IAMWATCH 2024 ความสำเร็จของแบรนด์นาฬิกาอิสระที่สิงคโปร์

Date:

ผู้ผลิตนาฬิการายอิสระยังคงเติบโต รุ่งเรือง และเป็นที่ต้องการสูง

งาน IAMWATCH ซึ่งจัดขึ้นโดย The Hour Glass ตั้งแต่วันที่ 17-20 ตุลาคมที่สิงคโปร์ ได้รวบรวมบรรดาช่างทำนาฬิกา นักสะสม ผู้ชื่นชอบนาฬิกา และผู้มีชื่อเสียงอย่างหลากหลาย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับงานฝีมือ นวัตกรรม และการผลิตนาฬิกาแบบอิสระ ซึ่งงานนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของงานที่จะกลายมาเป็นเหตุการณ์สำคัญในปฏิทินนาฬิการะดับโลก

สำหรับช่างทำนาฬิกาอย่าง Stepan Sarpaneva, Sylvain Pinaud และ Benoît Mintiens นั้น พวกเขาเล่าว่า การเข้าร่วมงาน IAMWATCH นี้จะเป็นโอกาสในการพบปะกับนักสะสมในภูมิภาคนี้ และพวกเขาก็รู้สึกประทับใจกับการตอบรับจากผู้คนที่มาร่วมงาน “ผมไม่ได้คาดหวังอะไรนักตอนที่มาที่นี่” Sarpaneva กล่าว “แน่นอนว่าผมอยากมาสิงคโปร์ แต่ในที่สุดตอนนี้ผมก็ได้ไปเยี่ยมเยือนคนที่สั่งหรือซื้อนาฬิกาของผมทั้งที่ผ่านทาง The Hour Glass หรือจากผมโดยตรงในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และการจัดแสดงงานในลักษณะนี้ก็มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ผลิตนาฬิการายย่อยอย่างผมซึ่งอยู่ในฟินแลนด์ เพราะไม่มีผู้ผลิตแบบเราในประเทศแถบนอร์ดิกที่สามารถเดินทางมาและขายนาฬิกาที่นี่ได้มากนัก”

“การแสดงงานในครั้งนี้เกินความคาดหมายของผมไปมาก” Pinaud กล่าว “ผมทำนาฬิกาเพียง 15 เรือนต่อปี หลังจากนั้นผมก็ต้องบอกผู้ซื้อรายต่อไปว่า ขอโทษด้วย มันมีคนจับจองหมดแล้ว หรือคุณจะต้องรอรอบต่อไป แต่ที่นี่ ผู้คนกลับบอกว่า “โอ้ เราขอถ่ายรูปกับคุณได้ไหม” ผมมองตัวเองเป็นเพียงคนทำงานที่มือสกปรกในตอนท้ายของวัน แต่ผู้คนกลับมองว่าผมเป็นนักมายากลหรือร็อคสตาร์ ตอนแรกมันแปลกมากที่ได้เห็นพลังของผู้คนและความรักที่พวกเขามีต่อการทำนาฬิกา ดังนั้น ใช่แล้ว แค่วันแรกของงานก็สนุกมากแล้ว”

“การได้พบกับลูกค้าในชีวิตจริงเป็นเรื่องดีเสมอ และยังสามารถอธิบายรายละเอียดได้อย่างละเอียดมากขึ้นด้วย” Mintiens กล่าว “มันเป็นเรื่องของความหลงใหล เหมือนกับการไปดูการแข่งขันฟุตบอล เพราะการไปที่นั่นด้วยตัวเองนั้นดีกว่าเสมอ”

มองไปยังอีกฝั่งหนึ่งของห้อง คุณจะพบกับผู้คนอันหลากหลาย ตั้งแต่รุ่นพี่อย่าง Maximilian Büsser ไปจนถึงรุ่นน้องที่มีความจริงจังสูงอย่าง Gautier Massonneau และ Théo Auffret ตัวตนของนาฬิกาจากผู้ผลิตรายอิสระได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีมากมายและหลากหลายเพียงใด แต่เมื่อพวกเขามารวมกัน พวกเขาก็รับรู้ได้ถึงวิวัฒนาการของผู้ผลิตนาฬิการายอิสระที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พวกเขามองในแง่บวก “เรามีแผนที่จะตั้งโรงงานขึ้นในใจกลางกรุงปารีสแล้ว และเราต้องการที่จะอยู่ที่นั่นต่อไปอีกนาน” Auffret กล่าว

“ลักษณะเฉพาะตัวของความเป็นปารีส คือ สิ่งที่เราต้องการแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งก็คือความที่เราแตกต่างจากนาฬิกาที่ผลิตในสวิตเซอร์แลนด์ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความทันสมัยที่เชื่อมโยงกับปารีสในยุคปัจจุบัน ซึ่งยังคงเป็นเมืองแห่งแฟชั่น ผู้สร้างสรรค์ และสิ่งโรแมนติกบางอย่าง เราต้องมุ่งมั่นในสิ่งที่เราต้องการสร้าง ไม่ใช่แค่ลอกเลียนแบบนาฬิกาที่ผลิตในสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้น”

“ผมมักจะพูดอยู่เสมอว่าการออกแบบนั้นไม่ใช่ประชาธิปไตย” Massonneau นักออกแบบจากปารีสคนหนึ่งกล่าว “คุณต้องมีคนเพียงคนเดียวในการออกแบบ ไม่เช่นนั้นผลลัพธ์ที่ได้ก็จะออกมาไม่ชัดเจน เมื่อความคาดหวังของนักสะสมมีมากขึ้น พวกเขาก็ยิ่งต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม ดังนั้นจึงเป็นเรื่องท้าทาย ซึ่งเราก็ต้องรู้วิธีในการตอบคำถาม”

“ดีไซน์ของเจเนอเรชั่นใหม่ในนาฬิกาของผู้ผลิตนาฬิการายอิสระนั้นดูมีแนวคิดที่เป็นอนุรักษ์นิยมมากขึ้น ด้วยนาฬิกาสุดคลาสสิกแบบนีโอเรโทร” Büsser กล่าว “หากคุณบอกเราว่าในอีก 20 ปีให้หลัง คนเจเนอเรชั่นใหม่จะผลิตนาฬิกาคลาสสิกด้วยขนาด 36 มม. ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต่อต้านอย่างยิ่ง เราก็คงไม่เชื่อ แต่กระแสนิยมแต่ละกระแสมักจะต่อต้านวัฒนธรรมเดิมซึ่งเป็นเพียงปฏิกิริยา ดังนั้นในอีก 20 ปีข้างหน้า ในปี 2044 เราคงต้องรอดูว่าคนเจเนอเรชั่นต่อไปจะบ้าคลั่งอย่างสุดขั้วหรือไม่”

รายนามของช่างทำนาฬิกาข้อมือ นาฬิกาคล็อก และช่างฝีมือรายอิสระที่น่าประทับใจ

Konstantin Chaykin ผู้มีชื่อเสียงจากนาฬิการุ่น “Joker” ที่มีดีไซน์แปลกตาและดึงดูดผู้พบเห็นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับความเป็นเลิศด้านกลไก โดยเมื่อไม่นานมานี้ เขาเพิ่งสร้างความตกตะลึงให้กับโลกนาฬิกาด้วยการผลิตนาฬิกากลไกจักรกลที่มีขนาดบางที่สุด ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในงาน Geneva Watch Days ในปีนี้ ส่วน Cédric Johner ช่างฝีมือจากเจนีวาก็นำเสนอตัวเรือนในดีไซน์ที่ไม่ธรรมดาของเขาควบคู่ไปกับผลงานแกะสลักอันประณีตของเขา ขณะที่ Petermann Bédat ซึ่ง Florian และ Gaël เป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ ได้นำเสนอคอลเลกชั่นของตนเอง ซึ่งรวมถึงเรเฟอเรนซ์ 1967 ที่มีวินาทีแบบเดดบีท นาฬิการุ่นนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับนักสะสมชาวสิงคโปร์คนหนึ่งอย่าง Aaron Wan เนื่องจากเขาเป็นผู้ที่ได้รับนาฬิกา Petermann Bédat เรือนแรกของเขามาจากมือของเหล่าช่างทำนาฬิกาเอง ซึ่งตอกย้ำความสำคัญของความสัมพันธ์ส่วนตัวในโลกของนักสะสม

นอกจากนี้ในงานยังมีนาฬิการุ่นใหม่ ๆ ที่น่าสนใจอีกด้วย Felix Baumgartner จาก Urwerk ได้เปิดตัว UR-150 Scorpion ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ล้ำสมัยที่ออกแบบโดยใช้การแสดงเวลาผ่านรูปแบบแซเทลไลท์อันเป็นเอกลักษณ์และสุนทรียศาสตร์ที่ล้ำสมัยประจำตน Matthieu Haverlan กรรมการผู้จัดการของ Ulysse Nardin ได้เปิดตัว Freak ONE Navy Blue รุ่นใหม่ Rémi Maillat จาก Krayon ก็สร้างความฮือฮาด้วยนาฬิกา Anywhere Arborea สีสันสดใส ซึ่งมีวิธีการแสดงเวลาแบบบทกวีที่ไม่เหมือนใครโดยอิงจากการคำนวณเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก และก็ต้องไม่ลืม Alcée Montfort ซึ่งแบรนด์ Maison Alcée ของเขาได้นำเสนอ Persée Alcée นาฬิกาคล็อกจักรกลที่ลูกค้าสามารถประกอบเองได้ นอกจากนี้ พวกเขายังได้เปิดตัวพื้นที่ขายนาฬิกาแห่งใหม่ในสิงคโปร์โดยร่วมมือกับกลุ่ม The Hour Glass อีกด้วย โดยเกิดขึ้นตามมาหลังจากการเปิดตัวครั้งแรกที่ MB&F MAD Gallery ในเจนีวา และได้รับรางวัล GPHG ประจำปี 2023 ในสาขา Audacity Prize ซึ่งเป็นรางวัลแด่ความหาญกล้าในการสร้างสรรค์

รายนามช่างทำนาฬิกาที่มีความสามารถอันโดดเด่นนั้นยังประกอบด้วยช่างฝีมือชั้นยอดตั้งแต่ Rexhep Rexhepi ไปจนถึง Rémy Cools ซึ่งล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงในด้านความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสพบปะพูดคุยกับ Kari Voutilainen ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการตกแต่งและงานฝีมือที่พิถีพิถัน รวมถึง Pierre Jacques จาก De Bethune ซึ่งได้นำผลงานสร้างสรรค์อันประณีตและมีสไตล์ของแบรนด์มาจัดแสดง ส่วน Biver ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ใช้ชื่อเป็นนามสกุลของ Jean-Claude Biver และ Pierre ลูกชายของเขา ได้นำเสนอนาฬิกา Automatique อันแสนคลาสสิกของพวกเขา นอกจากนี้ ยังมี Patrick Pruniaux ซีอีโอของทั้ง Ulysse Nardin และ Girard-Perregaux มาร่วมงานด้วย

งานในครั้งนี้ยังเน้นย้ำถึงงานฝีมือด้านการทำนาฬิกาที่มักถูกมองข้าม โดยหนึ่งในผลงานที่น่าประทับใจที่สุดก็คือ นาฬิกา La Vallée Clocks ซึ่ง Massimiliano Quintavalle เป็นผู้นำมาจัดแสดง นาฬิกาคล็อกที่ผลิตขึ้นมาเพียงเรือนเดียวนี้มากับฟังก์ชั่นเพอร์เพทชวล กาเลนดาร์ ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกที่แสดงให้เห็นถึงความงามและความสามารถด้านวิศวกรรม โดยนาฬิการุ่นนี้ให้พลังงานสำรองได้ถึง 30 วัน นอกจากนี้ยังมีช่างทำนาฬิกาชื่อดังท่านอื่น ๆ เช่น Philippe Lebru จาก Utinam ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการตีความนาฬิกาจักรกลแบบคลาสสิกขึ้นใหม่ให้มีความทันสมัย ​​และ Robert Bray จาก Sinclair Harding ซึ่งผลงานของเขาได้รวบรวมประเพณีการทำนาฬิกาของอังกฤษที่สืบทอดกันมายาวนานหลายศตวรรษเอาไว้

ย่างก้าวที่กล้าหาญของงาน IAMWATCH

งานแสดงนาฬิกา IAMWATCH ครั้งแรกนี้ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย โดยสร้างความประทับใจให้กับทั้งผู้เข้าร่วมงานและชุมชนเหล่านักทำนาฬิกาทั้งหลาย ในยุคที่การผลิตแบบจำนวนมากมักบดบังความเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกาแต่ละแบรนด์ งาน IAMWATCH เป็นการเฉลิมฉลองให้กับศิลปะ นวัตกรรม และสัมผัส โดยส่วนตัวของนักทำนาฬิการายอิสระ ด้วยการนำช่างฝีมือที่มีความสามารถมากที่สุดในโลกมารวมตัวกัน งานนี้จึงเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมชุมชนที่นักสะสม ผู้ที่ชื่นชอบ และผู้ผลิตนาฬิกา สามารถมีส่วนร่วมได้โดยตรง

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

ที่มา: by Katherine Arteche

Share post:

More like this

แนะนำ 6 นาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตที่แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมลุยสถานการณ์ฝนตกชุกช่วงครึ่งปีหลัง

แนะนำ 6 นาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตที่แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมลุยสถานการณ์ฝนตกชุกช่วงครึ่งปีหลัง และสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับลุค Everyday Wear ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph สลัดลุคนาฬิกาสปอร์ตสายลุย ลดขนาดลงมา 37 มม. จับคู่กับเฉดสีชมพูและขอบหน้าปัดเพชร

เมื่อนาฬิกาสปอร์ตสายลุยลดขนาดลงมาอยู่ที่ 37 มิลลิเมตร แต่อัดแน่นด้วยวิศวกรรมกลไกจับเวลารุ่นล่าสุด Audemars Piguet นำเสนอ Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph (Ref. 26430IS) ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 37 มิลลิเมตร ที่ปรับสัดส่วนความหนาเหลือเพียง 11.5 มิลลิเมตร

เปิดมุมมองความคิดเห็นต่อวงการนาฬิกาของเด็กยุคใหม่: เมื่อเรือนเวลากลายเป็นมากกว่าแค่เครื่องบอกเวลา และการลงทุนในยุคดิจิทัล

เจาะลึกนิยามใหม่ของเรือนเวลาในมุมมองคนรุ่นใหม่ จากเครื่องบอกเวลาสู่งานศิลปะ สินทรัพย์ทางเลือก และวัฒนธรรม Pop Culture ที่ขับเคลื่อนด้วยทรงพลังของกระแสโซเชียล

ตอกย้ำกระแสนาฬิกาพก? เมื่อสิงโตคำรามจากผ้าพันคอไหม ย้ายไปอยู่บนฝา Pocket Watch ด้วยงานต่อไม้ชิ้นเล็กระดับเศษมิลลิเมตรหน้าตาจะเป็นอย่างไร?

เบื้องหลังการรังสรรค์นาฬิกาพกเรือนพิเศษ Slim d’Hermès Pocket Roaaaaar! ประจำปี 2026 ที่ผสานความงามของฝาเปิดงานต่อลายไม้ 10 ชนิดเข้ากับหน้าปัดลงยา Grand Feu และกลไกอัตโนมัติบางพิเศษ H1950 ผลิตจำกัดเพียงสีละ 3 เรือนเท่านั้น