4 ผลงานกลไกซับซ้อนของ A. Lange & Söhne ที่นักสะสมทุกคนควรรู้จัก

Date:

นับตั้งแต่ Ferdinand Adolph Lange ก่อตั้งโรงงานผลิตนาฬิกาในปี 1845 และ Walter Lange คืนชีพให้กับแบรนด์กลับมาอีกครั้งในปี 1990 A. Lange & Söhne ก็ยังยึดมั่นในแนวคิดเดียวมาโดยตลอด นั่นคือการสร้างนาฬิกาที่โดดเด่นในด้านวิศวกรรมและงานฝีมือ

ทุกเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกที่ผลิตขึ้นภายในโรงงาน ประกอบสองครั้ง (Double Assembly) และตกแต่งด้วยมืออย่างละเอียด ตั้งแต่แผ่นฐานแบบ Three-quarter Plate ที่ทำจาก German Silver ไปจนถึง Balance Cock ที่ช่างแกะสลักด้วยมือทีละชิ้น ซึ่งไม่มีเรือนใดเหมือนกัน  และสิ่งที่ทำให้ Lange แตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่น คือการนำเสนอความซับซ้อนทางกลไกอย่างสุขุม แม้นาฬิกาจะอัดแน่นด้วยกลไกระดับ Grand Complication แต่หน้าปัดกลับยังคงอ่านเวลาได้ง่าย สง่างาม และไม่เคยรู้สึกว่ากำลัง “อวด” ความซับซ้อน ดังเช่นผลงานเหล่านี้ 

1815 RATTRAPANTE ความงดงามของโครโนกราฟ

ในโลกของนาฬิกาจับเวลา ไม่มีระบบใดได้รับการยกย่องจากนักสะสมมากไปกว่า Rattrapante หรือ Split-seconds Chronograph กลไกนี้สามารถจับเวลาสองเหตุการณ์ที่เริ่มต้นพร้อมกันแต่สิ้นสุดต่างเวลากันได้ ผ่านเข็มโครโนกราฟสองชุดที่ซ้อนอยู่บนแกนเดียวกัน การสร้างระบบดังกล่าวต้องอาศัยชุดเฟือง คอลัมน์วีล คีมจับเข็ม และสปริงจำนวนมากที่ทำงานสัมพันธ์กันอย่างแม่นยำ

สำหรับ 1815 RATTRAPANTE ทาง A. Lange & Sohne เลือกนำเสนอความซับซ้อนทั้งหมดผ่านหน้าปัดที่เรียบง่าย สมมาตร และได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาพกในศตวรรษที่ 19 ภายในคือกลไก Calibre L101.2 ซึ่งเป็นกลไก Rattrapante รุ่นที่เจ็ดของแบรนด์ ใช้ Column Wheel สองชุด พร้อมกำลังสำรองประมาณ 58 ชั่วโมง

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดไม่ใช่จำนวนชิ้นส่วน แต่คือการทำให้กลไกที่ซับซ้อนที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ดูเรียบง่ายราวกับนาฬิกาสามเข็ม

1815 RATTRAPANTE PERPETUAL CALENDAR เมื่อสาม Grand Complication อยู่ร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ

หาก 1815 RATTRAPANTE คือบทพิสูจน์ด้านโครโนกราฟ รุ่น 1815 RATTRAPANTE PERPETUAL CALENDAR ก็คือการผลักขีดจำกัดของศาสตร์แห่งนาฬิกาไปอีกระดับ

ภายในตัวเรือนขนาด 41.9 มิลลิเมตร Lange รวมเอาสามกลไกระดับสูงไว้ด้วยกัน ได้แก่ Split-seconds Chronograph, Perpetual Calendar และ Moon Phase ทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre L101.1 ซึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วนถึง 636 ชิ้น ผลิตทั้งในตัวเรือนแพลทินัม ไวท์โกลด์ และพิงก์โกลด์ โดยรุ่นไวท์โกลด์โดดเด่นด้วยหน้าปัดที่ทำจาก Pink Gold แบบ Solid และผลิตในจำนวนจำกัด 

แม้จะซับซ้อนอย่างยิ่ง แต่หน้าปัดกลับยังคงมีสัดส่วนที่สมดุล อ่านค่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่ปฏิทินถาวรสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องจนถึงปี 2100 โดยไม่ต้องปรับตั้ง 

RICHARD LANGE TOURBILLON “Pour le Mérite” จุดสูงสุดของวิศวกรรมเชิงกล

สำหรับ A. Lange & Söhne  คำว่า “Pour le Mérite” ที่ใช้ต่อท้ายชื่อรุ่นนั้นแสดงให้เห็นถึงการยกย่องเชิดชูความเป็นเลิศทางวิศวกรรมซึงใช้ระบบส่งพลังงาน fusée-and-chain โดยนับตั้งแต่แบรนด์กลับมาในปี 1990 Lange ผลิตนาฬิกาที่ได้รับชื่อนี้เพียง 5 รุ่น เท่านั้น  

RICHARD LANGE TOURBILLON “Pour le Mérite” รวมเอาสองสุดยอดกลไกเข้าไว้ด้วยกัน นั่นคือ Fusée-and-Chain Transmission ระบบส่งกำลังผ่านโซ่และกรวยที่ช่วยให้แรงบิดส่งไปยังชุดเฟืองอย่างสม่ำเสมอแม้ลานจะคลายตัว และ  One-minute Tourbillon ที่หมุนครบหนึ่งรอบในหนึ่งนาที เพื่อช่วยลดผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงต่อความเที่ยงตรงของนาฬิกา การนำกลไกทั้งสองมาทำงานร่วมกัน ถือเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่มีผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายในโลกสามารถทำได้ 

DATOGRAPH PERPETUAL หนึ่งในโครโนกราฟที่ดีที่สุดแห่งยุคสมัย

เมื่อ Lange เปิดตัว DATOGRAPH ในปี 1999 วงการนาฬิกาต่างยกย่องให้เป็นหนึ่งในโครโนกราฟที่สวยงามที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา เจ็ดปีต่อมา แบรนด์ได้พัฒนาต่อยอดเป็น DATOGRAPH PERPETUAL โดยเพิ่มกลไกปฏิทินถาวรเข้าไป พร้อมยังคงระบบ Flyback Chronograph อันโด่งดังไว้เช่นเดิม 

นอกจากจับเวลาแบบ Flyback แล้ว นาฬิกายังสามารถแสดงวันที่ วันในสัปดาห์ เดือน และปีอธิกสุรทินได้อย่างแม่นยำ โดยจะต้องปรับแก้เพียงครั้งเดียวในปี 2100 สำหรับนักสะสมจำนวนมาก ความงดงามที่แท้จริงของ DATOGRAPH ไม่ได้อยู่ที่หน้าปัด แต่คือสถาปัตยกรรมของกลไกด้านหลังตัวเรือน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในงานออกแบบกลไกโครโนกราฟที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์นาฬิกา

Share post:

More like this

เบื้องหลังบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของมหกรรมนาฬิกาแห่งปีใน Geneva Watch Days 2026 แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากงานนี้?

Geneva Watch Days 2026 สร้างสถิติใหม่ด้วย 71 แบรนด์ชั้นนำ และเปิดตัวเรือนเวลาใหม่เกือบ 400 เรือน ต้อนรับนักสะสมและผู้หลงใหลในเรือนเวลากว่า 2,500 คน พร้อมระดมทุนการกุศลกว่า 115,500 ฟรังก์สวิส เพื่อสนับสนุนคนทำนาฬิการุ่นใหม่

รวม 6 แบรนด์นาฬิกาไฮเอนด์ ที่เคยคอลแลปส์กับค่ายซูเปอร์คาร์ระดับโลก

เจาะลึก 6 ความร่วมมือระดับตำนานระหว่างแบรนด์นาฬิกาไฮเอนด์และค่ายรถยนต์ระดับโลก ถ่ายทอดดีเอ็นเอแห่งความเร็ว วิศวกรรมเครื่องกล และดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟลงบนเรือนเวลาที่สายสะสมห้ามพลาด

ตำนาน Chopard ประวัติศาสตร์เรือนเวลาและอัญมณีชั้นสูงกว่า 160 ปี

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ Chopard จากจุดเริ่มต้นช่างทำนาฬิกาผู้เที่ยงตรงในปี 1860 สู่การโคจรมาพบกันของสองตระกูลช่างฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ ที่ร่วมกันปฏิวัติโลกเรือนเวลาด้วยนวัตกรรมเพชรเต้นรำและจิตวิญญาณแห่งความยั่งยืน

เจาะลึกเทรนด์นาฬิกาสตรี ทำไมแบรนด์หรูถึงต้องหันมาแย่งตลาดนาฬิกาจักรกลสำหรับผู้หญิง หรือจะหมดยุค “ย่อขนาดแล้วทาสีชมพู”?

ยุคสมัยที่ "นาฬิกาผู้หญิง" ถูกจำกัดไว้เพียงเพชรพลอยและกลไกควอตซ์ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เจาะลึกวิวัฒนาการครั้งสำคัญของวงการ Haute Horlogerie เมื่อแบรนด์ชั้นนำระดับโลกต่างหันมาพัฒนานาฬิกากลไกซับซ้อน (Complications) เพื่อตอบสนองนักสะสมสตรีรุ่นใหม่ที่มีทั้งอำนาจซื้อ รสนิยม และความเข้าใจในศิลปะแห่งเรือนเวลาอย่างแท้จริง