Czapek Faubourg de Cracovie จิตวิญญาณแห่งการแข่งรถและความวิจิตรของงานฝีมือ Guilloché บนหน้าปัดสี Victory Green

Date:

นาฬิกาโครโนกราฟสุดหรูที่นำเอาสีเขียวสไตล์เรซซิ่งมาผสานกับหน้าปัด Guilloché มือระดับโลก และกลไกความถี่สูง 5Hz ที่แม่นยำที่สุด

ในโลกของนาฬิกาอิสระระดับสูง ชื่อของ Czapek & Cie เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการฟื้นคืนชีพประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของช่างนาฬิกาชาวโปแลนด์ผู้เคยเป็นพันธมิตรกับ Antoine Norbert de Patek โดยแบรนด์ในยุคปัจจุบันได้สร้างชื่อเสียงผ่านการผสมผสานดีไซน์ที่หรูหราเข้ากับกลไกที่ล้ำสมัย และรุ่น Faubourg de Cracovie “Crossroads” Victory Green คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการนำแรงบันดาลใจจากสนามแข่งรถในอดีตมาถ่ายทอดผ่านงานฝีมือหน้าปัดแบบดั้งเดิมที่หาได้ยากในปัจจุบัน

จุดเด่นที่ดึงดูดสายตาที่สุดของนาฬิกาเรือนนี้คือหน้าปัดสี Victory Green หรือสีเขียวแห่งชัยชนะ ซึ่งเป็นการใช้เทคนิคการสลักลายด้วยมือที่เรียกว่า Hand-turned Guilloché โดยใช้ลาย “Crossroads” หรือลายก้างปลาที่มีความซับซ้อนและให้มิติที่ลึกซึ้งเมื่อแสงตกกระทบ ลวดลายนี้สื่อถึงเส้นทางที่ตัดกันในสนามแข่งรถและจิตวิญญาณของผู้ที่กล้าจะเลือกเส้นทางของตัวเอง การสลักลายนี้ทำขึ้นบนหน้าปัดที่ทำจากเนื้อเงินแท้ (Sterling Silver) และเคลือบด้วยเทคนิค Flinqué เพื่อให้ได้สีเขียวที่สดใสและมีประกายเงางามอย่างเป็นเอกลักษณ์

ภายใต้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 41.5 มม. ที่ออกแบบมาอย่างสมมาตรและโค้งมนรับกับข้อมือ คือขุมพลังของกลไก Calibre SXH3 ซึ่งเป็นกลไกโครโนกราฟแบบ Integrated ที่มีความถี่สูงถึง 5 Hz หรือ 36,000 รอบต่อชั่วโมง ความถี่ที่สูงขนาดนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เข็มวินาทีโครโนกราฟเคลื่อนที่ได้อย่างราบรื่นราวกับความฝัน ยังช่วยเพิ่มความแม่นยำในการจับเวลาถึงระดับ 1/10 วินาที โดยกลไกนี้ยังได้รับการรับรองความแม่นยำระดับ COSC และใช้ระบบ Column Wheel พร้อม Vertical Clutch เพื่อให้การกดปุ่มโครโนกราฟนั้นนุ่มนวลและแม่นยำในทุกครั้งที่ใช้งาน

Czapek Faubourg de Cracovie Crossroads Victory Green ไม่ใช่นาฬิกาสปอร์ตโครโนกราฟทั่วไปที่เน้นเพียงความทนทาน เพราะนี่คืองานศิลปะที่รวมเอาประวัติศาสตร์ ความสวยงามของงานฝีมือ และวิศวกรรมระดับโลกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตัวเรือนถูกออกแบบมาให้ใส่สบายด้วยสายหนังจระเข้หรือสายยางที่รับกับโครงสร้างของขาตัวเรือนอย่างแนบเนียน ทำให้เรือนเวลาชุดนี้เหมาะสำหรับนักสะสมที่มองหาความแตกต่างอย่างมีระดับ และต้องการนาฬิกาที่มีเรื่องราวลึกซึ้งซ่อนอยู่ภายใต้ทุกรายละเอียดของหน้าปัดที่สลักด้วยมือ

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Faubourg de Cracovie “Crossroads” Victory Green
  • ตัวเรือน: Stainless Steel (ขนาด 41.5 mm หนา 14.6 mm) กระจก Sapphire ทรงกล่องเคลือบสารกันสะท้อน
  • หน้าปัด: Hand-turned Guilloché ลาย “Crossroads” บนพื้นเงินแท้ สีเขียว Victory Green Flinqué
  • ฟังก์ชั่น: โครโนกราฟจับเวลา (ชั่วโมง นาที วินาที) บอกวันที่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา กันน้ำ 50 เมตร
  • กลไก: Calibre SXH3 (Automatic High-Beat 36,000 vph) ระบบ Column Wheel, COSC Certified สำรองพลังงาน 65 ชั่วโมง
  • สาย: สายหนังจระเข้สีดำ หรือสายยางดีไซน์พิเศษ พร้อมตัวล็อกแบบบานพับ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

Lederer Inverto Titanium เผยความงามบริสุทธิ์ของกลไกผ่านตัวเรือนไทเทเนียมโครงสร้างโปร่งใส
Slim d’Hermès Hippocampe การเดินทางสู่ความลึกของศิลปะหัตถกรรม
HYT S1 Seddiqi 75th Anniversary การรวมตัวของสุดยอดนวัตกรรมและความมั่งคั่งแห่งดูไบ

Share post:

More like this

เมื่อความสมบูรณ์แบบระดับพิพิธภัณฑ์มาอยู่บนข้อมือ นี่คือ Greubel Forsey “Balancier QM” นิยามใหม่ของศาสตร์การขัดแต่งด้วยมือ

พาชมรายละเอียด Greubel Forsey Balancier QM ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 39.60 มม. รุ่นแรกที่มาพร้อมมาตรฐานงานตกแต่งด้วยมือระดับพิเพิธภัณฑ์ Qualité Musée และแฮร์สปริงแบบอินเฮาส์ ผลิตจำกัดเพียง 33 เรือน

ฉลอง 225 ปี ทูร์บิญอง Breguet ปล่อยนาฬิกาชิ้นโบแดง 4 เรือนรวด สะเทือนวงการไฮเอนด์ 

พาคุณย้อนเวลาสู่ปี 1801 จุดกำเนิดสิทธิบัตรทูร์บิญองของ Abraham-Louis Breguet พร้อมเจาะลึกเรือนเวลาชิ้นโบแดง 4 รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 225 ปี ตั้งแต่เดรสวอทช์ไซส์คลาสสิกไปจนถึงสปอร์ตหรูระดับแกรนด์คอมพลิเคชัน

Blancpain ขยายคอลเลกชัน Villeret ด้วยขนาดใหม่ที่เปิดพื้นที่ให้เดรสวอทช์คลาสสิกเข้าถึงผู้สวมใส่ได้หลากหลายขึ้น

Blancpain เปิดตัว Villeret รุ่นใหม่ 6 โมเดล พร้อมขยายตัวเลือกสัดส่วนของเดรสวอทช์คลาสสิก ตั้งแต่ Ultraplate 38 มิลลิเมตร ไปจนถึง Moonphase 29.2 มิลลิเมตร สะท้อนแนวคิดที่ยึดมั่นในงานช่างและความงามเหนือกระแสแฟชั่น

เมื่อคลื่นทรายและเปลวไฟสอดประสาน สัมผัสความอบอุ่นของผืนทรายบนข้อมือผ่าน De Bethune DB25xs Sand Winds

การเดินทางครั้งใหม่ของ Denis Flageollet ที่เปลี่ยนผ่านจากความลุ่มลึกของเฉดสีน้ำเงินสู่อารมณ์ความรู้สึกอันอบอุ่นของทะเลทรายสีทอง