เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 20 ปีของ Revolution เรากำลังนำรุ่นยอดนิยมจากคลังนาฬิกาผลิตจำนวนจำกัดกลับมาใหม่ โดยเริ่มจาก Tonda PF ที่มีชีวิตชีวาอย่างเงียบสงบ
ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอผลงานที่ได้ร่วมมือกับ Parmigiani Fleurier ในรูปแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น โดยเป็นนาฬิกา Tonda PF ที่ดูหรูหราอย่างเหลือเชื่อในชื่อ “Serenissima Due” หลังจากที่รุ่น “Serenissima” รุ่นแรกประสบความสำเร็จจนขายหมดเกลี้ยงไปในปี 2022 มาถึงตอนนี้เราก็ได้นำเสนอนาฬิกา Tonda PF หน้าปัดสีแซลมอนอันเป็นที่รักเพื่อวาระการฉลองครบรอบ 20 ปีของ Revolution โดยนาฬิการุ่นนี้มีจะมีรูปดาวอันเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเราพิมพ์อยู่บนวงจานวันที่แทนที่เลข ’20’ และมาในตัวเรือนสแตนเลสสตีลที่คุ้นเคยร่วมกับขอบตัวเรือนแบบเซาะร่องฟลุ้ตซึ่งทำจากแพลทินัม กับขนาด 40 มม. หนา 7.8 มม. ที่มีรูปร่างตามหลักสรีรศาสตร์กลับมาใช้เช่นเดิม พร้อมด้วยสายนาฬิกาแบบอินทีเกรเตดที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งเหล่านักสะสมต่างคุ้นเคยและชื่นชอบ

มีบางสิ่งที่คุณสามารถทำได้กับ Parmigiani Fleurier Tonda PF แต่คุณไม่สามารถทำได้กับนาฬิกาสปอร์ตพร้อมสายแบบอินทีเกรเตดรุ่นอื่น ๆ ในท้องตลาด นั่นก็คือ คุณสามารถปลดตัวล็อคแบบบานพับออกและปล่อยให้สายห้อยในตำแหน่งเปิดบานพับ แล้วคุณยังสามารถหมุนข้อมือไปมาได้ 90 องศา ซึ่งเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ที่นาฬิกาจะอยู่กับที่อย่างแม่นยำโดยไม่เลื่อนหรือหลุดจากข้อมือของคุณ นั่นคือความยอดเยี่ยมในการสร้างสรรค์ของ Guido Terreni ที่ให้ความสำคัญกับหลักสรีรศาสตร์อย่างที่ไม่มีใครเทียบได้
เพื่อให้ยุติธรรม ตัวเขานั้นมีประสบการณ์มาตลอดชีวิตในการสร้าง Octo Finissimo อันเป็นนาฬิการะดับปฏิวัติวงการของ Bulgari ดังนั้นเมื่อมาถึงในส่วนของ Tonda PF เขาก็รู้ดีว่าเขาต้องการบรรลุในสิ่งใด
Terreni อธิบายว่า “ผลงานนี้ถือเป็นเรื่องราวความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งในวงการนาฬิกาสมัยใหม่ นอกจากนั้นยังเป็นการพลิกโฉมโชคชะตาของ Parmigiani Fleurier ผู้มีพรสวรรค์ทางเทคนิคแต่เคยประสบปัญหาในอดีตได้อย่างสิ้นเชิง โดย Tonda PF ของ Terreni ได้นำความสำเร็จสำคัญ 4 ประการมาสู่แบรนด์
ความสำเร็จในเมเจอร์ลีก
ประการแรกก็คือ ความสมบูรณ์แบบในแง่ของสัดส่วนและความสมดุล นาฬิการุ่นนี้มีขนาดความหนา 7.8 มม. ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้กลไกแบบไมโครโรเตอร์ PF703 ของแบรนด์ที่มีความบางเป็นพิเศษ และเมื่อรวมกับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของตัวเรือน 40 มม. แล้ว ก็ถือได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกอย่างแท้จริงจากมุมมองด้านการออกแบบ รูปลักษณ์ที่อ่อนช้อยแบบ Constantin Brâncuși เมื่อเทียบกับรูปลักษณ์ที่แข็งแรงของประติมากรรมนาฬิกาเรือนนี้ ถือเป็นพลังที่เปี่ยมล้นอย่างแท้จริง Tonda PF ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาและมีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอในขณะที่นาฬิกาเรือนอื่น ๆ ส่วนใหญ่ให้ความรู้สึกนิ่งและเฉื่อยชา


ประการที่สองนั้น นาฬิการุ่นนี้เน้นการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์สำหรับนาฬิกาสปอร์ตพร้อมสายอินทีเกรเตดแบบทันสมัย ความจริงก็คือ นาฬิกาประเภทนี้โดยส่วนใหญ่จะให้ความรู้สึกว่าแบน ดังนั้นเมื่อสวมเข้ากับสายสตีลหรือสายทองที่มีความหนัก นาฬิกาก็จะมีแนวโน้มในการเลื่อนไปมาบนข้อมือเหมือนกำไลข้อมือ นาฬิการุ่น Tonda PF จึงถูกใส่ใจเป็นพิเศษในการทำตามรูปทรงของข้อมือมนุษย์และการมีความโค้งงอของสายเพื่อให้เข้ากับรูปทรงนี้ ทำให้นาฬิการุ่นนี้เหมาะกับข้อมือมากกว่านาฬิการุ่นอื่น ๆ ในตลาด


สำหรับผมนั้น นับตั้งแต่ที่ Louis Cartier ขยายและงอนาฬิกา Tank ของเขาเพื่อสร้างเป็นรุ่น Tank Cintrée ในปี 1921 ก็ไม่เคยมีนาฬิกาเรือนใดที่ให้ความสำคัญกับสรีระของมนุษย์มากเท่านี้มาก่อน ผลก็คือ Tonda PF กลายเป็นนาฬิกาที่คุณอยากใส่อยู่ตลอดเวลา
Ahmed “Shary” Rahman นักสะสมชื่อดังและอดีตกรรมการของ GPHG กล่าวว่า “มันตลกดีที่เวลาผมกลับบ้านแล้วรู้สึกเหนื่อยและอยากพักผ่อน ผมก็จะยังสวม Tonda ไว้ที่ข้อมือเพราะมันรู้สึกดีมาก” ในทำนองเดียวกัน เมื่อผมเขียนบทความ ผมมักจะถอดนาฬิกาออกแล้ววางไว้บนโต๊ะเสมอ เพราะปกติแล้วผมจะรู้สึกถึงมันมากเกินไป แต่มีข้อยกเว้นประการหนึ่งก็คือ Tonda PF
ส่วนสำคัญอีกประการหนึ่งในความมหัศจรรย์ของนาฬิการุ่นนี้ก็คือ ลักษณะที่ส่วนขาตัวเรือนนั้นบานออกและมีความโค้งงอ กล่าวคือ ส่วนต่อของขาตัวเรือนจะถูกวางไว้ที่ส่วนปลายสุดของหัวนาฬิกา และไหลลื่นเข้าสู่สายนาฬิกาอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อสร้างแนวโค้งที่ไร้รอยต่อซึ่งโอบรับกับข้อมืออย่างลงตัว

ความสำเร็จประการที่สามของ Guido Terreni เกี่ยวกับ Tonda คือ การสร้างภาษาการออกแบบใหม่ทั้งหมดที่สามารถระบุตัวตนได้ในทันที ซึ่งกลายมาเป็น DNA ของ Parmigiani Fleurier โดย Terreni ได้ทำให้แบรนด์กลายเป็นราชาแห่งความละเอียดอ่อน ทุกอย่างเกี่ยวกับ Tonda เป็นเรื่องของความแตกต่าง โดยไม่มีสิ่งใดในนาฬิกาที่บ่งบอกว่าสำคัญ แต่แท้จริงแล้ว หาก Tonda PF เป็นคน มันคงเป็นคนที่พูดจาอ่อนหวานและมีไหวพริบปฏิภาณอย่างดีที่สุด
ลายกิโยเชแบบผิวเกรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์บนหน้าปัดนั้นมีขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นเมื่อได้รับแสง ลายนี้ถูกทำขึ้นด้วยมือบนหน้าปัดนาฬิกาแต่ละชิ้น Terreni กล่าวว่า “ผมผลักดันให้ทีมงานของเราสร้างลายให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกทันสมัยให้กับการตกแต่งที่มักมองว่าล้าสมัย ซึ่งจริง ๆ แล้ว เราเคยออกแบบลายที่เล็กกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่เมื่อเราผนึกกระจกแซพไฟร์คริสตัลเข้าไป ก็จะมองลายไม่เห็นเลย”

ในทำนองเดียวกัน ร่องฟลุ้ตบนขอบตัวเรือนแพลทินัมนั้นก็มีขนาดเล็กมากจนแทบจะต้องส่องดูด้วยแว่นขยาย แต่เมื่อมองด้วยตาเปล่า คุณจะสัมผัสได้ถึงความแวววาวของภาพที่ปรากฎ แม้ว่าคุณจะไม่แน่ใจว่าร่องนั้นมาจากไหนก็ตาม นั่นคือความงดงามของ Tonda PF ซึ่งเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมายจนคุณสามารถมองเห็นรายละเอียดเหล่านี้ได้มากขึ้นในทุกครั้งที่สวมใส่นาฬิการุ่นนี้ ตัวอย่างอีกประการหนึ่งก็คือ การขัดเงาดุจผิวกระจกที่ใช้กับขาตัวเรือนที่บานออก และหากลองมองดูทุกรายละเอียดของ Tonda PF เพื่อดูคุณภาพของการตกแต่งแม้กระทั่งเข็มและหลักชั่วโมง คุณจะพบว่าทุกองค์ประกอบนั้นมีความสมบูรณ์แบบ
เฉดสีดุจพระอาทิตย์ตก
“Serenissima Due” รุ่นนี้เป็นการย้อนกลับไปสู่รุ่นที่เราออกจำหน่ายในปี 2022 ซึ่งมาในเฉดสีเดียวกัน นาฬิการุ่นนั้นซึ่งเราตั้งชื่อว่า “Serenissima” ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศยามพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลเอเดรียติกในอ่าวเวนิส เมื่อนาฬิการุ่นนั้นอยู่บนข้อมือจะสะท้อนถึงความรู้สึกแห่งความหวังที่น่าดึงดูด สมกับเป็นนาฬิกาที่มีหน้าปัดซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่งอรุณใหม่ที่กำลังเริ่มต้นขึ้น

สำหรับคอลเลกชั่น PF เขาได้รับแรงบันดาลใจอย่างลึกซึ้งมาจากเลอ กอร์บูซีเย และสีคีย์บอร์ดของเขา ซึ่งเป็นสีที่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1931 สถาปนิกผู้นี้เชื่อในความกลมกลืนของสีและวิธีที่สีส่งผลต่อพื้นที่และอารมณ์ จากนั้น Terreni ก็เริ่มทดลองหาเฉดสีที่เหมาะสม และในที่สุดก็ได้สีที่ทำให้ผมนึกถึง Botticelli ที่วาดภาพแสงแรกที่ขึ้นอยู่เหนืออ่าวเวนิสทางตอนเหนือของทะเลเอเดรียติก เนื่องจากผมมักจะวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้าตรู่เมื่อมาอยู่ที่ลา เซเรนิสซิมา ผมจึงคุ้นเคยกับเฉดสีกุหลาบทองนี้เป็นอย่างดี Terreni ถ่ายทอดสีนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากจนถึงขนาดที่ “Serenissima” หรือในภาษาอังกฤษก็คือ “เซเรนิตี้” ถูกขนานเป็นนามของผลงานทั้งรุ่นต้นฉบับและผลงานรุ่นปัจจุบัน
เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีของ Revolution เราได้นำเฉดสียอดนิยมนี้กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มาพร้อมกับความพิเศษเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเมื่อวันที่ 19 ของเดือนผ่านไป จานวันที่จะเปลี่ยนเป็นรูปดาวอันเป็นสัญลักษณ์ของ Revolution ที่พิมพ์เป็นสีขาวบนพื้นดำอย่างสง่างามแทนที่เลข ’20’ สี “Serenissima Due” นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเฉลิมฉลองการครบรอบแห่งทศวรรษที่สองของ Revolution ที่จะยาวนานตลอดทั้งปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราภูมิใจและได้แบ่งปันกับ Parmigiani Fleurier


สำหรับผมแล้วนี่คือ นาฬิกาที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพราะด้วยหลักสรีรศาสตร์ที่เหนือชั้น ทำให้สวมใส่ได้อย่างสบายข้อมือ และเมื่อพิจารณาจากมุมมองด้านการออกแบบแล้ว นาฬิการุ่นนี้ก็เป็นตัวแทนของไอคอนนาฬิกาสไตล์สปอร์ตชิคชิ้นใหม่ล่าสุด และด้วยหน้าปัดสีนี้ ก็เปรียบเสมือนกับประภาคารแห่งความสุข พลังงาน และชัยชนะ
ข้อมูลทางเทคนิค: Parmigiani Fleurier x Revolution Tonda PF Micro-Rotor “Serenissima Due”
- กลไก: ขึ้นลานอัตโนมัติ คาลิเบอร์ PF703 พลังงานสำรอง 48 ชั่วโมง
- ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง นาที และวันที่
- ตัวเรือน: สเตนเลสสตีลขัดเงาและขัดลายซาติน ร่วมกับวงขอบตัวเรือนแพลทินัมเซาะร่อง ขนาด 40 มม. หนา 7.8 มม. กันน้ำได้ 100 เมตร
- หน้าปัด: สีแซลมอน ชิ้นหลักชั่วโมงเคลือบโรเดียม มีภาพดาวของ Revolution บนจานวันที่แทนตำแหน่งเลย ‘20’
- สาย: สเตนเลสสตีลขัดเงาและปัดลายซาติน
- จำนวนการผลิต: จำนวนจำกัด 20 เรือน


“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”
ที่มา: by Wei Koh

