สดุดีอารยธรรมโบราณ เผยโฉม Métiers d’Art 4 รุ่นใหม่ด้วยหัตถศิลป์สลักหิน
Vacheron Constantin นับเป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกซึ่งเปิดทำการอย่างต่อเนื่องมากว่า 270 ปี และได้เปิดตัวมหากาพย์เรือนเวลารูปแบบใหม่ภายใต้ความร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) ในคอลเลกชัน Métiers d’Art Tribute to Great Civilisations ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเชิดชู 4 อารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ได้แก่ อียิปต์โบราณ, จักรวรรดิอัสซีเรีย, กรีกโบราณ และโรมันโบราณ ผ่านการจำลองผลงานประติมากรรมระดับสมบัติชาติบนหน้าปัดนาฬิกา

ความพิเศษของซีรีส์ใหม่นี้คือการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมจากซีรีส์แรกในปี 2022 (ซึ่งใช้ทองคำแกะสลัก) โดยเปลี่ยนมาใช้ “หัตถศิลป์การแกะสลักหิน” (Stone Glyptics) ซึ่งแกะสลักขึ้นจากหินจริงประเภทเดียวกับงานประติมากรรมต้นฉบับในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ แต่ละเรือนใช้เวลาพัฒนายาวนานถึง 3 ปี และต้องประดิดประดอยด้วยมืออย่างประณีตสูงถึง 220 ชั่วโมงต่อหน้าปัดหนึ่งเรือน
และนี่คือศิลปะแกะสลักหินย่อส่วนและเป็น 4 ผลงานอันโดดเด่น

Buste d’Akhénaton (อียิปต์โบราณ)
การรังสรรค์พระพักตร์ของฟาโรห์อาเคนอาเทนในขนาดเล็กเท่าเหรียญ โดยใช้วัสดุหินทรายปูนซินาย (Sinai limestone sandstone) ซึ่งเป็นหินชนิดเดียวกับชิ้นงานประติมากรรมต้นฉบับในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ตัวงานแกะสลักล้อมรอบด้วยวงล้อมลายคาเทรุชและลวดลายสร้อยคอโบราณที่ใช้นวัตกรรม Champlevé ประดับด้วยหินคริโซเพรส ออปพาลีน และโซดาไลต์ สร้างมิติความสวยงามอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อียิปต์ได้อย่างวิจิตรบรรจง


Lamassu de Sargon II (อัสซีเรีย)
ภาพประติมากรรมสัตว์อารักขาหัวมนุษย์มีปีกอันศักดิ์สิทธิ์อย่าง Lamassu ถูกถ่ายทอดลงบนหน้าปัดด้วยการแกะสลักหินทรายปูนอิตาลี บริเวณฉากหลังโดดเด่นด้วยงานลงยา Flinqué สีกระดาน ผสานงานเทคนิค Champlevé ประดับหินเรดอะเกตและหินดูมอร์เทียไรต์สีฟ้า มอบอารมณ์ความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามของมรดกตกทอดแห่งจักรวรรดิอัสซีเรียได้อย่างสมบูรณ์แบบ


Athéna de Velletri (กรีกโบราณ)
เรือนเวลาที่นำเสนอภาพสลักของเทวีอาเธนาอย่างอ่อนช้อย โดยสลักขึ้นจากหินอ่อนพารอส (Parian marble) สีขาวบริสุทธิ์ พื้นหลังโดยรอบถูกโอบล้อมด้วยงานประดับหินโมเสก (Stone marquetry) ลายนกและรถศึกอย่างประณีต ซึ่งเฉพาะขั้นตอนการลงรายละเอียดในส่วนนี้เพียงอย่างเดียว ต้องใช้เวลาในการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันยาวนานถึง 57 ชั่วโมง


Tibre de l’Iseum Campense (โรมันโบราณ)
การเฉลิมฉลองอารยธรรมโรมันผ่านภาพสลักเทพแห่งแม่น้ำไทเบอร์ ซึ่งสลักขึ้นจากหินอ่อนพารอสเนื้อละเอียดเช่นกัน โดยจับคู่กับชิ้นส่วนประดับงานไมโครโมเสกหิน (Stone micro-mosaic) ขนาดจิ๋วถึง 5 ชนิดที่นำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างตระการตา สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญขั้นสูงในหัตถศิลป์ชั้นครูของแบรนด์อย่างแท้จริง


ขุมพลังเปิดพื้นที่ให้งานศิลป์
นาฬิกาในชุดนี้ทั้ง 4 รุ่น ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์อัตโนมัติ Caliber 2460 G4/2 ประกอบด้วยชิ้นส่วน 237 ชิ้น ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4Hz) สำรองพลังงานได้นาน 40 ชั่วโมง

กลไกได้รับการออกแบบให้แสดงเวลา ชั่งโมง, นาที, วัน และวันที่ ผ่านหน้าต่างเจาะ 4 บานบริเวณขอบนอกของหน้าปัด เพื่อเปิดพื้นที่ตรงกลางให้ศิลปินและช่างแกะสลักได้รังสรรค์ผลงานศิลปะได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีเข็มนาฬิกามาบดบัง ส่วนโรเตอร์ด้านหลังทำจากทองคำสลักลวดลายภาพพิมพ์อาคารฝั่งตะวันออกของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ยุคศตวรรษที่ 18
ข้อมูลทางเทคนิค
- ตัวเรือน: ขนาด 41.5-42 มม. ไวท์โกลด์ 18K (รุ่น Akhénaton และ Lamassu) หรือโรสโกลด์ 18K (รุ่น Athéna และ Tibre) กันน้ำได้ 30 เมตร
- หน้าปัด: หน้าปัดทองคำ 18K ตกแต่งประทับองค์ประติมากรรมแกะสลักหินจริง (หินทรายปูนซินาย, หินทรายปูนอิตาลี, หินอ่อนพารอส) ผสานเทคนิค Champlevé, Stone Marquetry, Micro-mosaic และ Micro-painting
- ฟังก์ชั่น: แสดงเวลาชั่วโมง นาที วัน และวันที่ ผ่านช่องหน้าต่างบริเวณรอบขอบหน้าปัด
- กลไก: กลไกอัตโนมัติ Caliber 2460 G4/2 (27 ทับทิม, ความถี่ 28,800 vph) สำรองพลังงาน 40 ชั่วโมง
- สาย: สายหนังจระเข้ Mississippiensis พร้อมบานพับล็อกทองคำ 18K
- จำนวนการผลิต: ผลิตจำกัดเพียงรุ่นละ 15 เรือนทั่วโลก (วางจำหน่ายเฉพาะในบูติค)
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Bell & Ross BR-03 GMT Green Lum เมื่อแสงออโรราและสปิริตนักบิน หลอมรวมเป็นเรือนเวลา GMT สายลุยยามค่ำคืน
Panerai หวนคืนสู่เกลียวคลื่น เผยโฉมสองเรือนเวลาใหม่ตระกูล Luna Rossa
ทำไมนาฬิกาพกของ Louis Vuitton เรือนนี้ ถึงถูกยกให้เป็นผลงานศิลปะชิ้นเดียวในโลกที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของเรือนเวลา?

