เรามาถึงทันเวลาพอดีในการชมรอบรองชนะเลิศ ซึ่งทีมที่เหลืออีก 4 ทีมต้องแข่งขันกันเพื่อชิงโอกาสเข้ารอบชิงชนะเลิศ ด้วยความงามของนาฬิกา Panerai บนข้อมือของผม มันไม่ได้มีอะไรพิเศษ ก็แค่เป็น Radiomir Black Seal PAM183 รุ่นเก่าเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าเรามาที่นี่เพื่อเชียร์ทีม Luna Rossa Prada Pirelli ที่โดดเด่นแตกต่างด้วยสีเงินกับสีแดงที่มีชีวิตชีวาและจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันที่ไม่เคยย่อท้อ
ที่ฐานของทีม Luna Rossa เต็มไปด้วยแฟน ๆ ของทีม
ทีม Luna Rossa ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำของท่าเรือ Port de Barcelona Port Vell เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมต่าง ๆ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง ผู้ชมแห่แหนกันมาจนเต็มพื้นที่ว่างทุกแห่งรอบ ๆ หมู่บ้านการแข่งขัน โดยเฉพาะโซนแฟน ๆ ที่หวังว่าจะได้เจอสมาชิกทีมเรือใบสักคน คุณจะเห็นครอบครัวที่มีลูกเล็ก คู่รักหนุ่มสาวที่กำลังออกเดท กลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการแล่นเรือ กลุ่มเพื่อน ๆ ที่ออกมาสนุกสนานกัน และมาสคอตที่สวมชุดแฟนซีเพื่อสร้างเสียงหัวเราะ
ในปี 1956 เขาได้ลงทะเบียนเรียนหลักสูตรสามปีที่ National College of Horology แต่ก็ลาออกก่อนจบหลักสูตร เมื่อโปรเจกต์สุดท้ายของการสร้างนาฬิกาพกถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน
และต่อมาเป็นของนักเปียโน Arthur Rubinstein ด้วยความประทับใจในนาฬิกาเรือนนั้น ทำให้ Pratt เกิดแรงบันดาลใจที่จะสร้างนาฬิกาทรงรีของตัวเอง โดยอธิบายว่ามันคือการแสดงความเคารพต่อปรมาจารย์ช่างนาฬิกาผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เช่น Abraham-Louis Breguet, John Arnold และ Professor Alfred Helwig
A. Lange & Söhne นำเสนอเรื่องราวผ่านทุกองค์ประกอบ ด้วยตัวเรือนที่ท้าทายความกดดันในการเลือกระหว่างความแข็งแกร่งและความสง่างาม ตัวกลไกที่อาจทำให้นาฬิการุ่นอื่น ๆ ในระดับเดียวกันดูด้อยค่าลงเมื่อพูดถึงเรื่องความสวยงาม เข็มนาฬิกาที่จัดว่าอยู่ในกลุ่มที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม หน้าปัดในรูปแบบดั้งเดิมที่ทำขึ้นจากหินแข็ง ซึ่งใส่ใจในโครงสร้างและการจัดวางรูปแบบมากกว่าการใช้กลไกที่ซับซ้อนที่สุด A. Lange & Söhne จึงยังคงเป็นผู้นำอยู่เช่นเคยจากการเปิดตัวนาฬิกาใหม่เหล่านี้
S คือ แนวคิดขั้นสูงสุดที่ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ Freak โดยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นด้วยกลไกการเคลื่อนไหวอันทรงพลังของคาลิเบอร์ UN-251 ลักษณะคล้ายยานอวกาศที่เคลื่อนไปโดยรอบของ Freak S อาจทำให้คุณนึกถึงเทคโนโลยีจากต่างดาว
Freak ONE เปิดตัวออกมาในปี 2023 โดยเป็นทายาทสายตรงของนาฬิกาของแบรนด์ที่ออกแบบโดย Oechslin ในปี 2001 ด้วยราคาที่อยู่ระหว่าง S ที่สูงกว่าและเสน่ห์ในตัวเรือนขนาดเล็กของ X นาฬิการุ่นนี้ยังคงมีลักษณะเฉพาะตัวของ Freak รุ่นไอคอน
Freak ONE ปี 2023มุมอันน่าทึ่งที่สะท้อนให้เห็นในบริดจ์เวิร์กของเอสเคปเมนท์ที่ทำหน้าที่บอกนาที
Freak ONE OPS เป็นนาฬิกาโทนสีเข้มที่พร้อมสำหรับทำภารกิจ ซึ่งเหมือนกับ Freak X OPS ที่มีขนาดเล็กกว่าซึ่งผสมผสานกับลักษณะของการผจญภัย ส่วนสีเขียวมะกอกเข้มนั้นให้ความรู้สึกสงบนิ่ง ซึ่งเป็นลักษณะที่ตัดกับธรรมชาติที่เต็มไปด้วยไดนามิกของ Freak
ถึงกระนั้น ความซับซ้อนอันน่าทึ่งของกลไกโทนสีเข้มที่ลอยอยู่เหนือแผ่นดิสก์ชั่วโมงที่มีลายเส้นแบบเรเดียลก็ให้ความรู้สึกที่ซับซ้อนสมกับระบบของกลไก สำหรับโทนสีนั้นได้รับการปรับปรุงใหม่ในฤดูใบไม้ร่วง เมื่อ Matthieu Haverlan และทีมงานของเขาเปิดตัว Freak ONE Navy Blue ภายในตัวเรือนขนาด 44 มม. เช่นเดียวกัน
เราถูกเสนอให้เห็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินเรือที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์นาฬิกาเดินเรือแบบโครโนมิเตอร์ของแบรนด์ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็น Freak ONE ที่นำเสนออะไรใหม่ ๆ อีกในปี 2025 ในฐานะหนึ่งในชิ้นงานที่สวมใส่ได้ง่ายที่สุดในคอลเลกชั่นเพราะเข้ากับการแต่งตัวของผู้ชายได้ง่าย
Freak X ตั๋วเข้างานสุดเย้ายวน
X เป็นโจ๊กเกอร์ในแพ็คของ Freak โดยเป็นแขนที่ดูมีชีวิตชีวาและเข้าถึงมรดกของ Freak ได้ ด้วยตัวเรือนขนาด 43 มม. ที่เล็กกว่าและมีน้ำหนักเบาสวมใส่ง่าย และมันก็เป็น Freak เพียงรุ่นเดียวที่มีเม็ดมะยม ทีมออกแบบของ Ulysse Nardin ได้ทำให้ธรรมชาติที่ดูดุร้ายของ Freak ดูสงบลง แต่ยังคงมอบบุคลิกที่โดดเด่นเหมือนเดิม ซึ่งเห็นได้ชัดจาก X Ti Black ในรูปแบบโทนสีโมโนโครม ที่มีราคาต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์
มรดกของ Ludwig Oechslin ยังคงปรากฏอยู่ในความน่าทึ่งของกลไกฟลายอิงคารูเซล โดยมีออสซิลเลเตอร์เส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่ที่น่าดึงดูดใจอยู่เช่นเคย องค์ประกอบสำคัญที่ถูกลดขนาดลงของกลไกคาลิเบอร์ UN-230 ยังคงปรากฏให้เห็น แต่ด้วยชิ้นส่วน 405 ชิ้น จักรวาลขนาดเล็กของมรดกที่พบเห็นได้บน Freak X ก็ยังคงมีความซับซ้อนอย่างน่าประหลาดใจ
ด้วยรูปลักษณ์ของเม็ดมะยมที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ทำให้รุ่น X กลายเป็นก้าวแรกสู่จักรวาล Freaky ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทั้งยังเหมือนกับรุ่น Freak S ที่อวดโฉมการใช้ดิสก์บอกชั่วโมงที่ตกแต่งกิโยเชมาอย่างโดดเด่น และ Freak X ก็ได้เผยความงามที่ตัดกันผ่านการเคลือบอีนาเมลให้เป็นสีน้ำเงินเข้ม เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปีของ PMT The Hour Glass ในประเทศไทย
โดย Ulysse Nardin ได้ผสมผสานงานฝีมืออันเก่าแก่และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเข้าด้วยกันในรุ่น Freak X Enamel Blue ด้วยดิสก์แสดงชั่วโมงตกแต่งกิโยเชที่เคลือบอีนาเมลด้วยมืออยู่ภายใต้รางสเกเลตันบอกชั่วโมงและนาทีที่อยู่ภายนอก อดีตและปัจจุบันจึงดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ
สีแดงเฉดนี้ยังสื่อถึงความตั้งใจของ Sincere Fine Watches ในการส่งเสริมวงการนาฬิกาชั้นสูง และเป็นคู่หูที่เข้ากันได้ดีกับ Chopard Happy Sport The First Sincere Platinum Jubilee Edition ที่เปิดตัวเมื่อต้นปี พร้อมเติมเต็มเป็นคู่ของขวัญสุดหรูในเทศกาลปลายปี
ความร่วมมือระหว่าง TAG Heuer และแบรนด์ Senna เริ่มขึ้นในปี 1988 อันเป็นการฉลองปีแห่งการคว้าแชมป์และอิทธิพลที่ยั่งยืนของ Senna โดยซีอีโอของ TAG Heuer คือ Antoine Pin ได้เน้นย้ำถึงเกียรติของการรำลึกถึงแชมเปี้ยนที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักแข่งในอนาคต “Ayrton Senna ได้สร้างความประทับใจให้กับเราทุกคนใน TAG Heuer และได้สร้างความประทับใจให้กับโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ต ทั้งบนสนามแข่งและในชีวิตจริง ด้วยการเปิดตัว TAG Heuer Carrera Chronograph Tourbillon x Senna เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยืนยาวของเขาและจิตวิญญาณที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับแชมเปี้ยนรุ่นใหม่ ๆ เช่นเดียวกับที่เขาสร้างแรงบันดาลใจให้กับเรา”
“เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ TAG Heuer ต่อไปในการสร้างสรรค์นาฬิกาชั้นยอดอย่าง TAG Heuer Carrera Chronograph Tourbillon x Senna” Bianca Senna ซีอีโอของแบรนด์ Senna กล่าว “นับเป็นสิทธิพิเศษที่ได้เห็นมรดกของ Ayrton ยังคงอยู่ และมี TAG Heuer เป็นพันธมิตรในการเดินทางครั้งนี้ Ayrton จะรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งกับความพยายามของเรา และเราหวังว่าบรรณาการนี้ไม่เพียงแต่จะเฉลิมฉลองชีวิตที่น่าทึ่งของเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อไปมุ่งมั่นสู่ความยิ่งใหญ่ด้วย”
ข้อมูลทางเทคนิค: TAG Heuer Carrera Chronograph Tourbillon x Senna
Piaget Andy Warhol Clou de Paris: เมื่อดีไซน์อันเป็นตำนานได้ชื่อใหม่ที่สะท้อนตัวตนแฟนตัวยง
Piaget Andy Warhol Clou de Paris: เสน่ห์เรือนเวลาแห่งยุค ในโลกของนาฬิกาหรูที่หลายครั้งดูคล้ายกันไปหมด Piaget Andy Warhol Clou de Paris รุ่นนี้กลับสร้างความแตกต่างที่สะดุดตาและสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการออกแบบได้อย่างโดดเด่น เมื่อชื่อเดิม “Black Tie” เปลี่ยนเป็นชื่อที่สะท้อนความสัมพันธ์กับศิลปินระดับตำนาน Andy Warhol การเปิดตัวครั้งใหม่นี้คือบทใหม่ที่ผสมผสานความหรูหรา ความร่วมสมัย และความอัจฉริยะของศิลปะอย่างลงตัว
Yves Piaget และ Andy Warhol.
Andy Warhol กับ Piaget: พันธมิตรแห่งความหรู
ทำไม Piaget ถึงเลือก Andy Warhol? คำตอบง่าย ๆ คือเขาเป็นแฟนตัวยงของแบรนด์! ในยุคที่ Piaget ครองตำแหน่งแห่งความเก๋และความโก้ Andy Warhol ครอบครอง Piaget ถึง 7 เรือน โดยมีนาฬิการุ่น Black Tie เป็นหนึ่งในของสะสมสำคัญที่สะท้อนตัวตนของเขา