Minute Repeater Flying Bridges แกรนด์คอมพลิเคชันล่าสุดของ Girard-Perregaux สัญลักษณ์ของจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาตลอดกว่า 235 ปี
“Never has a brand inspired me so much as Girard-Perregaux.”… นี่คือประโยคที่ Marc Michel-Amadry ผู้บริหารของ Girard-Perregaux บอกว่าเขาอยากใช้เปิดหนังสือเกี่ยวกับแบรนด์ หากมีโอกาสเขียนสักวันหนึ่ง สำหรับผู้บริหารที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อปี 2025 คำกล่าวนี้อาจฟังดูเกินจริง แต่เมื่อได้ฟังเรื่องราวที่เขาค้นพบจากคลังเอกสารของแบรนด์ ก็ไม่ยากที่จะเข้าใจว่าทำไม Girard-Perregaux จึงยังคงเป็นหนึ่งในชื่อที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลกของนาฬิกาชั้นสูง (Haute Horlogerie)
“ตอนเข้ามา ผมคิดว่าตัวเองรู้จักแบรนด์นี้ดีแล้ว แต่เมื่อเริ่มศึกษาประวัติศาสตร์ เอกสารเก่า และนวัตกรรมต่างๆ ผมกลับพบว่ามีเรื่องราวอันน่าทึ่งอีกมากที่แทบไม่มีใครเคยเล่า” เขากล่าว “หน้าที่ของผมคือทำให้คนเข้าใจว่าทำไม Girard-Perregaux ถึงมีความชอบธรรมในการยืนอยู่แถวหน้าของวงการนาฬิกาชั้นสูง และทำอย่างไรให้มรดกนั้นถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความร่วมสมัย วิสัยทัศน์ และอิสรภาพ”

คำว่า “อิสรภาพ” คือหัวใจสำคัญที่มาร์กใช้อธิบายแบรนด์แห่งนี้อยู่เสมอ เขามองว่าความเป็นอิสระทำให้ Girard-Perregaux กล้าคิดต่างมาตลอดประวัติศาสตร์ ตั้งแต่การสร้าง Three Gold Bridges ในปี 1867 การพัฒนากลไกความถี่สูง 36,000 ครั้งต่อชั่วโมงในปี 1965 ไปจนถึงการกำหนดมาตรฐานความถี่ควอตซ์ระดับอุตสาหกรรมที่ 32,768 Hz และการคิดค้น Constant Escapement ที่คว้ารางวัล Aiguille d’Or จาก Grand Prix d’Horlogerie de Genève
“เมื่อคุณมีอิสระ คุณจะไม่ถูกจำกัดด้วยขนบหรือความคาดหวังของคนอื่น” เขากล่าว “และนั่นคือสิ่งที่อยู่ในดีเอ็นเอของ Girard-Perregaux มาตลอด”
ปรัชญาดังกล่าวถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจนผ่านผลงานล่าสุด Minute Repeater Flying Bridges ซึ่งมาร์กเรียกว่าเป็นผลลัพธ์ของการเดินทางที่กินเวลายาวนานถึง 235 ปี “หลายคนถามผมว่านาฬิการุ่นนี้ใช้เวลาพัฒนากี่ปี” เขาเล่าพร้อมรอยยิ้ม “พวกเขาคาดหวังว่าจะได้ยินคำตอบว่า 4 ปี หรือ 5 ปี แต่คำตอบของผมคือ 235 ปี”
ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายถึงระยะเวลาการพัฒนาโดยตรง หากแต่เป็นการอ้างอิงถึงองค์ความรู้ที่สืบทอดมาตั้งแต่ Jean-François Bautte ผู้ก่อตั้ง Manufacture แห่งแรกของอุตสาหกรรมนาฬิกาในปี 1791 ก่อนจะต่อยอดมาสู่ผลงานของ Constant Girard ผู้สร้าง Three Bridges อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ในศตวรรษที่ 19

นาฬิกา Minute Repeater Flying Bridges คือการหลอมรวมมรดกเหล่านั้นเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ภายในกลไก Calibre GP9530 ซึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วนถึง 475 ชิ้น ผสาน Minute Repeater, Flying Tourbillon และระบบขึ้นลานอัตโนมัติแบบไมโครโรเตอร์ไว้ในโครงสร้างเดียว โดยต้องใช้เวลากว่า 440 ชั่วโมงในการประกอบและตกแต่งอย่างประณีต
แต่ความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่จำนวนชิ้นส่วน หากอยู่ที่ “เสียง” “เราออกแบบทุกองค์ประกอบโดยเริ่มต้นจากคุณภาพเสียง” มาร์กอธิบาย “Minute Repeater คือเครื่องดนตรีขนาดจิ๋ว และทุกการตัดสินใจทางวิศวกรรมต้องตอบคำถามเดียวกันว่า จะทำให้เสียงดีขึ้นได้อย่างไร”
ทีมพัฒนาจึงเลือกใช้แผ่นฐานและสะพานจักรที่ผลิตจากไทเทเนียมเพื่อช่วยส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระจกแซฟไฟร์ทรงโดมทั้งด้านหน้าและด้านหลังทำหน้าที่เสมือนห้องสะท้อนเสียงขนาดย่อม ขณะที่ค้อนและฆ้องถูกย้ายมาอยู่ด้านหน้าของกลไกเพื่อหลีกเลี่ยงการดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากข้อมือผู้สวมใส่
อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือการผสานระบบขึ้นลานอัตโนมัติเข้ากับ Minute Repeater ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วไมโครโรเตอร์อาจสร้างเสียงรบกวนที่ส่งผลต่อความบริสุทธิ์ของเสียงระฆัง “เราออกแบบไมโครโรเตอร์ไวท์โกลด์ให้ทำงานอย่างเงียบที่สุด และติดตั้งบนอัญมณีแทนลูกปืน” Marc อธิบาย “แม้แต่ชุดควบคุมจังหวะการตีระฆังก็ถูกย้ายไปไว้ด้านหลังของกลไก เพื่อไม่ให้รบกวนคุณภาพเสียง”
ผลลัพธ์คือ Minute Repeater ที่ไม่ได้โดดเด่นเพียงด้านเสียง หากยังสร้างมาตรฐานใหม่ในเชิงวิศวกรรม เพราะสามารถกันน้ำได้ถึง 30 เมตร แม้จะมีกลไกสไลด์สำหรับกระตุ้นเสียงอยู่ด้านข้างตัวเรือน ซึ่งนับเป็นความสำเร็จทางเทคนิคที่หาได้ยากในโลกของนาฬิกาตีบอกเวลา
ในเชิงสุนทรียศาสตร์ นาฬิการุ่นนี้ยังคงรักษาสถาปัตยกรรม Three Bridges เอาไว้อย่างครบถ้วน แต่ถูกตีความใหม่ในรูปแบบ Flying Bridges ที่ดูร่วมสมัยและโปร่งเบายิ่งขึ้น โดยสะพานจักรสีพิงก์โกลด์ทั้งสามชิ้นทำให้ Flying Tourbillon และกลไก Minute Repeater ดูราวกับลอยอยู่ภายในตัวเรือนโรสโกลด์ขนาด 46 มิลลิเมตร
“เมื่อคุณเปิดเผยทุกองค์ประกอบของกลไก ทุกองค์ประกอบต้องสมบูรณ์แบบ” มาร์กกล่าว คำพูดนั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะกลไก GP9530 ผ่านการขัดแต่งมุมเอียงด้วยมือถึง 1,340 จุด รวมถึงมุมด้านในอีก 295 จุด และยังมีการสลักอักษรย่อของช่างผู้ประกอบลงบนตัวกลไก เปรียบเสมือนลายเซ็นส่วนตัวของผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้

ในยุคที่โลกนาฬิกาเต็มไปด้วยการแข่งขันด้านการตลาด มาร์กเชื่อว่าสิ่งที่นักสะสมกำลังมองหามากที่สุดกลับเป็นสิ่งที่เรียบง่าย “พวกเขาต้องการความจริงใจ ความซื่อสัตย์ และงานฝีมือที่แท้จริง” เขากล่าว “นักสะสมทุกวันนี้ฉลาดมาก หากคุณสร้างบางสิ่งที่ไม่เชื่อมโยงกับตัวตนของแบรนด์ พวกเขาจะรู้ทันที”
นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไม Girard-Perregaux จึงยังคงเลือกเดินบนเส้นทางของตนเอง ผลิตนาฬิกาเพียง 5,000-10,000 เรือนต่อปี และมุ่งเน้นไปที่นักสะสมที่ชื่นชมสิ่งที่อยู่ภายในกลไก มากกว่าการใช้เรือนเวลาเป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะ
“เราไม่ใช่แบรนด์สำหรับคนที่ต้องการแสดงอำนาจ ความมั่งคั่ง หรือสถานะทางสังคม” มาร์กกล่าว “นักสะสมของเราสนใจสิ่งที่อยู่ภายใน พวกเขาเข้าใจงานฝีมือ วิศวกรรม และความพยายามที่ซ่อนอยู่ในทุกกลไก พวกเขาคือ connoisseurs และผมก็พอใจกับสิ่งนั้น”
สำหรับ Marc Michel-Amadry ความสำเร็จของ Girard-Perregaux จึงไม่ใช่เรื่องของยอดขายหรือส่วนแบ่งตลาด แต่คือการรักษา “อิสรภาพ” ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาตลอดกว่า 230 ปี และยังคงสะท้อนอยู่ในทุกจังหวะเสียงของ Minute Repeater Flying Bridges เรือนล่าสุดนี้

ข้อมูลทางเทคนิค
หมายเลขอ้างอิง: GP09530-2198
ตัวเรือน: พิงก์โกลด์ขนาด 46 มม.
หน้าปัด: ขอบหน้าปัดด้านในพิงก์โกลด์ พร้อมหลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสงสีฟ้า
กลไก: ขึ้นลานอัตโนมัติที่พัฒนาและผลิตขึ้นภายในโรงงานของแบรนด์ พร้อมไมโครโรเตอร์ทำจากไวท์โกลด์
ความถี่: 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง
(3 เฮิร์ต) พลังงานสำรอง60 ชั่วโมง
ฟังก์ชัน: ตีบอกเวลานาที (Minute Repeater), ทูร์บิญอง, ชั่วโมง, นาที และวินาทีขนาดเล็กบนทูร์บิญอง
วัสดุ: ยางสีดำลวดลายผิวสัมผัสแบบผ้า
ตัวล็อกสาย: ตัวล็อคสายแบบบานพับสามชั้นทำจากพิงก์โกลด์

