6 นาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตที่สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับลุค Everyday Wear ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
บทความโดย: Thitiporn
ก้าวเข้าสู่เดือนมิถุนายน เดือนที่ 6 ของปีอย่างเป็นทางการ เผลอแป๊บเดียวเราก็เดินทางกันมามาถึงครึ่งปีแล้ว ช่วงเวลานี้นอกจากจะเป็นหมุดหมายของการทบทวนตัวเอง อีกหนึ่งสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาพร้อมๆกันก็คือ “ฤดูฝน” ช่วงเวลาที่หลายคนมองว่าเป็นมรสุมย่อยๆในชีวิตประจำวัน ทั้งการเดินทางที่ชวนให้หงุดหงิด ความเหนอะหนะ และความเปียกปอนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ในสภาพอากาศแบบนี้ ไอเทมที่น่าเป็นห่วงที่สุดชิ้นหนึ่งคงหนีไม่พ้น “นาฬิกาข้อมือ” เพราะไม่ใช่ทุกเรือนที่จะพร้อมเผชิญหน้ากับความชื้นและสายฝนไปพร้อมกับเรา แต่ฤดูมรสุมก็ทำอะไรเราไม่ได้หากมีการเตรียมตัวที่ดี วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนมาส่อง 6 นาฬิกาดำน้ำ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน กันน้ำได้ดีเยี่ยม พร้อมลุยไปทุกที่ตั้งแต่การใช้งานในชีวิตประจำวันไปจนถึงทริปดำน้ำสุดมันส์ แถมยังแมทช์เข้ากับลุค Everyday Wear ได้อย่างลงตัว ช่วยให้การแต่งตัวช่วงกลางปีสนุกและคอมพลีทขึ้นกว่าที่เคย
1. TAG Heuer Aquaracer Professional 300 Date
เริ่มด้วยตัวแทนความสปอร์ตหรูที่เข้าได้กับทุกคน ไฮไลท์อยู่ที่ขอบหน้าปัด 12 เหลี่ยมที่ดูโมเดิร์น โฉบเฉี่ยว ตัดกับหน้าปัดสลักลายขวางที่เล่นแสงไฟอย่างงดงาม เรื่องกันน้ำลึกได้ถึง 300 เมตร หมดห่วงแน่นอน แถมยังช่วยอัปสไตล์การแต่งตัวในวันทำงานหรือลุคชิลๆในวันหยุดให้ดูภูมิฐาน มีคลาส ใส่เข้ากับเสื้อผ้าทุกชุดได้ง่ายแบบไม่ต้องคิดเยอะ
2. Tudor Pelagos 39
สายลุยที่ชอบความคล่องตัวต้องหลงรักเรือนนี้ เพราะตัวเรือนและสายทำจากไทเทเนียมทำให้น้ำหนักเบาหวิว สวมใส่สบายตลอดทั้งวัน มาพร้อมหน้าปัดและขอบเซรามิกสีดำซาติน ให้ลุคเรียบหรู ดุดันแบบมินิมอล ไม่ตะโกนจนเกินไป ด้วยขนาดข้อมือพิมพ์นิยมที่ 39 มิลลิเมตร ยิ่งทำให้มันกลายเป็นนาฬิกาที่หยิบมาแมทช์กับเสื้อยืดกางเกงยีนส์ได้เท่สุดๆ


3. Longines Legend Diver
ถ้าชอบความคลาสสิกวินเทจแบบเน้นรสนิยม เรือนนี้คือคำตอบของคุณ ความเท่คือการซ่อนขอบสเกลจับเวลาไว้ด้านในตัวเรือน ทำให้หน้าปัดดูเรียบเนียน สะอาดตา ผสมผสานความเป็นเดรสและสปอร์ตไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ดีไซน์ที่ไม่มีขอบหนาๆด้านนอกทำให้สามารถสวมซ่อนใต้แขนเสื้อเชิ้ตหรือชุดสูททำงานได้อย่างเนียนตาและมีเสน่ห์เหนือกาลเวลา


4. Oris Aquis Date Calibre 400
ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่เน้นความคุ้มค่าและฟังก์ชันแบบจัดเต็ม เรือนนี้ใช้กลไกอินเฮ้าส์ Calibre 400 ที่สำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 5 วัน ความสะดวกคือสามารถถอดนาฬิกาวางทิ้งไว้ช่วงเย็นวันศุกร์ แล้วหยิบมาใส่เช้าวันจันทร์เพื่อไปทำงานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องมานั่งตั้งเวลาใหม่ รูปลักษณ์สปอร์ตโมเดิร์น หน้าปัดไล่เฉดสีสวยงาม พร้อมลุยไปกับคุณทุกสถานการณ์


5. MING 37.09 Bluefin
หลีกหนีความซ้ำซากด้วยงานดีไซน์ล้ำสมัยจากแบรนด์อิสระที่มาแรงสุดๆกับ MING 37.09 Bluefin โดดเด่นด้วยหน้าปัดแซฟไฟร์ลามิเนตสีน้ำเงินลุ่มลึก มีมิติการสะท้อนแสงและการเรืองแสงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะมากสำหรับสายอาร์ตหรือคนที่ชอบงานออกแบบร่วมสมัย ใส่แล้วเด่นไม่ซ้ำใครในทุกๆวันแน่นอน


6. Doxa Sub 300 Searambler
ปิดท้ายด้วยความเก๋าระดับตำนานในโลกนาฬิกาดำน้ำ ตัวเรือนทรงถังเบียร์สไตล์เรโทรยุค 60s ที่ออกแบบมาให้โค้งรับข้อมือได้อย่างกระชับและสบายอย่างไม่น่าเชื่อ มาพร้อมหน้าปัดสีเงิน Searambler ที่สะอาดตา คมชัด ช่วยเพิ่มความสนุก ความเท่ และเติมเต็มลุค Street Wear หรือ Casual ให้มีเลเยอร์ที่น่าสนใจขึ้น

ไม่ว่ามรสุมฤดูกาลจะหนักหนาแค่ไหนหรือตารางชีวิตครึ่งปีหลังจะแน่นแค่ไหน การเลือกนาฬิกาดำน้ำที่แข็งแกร่งและมีดีไซน์ที่ใช่สักเรือน ก็สามารถเปลี่ยนวันเฉอะแฉะให้เป็นวันที่มั่นใจและสนุกไปกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ลุคใหม่ๆได้ในทุกวัน
สุดท้ายนี้ นอกจากจะเลือกนาฬิกาเรือนเก่งที่พร้อมลุยไปด้วยกันแล้ว ก็อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วย พกร่มติดตัวและรักษาสุขภาพให้ดี อย่าปล่อยให้ตัวเองตากฝนจนเป็นหวัด เพราะต่อให้นาฬิกาจะกันน้ำและแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ร่างกายของเรานั้นสำคัญที่สุด เดินทางไปไหนมาไหนด้วยความระมัดระวัง แล้วมาสนุกกับการแต่งตัวต้อนรับครึ่งปีหลังไปด้วยกัน
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
Montblanc Iced Sea Automatic Date 0 Oxygen Limited Edition 300การผจญภัยครั้งใหม่เหนือธารน้ำแข็งสีแดง
Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph สลัดลุคนาฬิกาสปอร์ตสายลุย ลดขนาดลงมา 37 มม. จับคู่กับเฉดสีชมพูและขอบหน้าปัดเพชร
พักความวุ่นวายจากหน้าจอ ปรับเลนส์สายตา แล้วมาโฟกัสที่พื้นผิว และมิติภาพ วิธีเปลี่ยนบุคลิกนาฬิกา Integrated ของ Louis Erard 2340



