HYT S1 Seddiqi 75th Anniversary การรวมตัวของสุดยอดนวัตกรรมและความมั่งคั่งแห่งดูไบ

Date:

พลังแห่งของเหลวและผืนทราย การตีความมรดกดูไบในสามเฉดสีบนหน้าปัด HYT

ในโลกของการประดิษฐ์นาฬิกา หากแบรนด์อื่น ๆ ยังคงถกเถียงกันด้วยความถี่ของกลไกและเส้นสายที่ประณีต แบรนด์อย่าง HYT ได้ก้าวข้ามทุกข้อจำกัดด้วยการตั้งคำถามพื้นฐานว่า “ทำไมเราต้องใช้เข็มในการบอกเวลา?” พวกเขาจึงก่อตั้งศาสตร์แห่ง Fluidic Mechanical Horology ขึ้นมา นั่นคือการใช้ของเหลวหรือ Liquid ในการบอกชั่วโมง ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่างกลไกจักรกลชั้นสูงเข้ากับวิศวกรรมของไหลที่น่าทึ่ง

และล่าสุดนี้ HYT ได้ร่วมมือกับคู่ค้าระดับตำนานในตะวันออกกลางอย่าง Ahmed Seddiqi & Sons เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปีของบริษัทด้วยการสร้างสรรค์นาฬิกา S1 Bespoke Edition สามเรือนที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งแต่ละเรือนเป็นผลงานระดับ Unique Piece ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานและการมองการณ์ไกลของตระกูล Seddiqi ที่มีต่อการพลิกโฉมดูไบ

นาฬิกาทั้งสามเรือนนี้ถูกเลือกสีสันมาเพื่อเล่าเรื่องราวที่หยั่งรากลึกในมรดกและวิสัยทัศน์ของดูไบอย่างชัดเจน สีแรกคือ Titanium Sand ที่สื่อถึงพื้นฐานและรากเหง้าอันอบอุ่นของผืนทรายในคาบสมุทรอาหรับ ซึ่งเป็นจุดที่ Ahmed Seddiqi ก่อตั้งวิสัยทัศน์ของตนเองขึ้นในปี 1950 มันเป็นตัวแทนของความเคารพในประเพณีและคุณค่าเหนือกาลเวลา ถัดมาคือ Titanium Blue ที่จำลองสีน้ำเงินเข้มลึกของอ่าวอาหรับ สื่อถึงความลุ่มลึก ปัญญา และการแสวงหาความเป็นเลิศที่ไม่หยุดนิ่ง และสุดท้ายคือ Titanium Green ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของดูไบ ซึ่งมุ่งเน้นที่การเติบโต ความยั่งยืน และความเขียวขจีในวันข้างหน้า

องค์ประกอบพิเศษบนหน้าปัดก็เป็นอีกสิ่งที่สะท้อนถึงภูมิภาคนี้อย่างชัดเจน โดยทุกเรือนใช้ตัวเลขชั่วโมงเป็น อารบิกอินเดียน (Indian numerals) ซึ่งเป็นอักษรตัวเลขที่ใช้กันทั่วไปในตะวันออกกลาง พร้อมด้วยการสลักเลข “75” อย่างสง่างามบนเม็ดมะยม เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองและเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือในวาระสำคัญนี้

หัวใจสำคัญที่ทำให้นาฬิกา S1 เรือนนี้มีชีวิตคือกลไกไขลานด้วยมือที่ซับซ้อน กลไกนี้ถูกควบคุมด้วยลูกสูบคู่ที่ขับเคลื่อนของเหลวสีดำให้ไหลไปตามหลอดแก้วคาปิลลารีเพื่อแสดงชั่วโมงในรูปแบบย้อนกลับ (Retrograde) โดยของเหลวจะค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามเส้นรอบวงเพื่อบอกชั่วโมง ขณะที่เข็มนาทีจะอยู่ตรงกลางตามปกติ กลไกทำงานด้วยความถี่ 4 เฮิรตซ์ หรือ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง และมีพลังงานสำรองที่ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง

เรียกได้ว่า HYT S1 Seddiqi 75th Anniversary นั้นคือการผสมผสานศาสตร์แห่งวิศวกรรมของไหลเข้ากับงานฝีมือจักรกลชั้นเลิศและเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม มันคือการประกาศว่าความหรูหรานั้นสามารถก้าวไปสู่ขีดสุดของการสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยความกล้าหาญและพลังงานแห่งอนาคตได้อย่างแท้จริง เป็นชิ้นงานที่แสดงให้เห็นว่า “เวลา” นั้นสามารถถูกมองและสัมผัสได้ในรูปแบบใหม่โดยสิ้นเชิง

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: ทำจากไทเทเนียมเคลือบดำและขัดทราย กันน้ำได้ 50 เมตร และเม็ดมะยมได้รับการแกะสลักเลข “75” เพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษ
  • หน้าปัด: โดดเด่นด้วยการแสดงชั่วโมงด้วยของเหลวสีดำที่ไหลไปตามหลอดแก้วคาปิลลารีในรูปแบบย้อนกลับ พร้อมตัวเลขชั่วโมงเป็นอารบิกอินเดียน นอกจากนี้ยังมีหน้าปัดย่อยสำหรับแสดงนาที วินาทีเล็ก และพลังงานสำรอง
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมงด้วยของเหลวแบบย้อนกลับ (Fluidic Retrograde Hours) แสดงนาทีกลาง วินาทีเล็ก และตัวแสดงพลังงานสำรอง
  • กลไก: กลไกไขลานด้วยมือ Calibre 501-CM ที่มีความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 เฮิรตซ์) และสามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง
  • สาย: มาพร้อมกับสายยางสีดำ หรือสาย Velcro สี Sand (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Streamliner Genesis 2 องค์ที่สองแห่งไตรภาค การกลับสู่ “เนื้อแท้” ที่จับต้องได้
การอัปเดตครั้งใหม่ที่ลงตัวและน่าประทับใจกับ Lange 1 Daymatic พร้อมปรับโฉมด้วยสีฮันนี่โกลด์และสีน้ำตาล
Chopard Mille Miglia Classic Chronograph Tribute to Sir Stirling Moss

Share post:

More like this

Minerva 3 รุ่นใหม่ สุดยอดกลไกแฮนด์เมดที่มาพร้อมความประณีตในทุกรายละเอียด

งานโอเพ่นเวิร์กอันน่าทึ่ง กลไกสิทธิบัตรใหม่ ไปจนถึงนวัตกรรมไร้เม็ดมะยม สาวกนาฬิการู้กันดีอยู่แล้วว่า แบรนด์ที่ชื่อชั้นเรื่องการผลิตกลไกไม่เป็นรองใครอย่าง Minerva มีจุดแข็งเรื่องกลไกซับซ้อนที่ผลิตด้วยมืออย่างประณีตในทุกรายละเอียด กลไกที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคสูงทุกเรือนของ Minerva ล้วนเป็นผลงานการประกอบสร้างของช่างนาฬิกาเพียงคนเดียวในทุกขั้นตอน...

Bremont x Astrolab Supernova Chronograph เรือนเวลาที่ต้องผ่านบททดสอบระดับโหด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่กลายเป็นขยะอวกาศ

Bremont สลัดคราบนาฬิกาวินเทจทิ้งไปจนหมดสิ้น พร้อมพุ่งตัวสู่อวกาศด้วย Supernova Chronograph ที่ผ่านบททดสอบระดับมหาโหดเพื่อร่วมภารกิจบนดวงจันทร์กับ Astrolab นี่ไม่ใช่แค่รุ่นลิมิเต็ดเกาะกระแส แต่คืองานวิศวกรรมที่พร้อมเผชิญแรงสั่นสะเทือนและฝุ่นดวงจันทร์บนตัวเรือนเหล็ก 904L ที่คมคายที่สุดในพ.ศ. นี้

Louis Moinet ส่ง 4 รุ่นใหม่ เป็นตัวแทนต่อยอดมรดกของแบรนด์ในบริบทร่วมสมัย ภายในงาน Watches and Wonders 2026 

1816 สองรุ่นเพื่อสดุดีนาฬิกาโครโนกราฟเรือนแรก Time to Race รุ่นใหม่ และ Skydance นาฬิกาสุภาพสตรีที่หลายคนรอคอย  ปี...

Arnold & Son เผยโฉมทูร์บิญองรุ่นบางเฉียบ Ultrathin Tourbillon Onyx Edition อีกหนึ่งรุ่นในงาน Watches and Wonders 2026  

ทรงพลังด้วยหน้าปัดหินออนิกซ์เนื้อแมตต์ มาในสองวัสดุเรดโกลด์ 5N และแพลตินัม หลังจากเผยโฉม HM Pietersite นาฬิกาหน้าปัดหินแร่หายากมาเป็นทีเซอร์ก่อนเริ่มต้นเข้าสู่งาน Watches...