Patek Philippe เปิดตัวเรือนเวลารุ่นใหม่รวม 20 รุ่น พร้อม Nautilus รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน 4 รุ่น ภายในงาน Watches and Wonders 2026

Date:

ตอกย้ำความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญในทักษะเฉพาะอันหาตัวจับยากของ Patek Philippe

ต้องบอกว่า เป็นการเปิดตัวอย่างอลังการต้อนรับเทศกาลเรือนเวลาอันยิ่งใหญ่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี สำหรับเรือนเวลากว่า 20 รุ่นใหม่ที่ Patek Philippe เผยโฉมในงาน Watches and Wonders 2026 นี้ เพราะเราได้เห็นทั้งนวัตกรรมกลไกที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้นในคอลเลกชันที่ขึ้นแท่นไอคอนิก คอลเลกชันที่ห่างหายจากการมีสมาชิกใหม่ก็กลับมามีอะไรให้ตื่นเต้นกันอีกครั้ง และผลงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าก็ยังคงได้รับการสืบสานต่อไปในรูปแบบที่เดินร่วมกับปัจจุบันได้อย่างราบรื่น 

กลไกซับซ้อนสูงที่ถูกยกระดับ

หลายรุ่นแสดงถึงความพยายามพัฒนากลไกซับซ้อนสูงอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยเฉพาะ Ref. 6105-001G นาฬิกา Grand Complication รุ่นแรกที่สามารถแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตก มาพร้อมหน้าปัดที่จำลองแผนที่ท้องฟ้าเหนือกรุงเจนีวา และกลไกที่ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 5 ปี พร้อมสิทธิบัตรถึง 6 รายการ หรือการใช้กลไกระดับ Grand Complication รุ่นแรกในคอลเลกชัน Cubitus รุ่น Perpetual Calendar Ref. 5840P-001 มาในตัวเรือนแพลตินัมขนาด 45 มม. นับเป็นการผสานดีไซน์ล้ำสมัยเข้ากับกลไกปฏิทินถาวรได้อย่างลงตัว

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Ref. 5322G ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 41 มม. ตกแต่งลาย Clous de Paris ด้านข้างตัวเรือน หน้าปัดเคลือบแล็กเกอร์ มาพร้อมฟังก์ชันปลุก 24 ชั่วโมง และฟังก์ชันแสดงวันที่ เหมาะสำหรับการเตือนเวลานัดหมาย ทั้งยังมาพร้อมกลไกตีบอกเวลาแบบดั้งเดิม ซึ่งนับเป็นการนำกลไกซับซ้อนที่ผลิตได้ยากยิ่งมาประยุกต์ใช้ได้อย่างร่วมสมัย

การตีความใหม่ของคอมพลิเคชันอันเป็นเอกลักษณ์

กลไกซับซ้อนสูงซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของ Patek Philippe ถูกนำมาตีความใหม่ในหลายรุ่นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Ref. 7047G-001 ที่ผสานกลไกมินิตรีพีทเตอร์ เข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยในตัวเรือน Calatrava สุดคลาสสิก Ref. 5374/400P-001 ที่หลอมรวมศาสตร์ชั้นสูงสองแขนงทั้ง Haute Horlogerie และ Haute Joaillerie เข้าด้วยกันอย่างวิจิตร ทั้งยังบรรจุกลไกซับซ้อนสูงอย่างกลไกปฏิทินถาวรและกลไกมินิตรีพีทเตอร์ทำงานร่วมกันภายในตัวเรือนแพลตินัม หน้าปัดเปลือกหอยมุกจากบาหลี รายล้อมด้วยอัญมณีหายากพาราอิบาทัวร์มาลีนสีฟ้าใส เรือนเวลาชั้นสูงรุ่นนี้ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนเท่านั้น 

Ref. 5204G-010 นำเสนอกลไกฟลายแบ็คโครโนกราฟพร้อมปฏิทินถาวรในลุคสปอร์ตหรู ตัวเรือนไวท์โกลด์หน้าปัดสีน้ำเงินซันเบิรตส์ รับกับสายวัสดุคอมโพสิตพิมพ์ลายผ้า ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ CHR 29-535 PS Q ส่วน Ref. 5236P-011 มาในลุคเรียบหรูแบบแยบคายด้วยตัวเรือนแพลตินัมหน้าปัดเหลือบเงิน โดดเด่นด้วยการแสดงผลวัน-วันที่-เดือนในช่องเดียว ที่กลไกบางพิเศษคาลิเบอร์ 31-260 PS QL มาพร้อมไมโครโรเตอร์แพลตินัมขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง

 
สำหรับเรือนเวลาโครโนกราฟที่เป็นเอกลักษณ์ของ Patek Philippe อย่าง Ref. 5270 ถูกนำเสนอใน 3 เวอร์ชันใหม่  ทั้งสามเวอร์ชันใหม่มาในตัวเรือนแพลตินัมหน้าปัดต่างโทนสี และการจับคู่สายที่รับกับหน้าปัดของแต่ละรุ่น ขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ CH 29-535 PS Q ที่มาพร้อมนวัตกรรมโครโนกราฟจดสิทธิบัตร 6 รายการ


กลไกปฏิทินรายปี (Annual Calendar) ยังเป็นอีกหนึ่งคอมพลิเคชันที่ถูกนำมาตีความใหม่ในสไตล์ร่วมสมัย ทั้งใน Ref. 5396R-016 ตัวเรือนโรสโกลด์โทนสีอบอุ่นรับกับหน้าปัดซันเบิรตส์สีแซนด์เบจ นับเป็นการปรับโฉมภายนอกให้ดูสดใหม่ยิ่งขึ้น โดยยังไว้วางใจในกลไกสิทธิบัตรเฉพาะที่ใช้ขับเคลื่อน Ref. 5396 มาตั้งแต่ปี 1996 ส่วนอีกหนึ่งเรือนเวลากลไกปฏิทินรายปีที่ถูกปรับโฉมใหม่เช่นกัน คือ Ref. 4946G-001 ที่มาในลุคเรียบเฉียบด้วยตัวเรือนไวท์โกลด์หน้าปัดสีเทาแกมน้ำเงิน ขัดแต่งผิวซาตินเป็นลายแนวตั้งสลับกับแนวนอน หรือลายผ้าไหมชานตุงที่เราคุ้นเคยกันดี และยังคงไว้วางใจในกลไกไขลานอัตโนมัติคาลิเบอร์ 26-330 S QA LU ในการส่งมอบพลังงาน

นาฬิกานักเดินทางรุ่นไอคอนิกมาในโฉมใหม่อันหรูหราดึงดูดสายตาภายใต้ Ref. 7129J-001 ที่เจิดจ้าด้วยตัวเรือนเยลโลว์โกลด์โอบอุ้มหน้าปัดเคลือบแล็กเกอร์สีแดงคาร์ไมน์อันลุ่มลึกและเร่าร้อน ตกแต่งด้วยเทคนิค guilloché เป็นลวดลายตระกร้าสาน (vieux panier) ขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ 240 HU ที่อยู่คู่เรือนเวลารหัสนี้มาตั้งแต่ปี 1999   

ความเรียบง่ายที่แฝงไว้ด้วยความซับซ้อน

คอลเลกชัน Calatrava ที่คงความคลาสสิกเหนือกาลเวลาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ต้อนรับสมาชิกใหม่อย่าง Ref. 5227G-015 ที่มาในลุคหรูเนี้ยบ ด้วยตัวเรือนไวท์โกลด์ขัดเงาขนาด 39 มม. ขอบตัวเรือนเซาะเว้า และขาตัวเรือนโครงโปร่งเว้าเข้าด้านใน หน้าปัดโทน rose-gilt แบบโอปาลีน ประดับหลักชั่วโมงทรง obus และเข็มทรง dauphine เจียระไนทรงเหลี่ยม รายละเอียดบนหน้าปัดล้วนทำจากไวท์โกลด์โทนสีเทาชาร์โคล นับเป็นการคุมโทนสงบขรึมที่ดูร่วมสมัย 

Ref. 5227G_015

อีกสองสมาชิกใหม่ในตระกูล Calatrava สำหรับผู้หญิง ได้แก่ Ref. 7200/50G-001 และ Ref. 7200/50G-012 นาในตัวเรือนไวท์โกลด์สไตล์ Officer ขนาด 34.6 มม. มาพร้อมตัวเลือกหน้าปัดแบบซันเบิร์สต์สีแซนด์เบจ จับคู่กับสายหนังลูกวัวสีเดียวกัน หรือหน้าปัดซันเบิร์สต์สีไอซ์บลู จับคู่กับสายหนังจระเข้สีฟ้าเหลือบมุก ทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติแบบบางพิเศษ คาลิเบอร์ 240 ที่มาพร้อมมินิโรเตอร์ทองคำ 22K แบบเยื้องศูนย์ ช่วยให้ตัวเรือนมีความบางเฉียบเพียง 7.37 มม.


และเราเชื่อว่า หลายคนคิดถึงคอลเลกชัน Golden Ellipse เหมือนกับเรา และข่าวดีก็คือปีนี้ Patek Philippe ได้เพิ่มสมาชิกใหม่ให้กับคอลเลกชันตัวเรือนทรงรีอันเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ Ref. 5738G-001 ขนาด 34.50 x 39.50 มม. และ Ref. 3738G/100G-014 ขนาด 31.1 x 35.6 มม. ทั้งสองรุ่นต่างขนาดแต่มาในตัวเรือนไวท์โกลด์ หน้าปัดซันเบิร์สต์สีเขียวมะกอก รับกับสายหนังลูกวัวสีเดียวกัน ขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ 240 ชนิดบางพิเศษ มาพร้อมมินิโรเตอร์ทองคำ 22K ทำให้เรือนเวลารุ่นนี้กลายเป็นเรือนเวลาที่เพรียวบางที่สุดของ Patek Philippe

จากมรดกในพิพิธภัณฑ์สู่บริบทปัจจุบัน

นับเป็นครั้งแรกสำหรับกลไก automaton กับการมาอยู่บนนาฬิกาข้อมือ และ Ref. 5249R-001 ได้รับเกียรตินั้น นี่คือเรือนเวลา automaton รุ่นแรกในยุคใหม่ของแบรนด์ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกาพกของ Louis Cottier ในปี 1958 กลไกเคลื่อนไหวบนหน้าปัดถ่ายทอดเรื่องราว “The Crow and the Fox” โดย Jean de La Fontaine กวีเลื่องชื่อชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 มาในตัวเรือนสไตล์ Officer หน้าปัดโรสโกลด์อยู่ใต้ชั้นโอปาลีนสีน้ำตาล Matara แสดงความหรูหราคลาสสิกที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอดีตกาลในบริบทร่วมสมัย

เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี Nautilus ด้วย 4 รุ่นลิมิเต็ด

เมื่อถึงวาระสำคัญของเรือนเวลาระดับไอคอนแห่งสไตล์สปอร์ตชิค ทาง Patek Philippe จึงจัดรุ่นลิมิเต็ดที่น่าเก็บสะสมมาให้สาวกของ Nautilus ได้ฝันถึง โดยมาในไซส์จัมโบขนาด 41 มม. ตัวเรือนไวท์โกลด์สายโลหะใน Ref. 5810/1G-001 และ Ref. 5810G-001 มาในสายคอมโพสิต ส่วน Ref. 5610/1P-001 นั้นมาในตัวเรือนแพลตินัมขนาด 38 มม. พร้อมสายวัสดุเดียวกับตัวเรือน ทั้งสามรุ่นนี้มีความโดดเด่นในคุณสมบัติตัวเรือนเพรียวบาง เพราะขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติชนิดบางพิเศษ คาลิเบอร์ 240 ที่เกิดหลัง Nautilus เพียงปีเดียวเท่านั้น และเป็นกลไกที่ใช้ในหลายรุ่นของ Patek Philippe เนื่องด้วยความบางของชุดกลไกที่ไม่รบกวนดีไซน์ภายนอก ปิดท้ายด้วยน้องเล็กที่แปลกแหวกแนวกว่าใครเพื่อนอย่าง Ref. 958G-001 ที่มาในรูปแบบนาฬิกาตั้งโต๊ะตัวเรือนไวท์โกลด์ ที่สำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 8 วัน 

ทั้ง 20 รุ่นที่เผยโฉมพร้อมกันในงานนี้แสดงให้เราเห็นถึงพลังสร้างสรรค์และความไม่หยุดนิ่งของ Patek Philippe ที่ก้าวเดินให้ทันปัจจุบันเสมอ แต่ก็ไม่เคยละทิ้งมรดกอันทรงคุณค่าที่สร้างรากฐานอันแข็งแกร่งและงดงามให้กับแบรนด์มาตั้งแต่แรกเริ่ม   

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

Nautilus กำลังจะครบ 50 ปี มาดูกันว่า Patek Philippe จะฉลองวาระนี้อย่างไร

Patek Philippe ร่วมกับ TKI เปิดตัวบูติกแห่งใหม่ ณ Gaysorn Village

เส้นทางสู่เสี้ยววินาทีแห่งชัยชนะของเรือนเวลา split-seconds chronograph จาก Patek Philippe


Share post:

More like this

Louis Moinet ส่ง 4 รุ่นใหม่ เป็นตัวแทนต่อยอดมรดกของแบรนด์ในบริบทร่วมสมัย ภายในงาน Watches and Wonders 2026 

1816 สองรุ่นเพื่อสดุดีนาฬิกาโครโนกราฟเรือนแรก Time to Race รุ่นใหม่ และ Skydance นาฬิกาสุภาพสตรีที่หลายคนรอคอย  ปี...

Arnold & Son เผยโฉมทูร์บิญองรุ่นบางเฉียบ Ultrathin Tourbillon Onyx Edition อีกหนึ่งรุ่นในงาน Watches and Wonders 2026  

ทรงพลังด้วยหน้าปัดหินออนิกซ์เนื้อแมตต์ มาในสองวัสดุเรดโกลด์ 5N และแพลตินัม หลังจากเผยโฉม HM Pietersite นาฬิกาหน้าปัดหินแร่หายากมาเป็นทีเซอร์ก่อนเริ่มต้นเข้าสู่งาน Watches...

Piaget Watches and Wonders 2026: มนต์เสน่ห์หินสีและลาย Gadroon แห่งยุค 60s

Piaget ฉลองความหรูหราในงาน W&W 2026 ด้วยการนำหินสีธรรมชาติและลายสลัก Gadroon กลับมาเล่าใหม่ พบกับ Polo 79 หน้าปัด Sodalite และที่สุดของวิศวกรรม Altiplano Ultimate Concept Tourbillon ที่บางเพียง 2 มม.

Angelus ส่ง Tinkler 1958 การตีความใหม่ของนาฬิกาควอเตอร์-รีพีทเตอร์อันเป็นมรดกของแบรนด์ร่วมแสดงในงาน Watches and Wonders 2026

ตอกย้ำความชำนาญในการผลิตกลไกขานบอกเวลาด้วยเสียงที่อยู่คู่กับ Angelus มาตั้งแต่ปี 1891  จุดกำเนิดแห่งเสียงบอกเวลา บางคนอาจจะไม่รู้ว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ Angelus ที่เราคุ้นเคยกับนาฬิกา Dress Watch...