เปิดตัว Seiko Prospex Speedtimer Mechanical Chronograph: แชมป์แห่งการจับเวลาด้วยกลไกอัตโนมัติที่มาพร้อมดีไซน์สุดล้ำ
Seiko Prospex Speedtimer Chronograph รุ่นใหม่ โดยยักษ์ใหญ่แห่งวงการนาฬิกาจากญี่ปุ่นได้หันความสนใจกลับไปยังประวัติศาสตร์อันยาวนาน และน่าจดจำของการจับเวลาในการแข่งขันกีฬาระดับโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ยังคงทำอยู่จนถึงทุกวันนี้
ตั้งแต่ปี 1985 Seiko ในฐานะพันธมิตรผู้ดำเนินการจับเวลาอย่างเป็นทางการของ World Athletics ทางแบรนด์มีโอกาสมากที่จะสร้างการรับรู้ ซึ่งรวมถึงการสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในหมู่แฟนกีฬา เฉกเช่นเดียวกับที่ผมรู้สึกตอนเด็ก
นอกจากการจับเวลาและวัดผลการแข่งขันกว่า 190 รายการของ World Athletics ทั่วโลกแล้ว ก็ยังมีรายการการแข่งขันชิงแชมป์โลกของ World Athletics (จัดขึ้นทุก 2 ปี) และรวมไปถึงการจับเวลาการแข่งขัน U 20 Championships อีกด้วย

ดังนั้น Seiko จึงอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และสวยงามในตลาดนาฬิกา ซึ่งในอีกด้านหนึ่ง แบรนด์มีจุดเริ่มต้นที่เข้าถึงได้อย่างไม่น่าเชื่อ และมักจะเป็นแบรนด์แรกที่นักสะสมรุ่นเยาว์จะหลงรัก มีหลากหลายคอลเลกชันที่ถูกพัฒนาทั้งในแง่ของดีไซน์ และสมรรถนะ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้แบรนด์ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เหมือนนักกีฬาที่มีความมุ่งมั่นพัฒนาฝีมือจนก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลก และประสบความสำเร็จ โดยทุกช่วงเวลานั้นมี Seiko อยู่ด้วย เป็นเพื่อนคู่ใจตลอดชีวิตของคนรักนาฬิกา ซึ่งอาจหมายรวมถึงคนรักกีฬาด้วย
สิ่งที่เรามีครั้งนี้คือ นาฬิกาโครโนกราฟ 2 รุ่นที่มีสไตล์สะอาดตา โดยมีให้เลือกทั้งรูปแบบแพนด้าแบบออริจินอล (หน้าปัดสีขาวพร้อมหน้าปัดย่อยสีดำ) หรือสีน้ำเงินสลับเทาแบบ “รีเวิร์สแพนด้า” ที่มีหน้าปัดย่อยเป็นสีเงิน ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับสายสเตนเลสสตีลที่มีแพทเทิร์นที่น่าสนใจในรุ่นมาตรฐาน และรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นมาพร้อมกับสายหนังสีดำ


รูปแบบของสายสเตนเลสสตีลมีความโดดเด่นสะดุดตาอย่างมาก ในแวบแรก มองดูว่าเป็นคอลเลกชันที่มีสไตล์ให้ความรู้สึกหรูหรางามสง่ามากกว่าที่คาดไว้ ด้วยการขัดเงาที่ดึงดูดสายตาในทันที แต่อย่างไรก็ตามองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น ขอบหน้าปัด เข็มนาฬิกา และหลักชั่วโมง ก็ยังไม่ทิ้งความสปอร์ตที่ลงตัว ซึ่งทั้งหมดดูเข้ากันอย่างสวยงาม
นอกจากนี้ สายนาฬิกาที่เลือกมาสำหรับรุ่นนี้ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นอย่างมาก โดยเรามักจะเห็นดีไซน์มาตรฐานทั่วไปที่ใกล้เคียงกับสาย Oyster นำมาใช้กับนาฬิกาสปอร์ตราคากลาง ๆ โดยไม่ใส่ใจมากนัก ในกรณีนี้ การตัดสินใจเลือกใช้สายที่ดูพิเศษกว่าเล็กน้อยถือเป็นการเพิ่มมูลค่าอย่างมหาศาลและไม่ควรมองข้าม

ในปี 2021 Seiko ได้เปิดตัว Prospex Speedtimer รุ่นแรก ซึ่งแทบจะไม่น่าเชื่อว่าการเปิดตัวครั้งนั้นรู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่หลังจากนั้น 3 ปีอันวุ่นวายของอุตสาหกรรมนาฬิกาก็ได้ผ่านไปแล้ว ทำให้การพัฒนาและเปิดตัวนาฬิกาสปอร์ตคุณภาพสูงที่ผลิตอย่างดีหลายรุ่นเป็นลำดับความสำคัญของแบรนด์
Seiko ประสบความสำเร็จมาโดยตลอดในการส่งมอบสินค้าที่คุ้มค่าคุ้มราคา ซึ่งต้องขอบคุณรากฐานที่แข็งแรง และความเข้าใจอันลึกซึ้งในอุตสาหกรรม ความรู้ความชำนาญที่ได้มาอย่างยากลำบาก การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องกว่า 143 ปี และปริมาณการผลิตที่ในแนวดิ่งที่ทำให้สร้างนาฬิกาได้จำนวนมหาศาล ซึ่งช่วยลดต้นทุนที่แหล่งผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าแบรนด์อื่นใดในโลก
นาฬิกาคอลเลกชันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นอ้างอิงเฉพาะจากปี 1972 ซึ่งเป็นยุคทองของการบุกเบิกนาฬิกาจับเวลาสำหรับกีฬาของ Seiko ดีไซน์ที่ยังคงกลิ่นอายจากรุ่นดั้งเดิม ได้แก่ หน้าปัดแพนด้าที่มีความคมชัดสูงและอ่านเวลาได้อย่างชัดเจนเป็นพิเศษ (อย่างน้อยก็ในรุ่นใหม่หนึ่งรุ่น) เข็มวินาทีจับเวลาปลายสีส้ม ซึ่งโต้ตอบกับเส้นวินาทีแบบแยกรอบขอบหน้าปัด ซึ่งตัวเข็มเองถูกแบ่งออกเป็น 4 ขีดต่อวินาทีอันเนื่องมาจากความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมงของคาลิเบอร์ 8R48 (ซึ่งหมายความว่าเข็มวินาทีจะเดิน 8 ครั้งต่อวินาที ดังนั้นเข็มวินาทีจะลงตรงหรือระหว่างเครื่องหมายวินาทีแบบแยกเสมอ ซึ่งทำให้อ่านเวลาได้แม่นยำ) และสายนาฬิกาที่กล่าวถึงข้างต้น


องค์ประกอบการออกแบบที่ละเอียดอ่อนซึ่งยังคงกลิ่นอายของอดีตด้วยสุนทรียศาสตร์แบบวินเทจ แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้อ่านเวลาได้ชัดเจนขึ้น คือความโค้งของเข็มวินาทีจับเวลา ซึ่งโค้งลงอย่างสง่างามไปทางสเกลทาคีมิเตอร์ที่อยู่ริมหน้าปัด
นาฬิกาโครโนกราฟขนาดตัวเรือน 42 มม. หนา 14.6 มม. มาพร้อมฝาหลังแบบปิด โครงสร้างที่แข็งแรงทนทานนี้หมายความว่านาฬิการุ่นนี้สามารถกันน้ำได้ลึก 100 เมตร และทนต่อสนามแม่เหล็กได้สูงถึง 4,800 แอมแปร์/เมตร และให้พลังงานสำรองได้ 45 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่าเมื่อสิ้นสุดวันหยุดสุดสัปดาห์แล้ว อาจจะต้องปรับนาฬิกาเล็กน้อยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสัปดาห์ทำงานที่จะมาถึง

Speedtimer Mechanical Chronograph Limited Edition
นาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึง 100 ปีนับตั้งแต่ชื่อ Seiko ปรากฏบนหน้าปัดนาฬิกาเป็นครั้งแรกในปี 1924 โดยรุ่นหน้าปัดแพนด้า (รหัส SRQ049) จะผลิตจำหน่ายแบบไม่จำกัดจำนวน ในขณะที่รุ่นแพนด้าสีน้ำเงิน/เทาแบบรีเวิร์สแพนด้า (รหัส SRQ047) เป็นการผลิตจำหน่ายแบบจำกัดจำนวนเพียง 1,000 เรือนเท่านั้น
“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”
ที่มา: by Rob Nudds

