Oris The Star กลับมาเกิดใหม่ และกลไก Artelier ก็กลับมาอีกครั้ง

Date:

Oris พาเราย้อนกลับไปสู่ยุคที่ดีไซน์เรียบง่ายคือความเท่ที่แท้จริง กับ Star Edition ที่คงเสน่ห์วินเทจไว้ครบ แต่ปรับให้ใส่ได้จริงในปี 2026

งาน Watches and Wonders 2026 ปีนี้ Oris ยังคงรักษาคอนเซปต์ความเป็นแบรนด์อิสระที่คาดเดาใจยากเหมือนเดิม หลังจากปีก่อนๆ เคยทำทั้งสายรักษ์โลกไปจนถึงความขี้เล่นกับตัวการ์ตูน มาปีนี้ Oris ขอวกกลับมาหาความคลาสสิกที่แฝงไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์อันเข้มข้น โดยไฮไลต์อยู่ที่การชุบชีวิตรุ่น Star กลับมา และการรีเทิร์นของคอลเลกชัน Artelier ที่เน้นความเนี้ยบแบบคนเมือง มาดูกันว่าปีนี้มีอะไรให้น่าสนใจกันบ้าง

The Oris Star Edition 

เบื้องหลังของนาฬิกาดีไซน์วินเทจสุดน่ารักเรือนนี้ มีความดราม่าระดับหนังสงครามกฎหมายย้อนไปยุค 1930 ซึ่งในตอนนั้นมีกฎหมายที่เรียกว่า “Swiss Watch Statute” ออกมาเพื่อสกัดกั้นการแข่งขัน ทำให้ Oris ถูกบังคับให้ใช้ชุดกลไกราคาถูกที่ความเที่ยงตรงต่ำ จนกระทั่ง Dr. Rolf Portman เข้ามาต่อสู้กับกลุ่มอิทธิพลช่างนาฬิกาสวิสอยู่นานนับทศวรรษ จนกฎหมายเฮงซวยนี้ถูกยกเลิกในปี 1965 และนาฬิการุ่นแรกที่ Oris ผลิตออกมาโชว์ศักยภาพหลังได้รับอิสระก็คือ Oris Star ปี 1966 นั่นเอง

ดร. รอล์ฟ พอร์ตแมน และ อุลริช ดับเบิลยู. เฮอร์โซก — บุคคลสำคัญในการต่อสู้เพื่อเอกราชและอัตลักษณ์สมัยใหม่ของโอริส
นาฬิกา Oris Star Edition ขนาด 35 มม. ขนาดกะทัดรัดและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ สะท้อนถึงการกลับมาเกิดใหม่ของแบรนด์หลังปี 1965

รุ่นที่เอามาเล่าใหม่ในปีนี้เรียกได้ว่าเป็นการถอดแบบมาแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ตัวเรือนสตีลขนาด 35 มม. มาในทรงคุชชั่นที่ดูย้อนยุคสุดๆ พร้อมกระจก Plexiglass ทรงโดมที่ถึงจะไม่กันรอยเท่าแซฟไฟร์แต่ให้เสน่ห์ความนวลตาแบบนาฬิกาเก่าที่หาไม่ได้จากรุ่นสมัยใหม่ 

นาฬิกา Oris Star Edition นำเสนอความคลาสสิกจากปี 1966 อีกครั้ง พร้อมด้วยเครื่องหมายบอกเวลาแบบนูนที่โดดเด่น และหน้าปัดสีเงินที่ดูสะอาดตาและเข้ากับยุคสมัย

หน้าปัดสีเงินมาพร้อมกับเข็มและหลักชั่วโมงทรงแท่งหนาๆ และช่องหน้าที่สี่เหลี่ยมคางหมูที่ดูแล้วได้อารมณ์ยุค 60 แบบเต็มอิ่ม ภายในขับเคลื่อนด้วย Cal. 733 ที่สำรองพลังงานได้ 41 ชั่วโมง นี่คือน้อยแต่มากที่แท้จริง และเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะที่ Oris ภูมิใจนำเสนอ

The Oris Artelier Complication 

มาต่อกันที่คอลเลกชั่น Artelier ที่ฟื้นกลับมาอีกครั้ง ซึ่งแบรนด์ทำออกมาเพื่อตอบโจทย์คนที่อยากได้ “นาฬิกาดีๆ สักเรือน” ที่ใส่ได้ทุกวันโดยไม่ต้องวิ่งตามกระแสหรือพยายามตะโกนบอกความหรูหราจนเกินงาม รุ่นที่เป็นตัวชูโรงคือ Artelier Complication ซึ่งเป็นการหยิบเอางานดีไซน์แบบ Dress Watch มาใส่ลูกเล่นที่ดูโรแมนติกขึ้น ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 39.5 มม. หนาเพียง 11.8 มม. เป็นสัดส่วนที่ลงตัวมากสำหรับใส่ใต้แขนเสื้อเชิ้ต

นาฬิการุ่น Artelier Complication จับคู่หน้าปัดสีน้ำเงินที่มีลวดลายกับฟังก์ชั่นแสดงข้างขึ้นข้างแรมและวันที่แบบเข็มอย่างประณีต เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรายละเอียด

ความสวยงามของหน้าปัดรุ่นนี้อยู่ที่การแบ่งเลเยอร์ โดยวงนอกจะเรียบเนียนส่วนวงกลางจะมีการขัดลายพ่นทรายละเอียดๆ (Grained centre) ไฮไลต์อยู่ที่ฟังก์ชันวันที่แบบเข็มชี้ (Pointer Date) ตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกาที่วางซ้อนอยู่ใต้ช่องหน้าต่างข้างขึ้นข้างแรม (Moonphase) รูปดวงจันทร์กึ่งสมจริงท่ามกลางหมู่ดาวที่ดูแล้วเพลินตามาก

จากสีน้ำตาลเกาลัดอบอุ่นไปจนถึงสีเงินคลาสสิก นาฬิกา Artelier Complication แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านสีสันของ Oris ในหลากหลายตัวเลือกหน้าปัด

ความสะดวกอีกอย่างคือกลไก Calibre 782 ที่ให้เราปรับตั้งค่าทุกอย่างได้ผ่านเม็ดมะยมหรือปุ่มกดซ่อนเพียงปุ่มเดียวข้างตัวเรือน โดยรอบนี้มีออกมาให้เลือกถึง 6 เวอร์ชัน ทั้งสายหนังและสายเหล็ก มีหน้าปัดสีงาช้าง, สีน้ำเงินมิดไนท์บลู และสีเกาลัด (Chestnut) ซึ่งเป็นโทนสีน้ำตาลที่ Oris ทำออกมาได้สวยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก เป็นทางเลือกที่ดูอบอุ่นและมีมาดในคราวเดียวกัน

ข้อมูลทางเทคนิค 
Oris Star Edition (Watches and Wonders 2026)
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 35 มม. กระจก Plexi-crystal กันน้ำ 50 เมตร
  • หน้าปัด: สีเงินดีไซน์มินิมอล พร้อม crosshair และหลักชั่วโมงแบบ baton
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาที และวันที่
  • กลไก: อัตโนมัติ Oris Calibre 733 (ฐาน Sellita SW200-1) สำรองพลังงาน ~41 ชั่วโมง
  • สาย: สายหนังสีดำ พร้อม pin buckle

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Jaeger-LeCoultre เมื่อความแม่นยำและศิลปะถูกร้อยเรียงไว้ใต้หลังคาเดียวกัน
Chopard เน้นความบางเฉียบและการผสานงานวิศวกรรมระดับสูงเข้ากับวัสดุรักษ์โลก
Greubel Forsey Tourbillon 24 Secondes Architecture Final Edition ปิดตำนาน 11 เรือนสุดท้าย

Share post:

More like this

Arceau Samarcande กับศิลปะการเล่นซ่อนแอบกับกลไกชั้นสูงในแบบฉบับของ Hermès

หน้าปัด Openwork ฉลุช่องรูปหัวม้าแอบซ่อนกลไกมินิตรีพีทเตอร์อันล้ำเลิศ ถ้าพูดถึงงานเรือนเวลาเผยกลไกในรูปแบบสเกเลตันและโอเพนเวิร์ก เมซง Hermès Horloger ถือเป็นหนึ่งในเมซงที่สามารถผลิตผลงานเรือนเวลาในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่มองแวบแรกก็สามารถระบุได้เลยว่านี่คือผลงานของ Hermès แน่นอน...

เผยโฉม Navitimer B09 Chronograph 41 Tribute ลิมิเต็ดเอดิชัน 500 เรือนทั่วโลก ในวาระครบรอบ 100 ปี Miles Davis

Breitling Navitimer B09 Chronograph 41 Tribute to Miles Davis เรือนเวลาลิมิเต็ดเอดิชัน 500 เรือนทั่วโลก เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี Miles Davis ถอดแบบความคลาสสิกจาก Ref. 806 Mk5 ในตัวเรือนสตีล 41 มม. หน้าปัด Reverse-Panda ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขสลักอินเฮาส์ Caliber B09 สำรองพลังงาน 70 ชั่วโมง

Louis Moinet ส่ง 4 รุ่นใหม่ เป็นตัวแทนต่อยอดมรดกของแบรนด์ในบริบทร่วมสมัย ภายในงาน Watches and Wonders 2026 

1816 สองรุ่นเพื่อสดุดีนาฬิกาโครโนกราฟเรือนแรก Time to Race รุ่นใหม่ และ Skydance นาฬิกาสุภาพสตรีที่หลายคนรอคอย  ปี...

Arnold & Son เผยโฉมทูร์บิญองรุ่นบางเฉียบ Ultrathin Tourbillon Onyx Edition อีกหนึ่งรุ่นในงาน Watches and Wonders 2026  

ทรงพลังด้วยหน้าปัดหินออนิกซ์เนื้อแมตต์ มาในสองวัสดุเรดโกลด์ 5N และแพลตินัม หลังจากเผยโฉม HM Pietersite นาฬิกาหน้าปัดหินแร่หายากมาเป็นทีเซอร์ก่อนเริ่มต้นเข้าสู่งาน Watches...