ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับห้องจัดแสดงคอลเลกชันหายากอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์
นับเป็นปีที่ Patek Philippe มีข่าวดีอย่างต่อเนื่องโดยแท้ ล่าสุดทางแบรนด์ได้ร่วมกับทาง TKI เปิดตัวบูติกสาขา Gaysorn Village ซึ่งนับเป็นบูติกขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว่า 311 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนชั้น 9 อาคาร Gaysorn Tower ซึ่งอยู่ติดกับ Patek Philippe Service Centre นั่นเอง บูติกแห่งนี้นับเป็นการตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 40 ปีระหว่างแบรนด์นาฬิการะดับตำนานและตัวแทนจำหน่ายนาฬิกา Patek Philippe อย่างเป็นทางการที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
สะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์อย่างหรูหราและร่วมสมัย

ความหรูหราสง่างามเหนือกาลเวลาเป็นเอกลักษณ์ของบูติก Patek Philippe ทุกสาขามาโดยตลอด แต่ถึงอย่างไรแต่ละสาขาย่อมมีการนำอัตลักษณ์ของแบรนด์มาตีความใหม่ให้เข้ากับบริบทท้องถิ่น และเหมาะสมกับคอนเซ็ปต์ที่ตั้งใจนำเสนอให้แตกต่างในแบบฉบับของตัวเอง
สำหรับ Patek Philippe สาขา Gaysorn Village นั้น ในด้านการตกแต่งภายในเน้นบรรยากาศที่ดูหรูหราแต่อบอุ่น และสอดแทรกรายละเอียดที่สะท้อนมรดกในเชิงประวัติศาสตร์และความชำนาญในการผลิตเรือนเวลาของแบรนด์ไว้ในทุกมุม นับตั้งแต่นาฬิกา Annual Calendar ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนตั้งแต่ย่างก้าวแรก และผนัง Straw Marquetry ด้านหลังจุดต้อนรับที่ทำให้นึกถึงลายซันเรย์บนหน้าปัดนาฬิกา Patek Philippe
จากนั้นเมื่อก้าวเข้าสู่แกลเลอรีหลักจะได้พบกับพื้นที่จัดแสดงเรือนเวลาหลากหลายคอลเลกชันที่ถูกจัดแสดงไว้ในตู้กระจกบุผ้าสีราสป์เบอร์รี่ แวดล้อมด้วยบรรยากาศหรูหราในโทนอบอุ่นที่วัสดุที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันมอบให้ ไม่ว่าจะเป็น ไม้เบิร์ดอายเมเปิล วอลเปเปอร์แฮนด์เมด ทองเหลืองผิวขัดด้าน ประตูกระจกสลักลวดลาย ผนังฉลุลาย Calatrava Cross พื้นหินอ่อน และโทนสีอันเป็นเอกลักษณ์อย่างสีน้ำตาลและเบจ




ผนังด้านหลังแกลเลอรีจะพบกับนิทรรศการแสดงไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และจุดเริ่มต้นของพันธมิตรอันยืนยาวระหว่าง Patek Philippe และ TKI ก่อนจะนำเข้าสู่พื้นที่รับรองด้านในที่แบ่งเป็นห้องรับรองอย่างเป็นสัดส่วน ทั้งห้องรับรองย่อยสองห้อง ห้อง Library ที่ให้ความรู้สึกหรูหราและสงบ มีความเป็นส่วนตัวสูง และห้องไพรเวท VIP ขนาดใหญ่ที่มีบาร์เครื่องดื่มอยู่ด้านหน้า
ห้องนิทรรศการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
ความพิเศษสุดอยู่ที่ห้องนิทรรศการที่คัดสรรเรือนเวลารุ่นหายากมาจัดแสดงโดยสับเปลี่ยนหมุนเวียนรุ่นที่นำมาจัดแสดงภายในทุก 6 เดือน ซึ่งนับเป็นบูติกแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีห้องจัดแสดงนิทรรศการภายในบูติกโดยเฉพาะ

โดยภายในห้องนิทรรศการจะได้พบกับคอลเลกชันเรือนเวลารุ่นประวัติศาสตร์ และรุ่นหายากที่แสดงถึงความชำนาญในเชิงกลไกและงานหัตถศิลป์ชั้นสูงของแบรนด์ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญได้แก่ Ref. 605 HU นาฬิกาพกที่เก่าแก่ที่สุดที่ติดตั้งกลไก world time ซึ่งคิดค้นโดย Louis Cottier รวมถึง นาฬิการุ่น Calatrava Ref. 5089G-071 หน้าปัดประดับลวดลายนกยูโรเปียน โกลด์ฟินช์เกาะบนกิ่งไม้ รังสรรค์ขึ้นด้วยเทคนิค micro wood-marquetry อันละเอียดอ่อน และ Ref. 5077/100R-040 ที่โดดเด่นด้วยลวดลายดอกกล้วยไม้ สัญลักษณ์อันงดงามของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่แต่งแต้มสีสันบนหน้าปัดด้วยเทคนิค cloisonné enamel



นอกจากนี้ยังมีเรือนเวลาที่มีความสำคัญและมีความเชื่อมโยงกับประเทศไทย เช่น นาฬิกาข้อมือ Gondolo Ref. 5030R และ Calatrava Ref. 3992J และ Ref. 4820J โดดเด่นด้วยพระปรมาภิไธยย่อของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) บนตำแหน่ง 12 นาฬิกาของหน้าปัดสีขาว พร้อมหลักชั่วโมงประดับเพชร ซึ่งรังสรรค์ขึ้นในปีพ.ศ. 2539 เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการขึ้นครองราชย์ของพระองค์ โดยเรือนเวลาอันทรงคุณค่าในกลุ่มนี้ถูกจัดแสดงไว้ในห้องย่อยภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ ซึ่งตกแต่งอย่างงดงามด้วยเพดานทรงโดมสีทอง และโคมไฟรูปดวงจันทร์ใจกลางเพดาน




ภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการยังมีผลงานที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อบูติกแห่งนี้โดยเฉพาะ อย่างผนังและภาพวาดที่รังสรรค์เป็นลวดลายแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกาตั้งโต๊ะ Ref. 25008M ‘Bangkok’ ที่ผลิตขึ้นในปี พ.ศ. 2562 และภาพวาดศิลปะ Triptych ที่ได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกาทรงโดม Ref. 20095M ‘Tropical Flowers’ จากคอลเลกชัน Rare Handcrafts ที่แสดงถึงความประณีตบรรจงและความเป็นเลิศด้านหัตถศิลป์ของ Patek Philippe ได้อย่างงามวิจิตร

แวะมาชมเรือนเวลาคอลเลกชันต่างๆ และเรียนรู้มรดกเกี่ยวกับศาสตร์ในการผลิตเรือนเวลาชั้นสูงของแบรนด์ ได้ที่บูติก Patek Philippe Gaysorn Village ณ อาคาร Gaysorn Tower ชั้น 9
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
Nautilus กำลังจะครบ 50 ปี มาดูกันว่า Patek Philippe จะฉลองวาระนี้อย่างไร
Patek Philippe ร่วมกับ PMT The Hour Glass เผยโฉมบูติกแห่งใหม่ ณ สยามพารากอน
The Revolutionary List: 26 ผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ – เทียร์รี สเติร์น (Thierry Stern)

