3 เรือนเวลา Chopard L.U.C Grand Strike คือบทเพลงแห่งกาลเวลา ในวาระครบรอบ 30 ปีของการผลิต

Date:

3 ทศวรรษแห่งความสำเร็จของ Chopard Manufacture ร่วมฉลองวาระพิเศษด้วยไตรภาคเรือนเวลาชิ้นเอกที่รวมทุกความซับซ้อนไว้ในหนึ่งเดียว

ในบรรดาความซับซ้อนระดับสูงของโลกนาฬิกา การสร้างสรรค์เสียงกังวานที่ใสบริสุทธิ์ถือเป็นหนึ่งในยอดเขาที่พิชิตได้ยากที่สุด สำหรับปี 2026 นี้ Chopard ได้เฉลิมฉลองเส้นทาง 30 ปีของโรงผลิต Chopard Manufacture ด้วยการเปิดตัว L.U.C Grand Strike เรือนเวลาที่มาพร้อมซับซ้อนที่สุดเท่าที่แบรนด์เคยสร้างมา โดยการหลอมรวมฟังก์ชันเสียงระดับตำนานถึง 3 รูปแบบไว้ในเครื่องเดียว 

ในวาระพิเศษนี้ Chopard ได้นำเสนอชุดนาฬิกาที่ถือเป็นจุดสูงสุดของงานวิศวกรรมเสียง โดยทั้ง 3 รุ่นใช้กลไกพื้นฐานเดียวกันคือ L.U.C 08.03-L ซึ่งรวมฟังก์ชัน Grande Sonnerie, Petite Sonnerie และ Minute Repeater เข้าด้วยกัน แต่มีความแตกต่างกันที่วัสดุตัวเรือนและการตกแต่งหน้าปัดเพื่อสะท้อนบุคลิกที่หลากหลาย

เจาะลึกความโดดเด่นของ 3 เรือนเวลา Grand Strike

ความเหนือชั้นที่ทั้ง 3 รุ่นมีเหมือนกันคือกลไก L.U.C 08.03-L ที่รวมฟังก์ชันตีบอกเวลาที่ยากที่สุด (Grande Sonnerie) และทูร์บิญองไว้ด้วยกัน พร้อมนวัตกรรม Sapphire Crystal Gongs หรือแส้แซฟไฟร์ชิ้นเดียวกับกระจกหน้าปัดที่ทำให้เสียงใสเหมือนแก้วคริสตัล แต่จุดที่ทำให้คุณต้องเลือกคือความแตกต่างของวัสดุตัวเรือนคือ

L.U.C Full Strike Titanium: นวัตกรรมเสียงในวัสดุยุคใหม่

เรือนเวลานี้คือการนำระบบ Minute Repeater ระดับรางวัลมาตีความใหม่ในตัวเรือน ไทเทเนียมเกรด 5 ซึ่งเป็นวัสดุที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา

สไตล์: เหมาะสำหรับนักสะสมที่ชื่นชอบนาฬิกากลไกชั้นสูงในรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ตและร่วมสมัยมากขึ้น

ความโดดเด่น: การใช้ไทเทเนียมช่วยให้เสียงที่เกิดจากแส้แซฟไฟร์ (Sapphire Gongs) มีความใสและกังวานในโทนที่ทันสมัยและสะอาดตา

L.U.C Flying T Twin Perpetual: นิยามใหม่ของความบางและแม่นยำ

เรือนเวลานี้เป็นการรวมสองความซับซ้อนที่น่าปรารถนาที่สุดไว้ด้วยกัน นั่นคือ Flying Tourbillon และ Perpetual Calendar (ปฏิทินถาวร)

สไตล์: เป็นตัวแทนของความสง่างามตามแบบฉบับสุภาพบุรุษที่ต้องการนาฬิกาฟังก์ชันจัดเต็มในดีไซน์ที่สวมใส่สบาย

ความโดดเด่น: ใช้กลไกไขลานอัตโนมัติบางพิเศษที่มาพร้อมไมโครโรเตอร์ (Micro-rotor) ทำจากทองคำ 22K แม้จะบรรจุฟังก์ชันปฏิทินถาวรและทูร์บิญองไว้ แต่ตัวเรือนยังคงความเพรียวบางได้อย่างน่าทึ่ง

L.U.C Grand Strike: ปรากฏการณ์ขั้นสูงสุดแห่งวิศวกรรมเสียง

นี่คือนาฬิกาที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และเป็นเรือนแรกที่รวบรวมฟังก์ชันเสียงระดับ “Grand Complication” ไว้ครบครัน

สไตล์: คือ “ถ้วยรางวัล” แห่งงานวิศวกรรมนาฬิกาที่แสดงถึงขีดสุดของความสามารถที่ Chopard Manufacture สั่งสมมาตลอด 30 ปี

ความโดดเด่น: บรรจุทั้ง Grande Sonnerie (ตีบอกเวลาอัตโนมัติ), Petite Sonnerie และ Minute Repeater ไว้ในกลไกชุดเดียว พร้อมระบบแส้แซฟไฟร์ Monobloc ที่เชื่อมต่อกับกระจกหน้าปัดโดยตรงเพื่อคุณภาพเสียงระดับ “Sound of Eternity”

ความพิเศษที่เปรียบเสมือนหัวใจของนาฬิกาทั้ง 3 เรือนนี้คือเทคโนโลยี Sapphire Crystal Gongs ลิขสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ ซึ่งใช้เวลาวิจัยและพัฒนากว่า 11,000 ชั่วโมง พร้อมจดสิทธิบัตรใหม่ถึง 5 ฉบับ (รวมเป็น 10 ฉบับสำหรับรุ่นนี้) ความมหัศจรรย์อยู่ที่การผลิตกระจกหน้าปัดและแส้รับสัญญาณเสียง (Gongs) จากแซฟไฟร์คริสตัลชิ้นเดียวแบบ Monobloc วิธีนี้ช่วยขจัดสัญญาณรบกวนที่มักเกิดขึ้นในระบบแส้เหล็กแบบดั้งเดิม ส่งผลให้เสียงที่ออกมามีความใสกระจ่างและบริสุทธิ์ราวกับเสียงดนตรี ซึ่งทางแบรนด์ขนานนามความกังวานนี้ว่า “Sound of Eternity”

การติดตั้งกลไกทูร์บิญองบนนาฬิกา LUC Grand Strike อย่างแม่นยำ

ด้านการออกแบบ Chopard ได้นำเสนอความงดงามผ่านตัวเรือนไวท์โกลด์ 18K ขนาด 43 มิลลิเมตร ที่มีความหนาเพียง 14.08 มิลลิเมตร ซึ่งนับว่าเพรียวบางมากสำหรับนาฬิกาที่มีกลไกสลับซับซ้อนขนาดนี้ บนหน้าปัดแบบ Open-work เผยให้เห็นชุดกรงทูร์บิญองแบบ 60 วินาทีที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ทำหน้าที่เป็นดั่ง “วาทยกร” ผู้ควบคุมจังหวะของกลไก L.U.C 08.03-L ที่ได้รับมาตรฐาน COSC และประทับตรา Geneva Seal (Poinçon de Genève) เพื่อการันตีถึงงานฝีมือและการตกแต่งขั้นสูงสุดตามธรรมเนียมดั้งเดิมของชาวเจนีวา

L.U.C. Grand Strike

ผู้สวมใส่สามารถเลือกโหมดการทำงานได้ตามต้องการผ่านสวิตช์เหนือเม็ดมะยม ไม่ว่าจะเป็นโหมด Grande Sonnerie ที่จะตีบอกเวลาทั้งชั่วโมงและทุก 15 นาทีโดยอัตโนมัติ โหมด Petite Sonnerie ที่จะตีบอกชั่วโมงเฉพาะเมื่อครบ 60 นาทีและตีบอกเฉพาะควอเตอร์ หรือโหมด Silent สำหรับความเงียบสงบ โดยในทุกโหมดคุณยังสามารถเรียกฟังเสียง Minute Repeater ได้ตลอดเวลาเพียงการกดปุ่มที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา พลังงานสำรองของตัวเครื่องอยู่ที่ 70 ชั่วโมง และมีพลังงานสำรองแยกเฉพาะสำหรับระบบเสียงถึง 12 ชั่วโมง แม้จะเปิดโหมด Grande Sonnerie ไว้ก็ตาม

นอกจากกลไกที่น่าทึ่งแล้ว ชิ้นส่วนสะพานจักรและแท่นเครื่องยังรังสรรค์ขึ้นจากวัสดุ German Silver (Maillechort) ซึ่งเป็นโลหะผสมที่ให้เฉดสีแอนทีคที่อบอุ่นและจะพัฒนาสีสันตามกาลเวลา (Patina) วัสดุนี้ขึ้นชื่อเรื่องความยากในการผลิตเนื่องจากไวต่อความชื้นและน้ำมันจากผิวหนังเป็นพิเศษ จึงต้องอาศัยช่างฝีมือผู้ชำนาญการในการรังสรรค์อย่างประณีตที่สุด ทำให้ L.U.C Grand Strike ทั้ง 3 เรือนนี้เป็นดั่งซิมโฟนีแห่งกาลเวลาที่ผสมผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างไร้ที่ติ

ข้อมูลทางเทคนิค
L.U.C Full Strike Titanium
  • ชื่อรุ่น: แอล.ยู.ซี ฟูล สไตรค์ ไทเทเนียม (L.U.C Full Strike Titanium)
  • ตัวเรือน: วัสดุไทเทเนียมเกรด 5 (Grade 5 Titanium)
  • หน้าปัด: แบบเปิดโปร่ง (Open-working) เผยให้เห็นชุดกลไกและค้อนตีระฆัง
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาที และระบบนาทีทำซ้ำ (Minute Repeater) พร้อมแส้แซฟไฟร์ (Sapphire Gongs)
  • กลไก: ไขลานด้วยมือ (Manual winding) พร้อมมาตรฐานตราประทับเจนีวา (Geneva Seal)
  • สาย: สายหนังจระเข้เย็บด้วยมือ
L.U.C Flying T Twin Perpetual
  • ชื่อรุ่น: แอล.ยู.ซี ฟลายอิง ที ทวิน เพอร์เพทชัวล์ (L.U.C Flying T Twin Perpetual)
  • ตัวเรือน: ทองคำ 18K (ไวท์โกลด์หรือโรสโกลด์) เน้นความเพรียวบางพิเศษ
  • หน้าปัด: หน้าปัดแกะลายกิโยเช่ (Guilloché) พร้อมหน้าปัดย่อยแสดงวันที่และเดือน
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที ฟลายอิงทูร์บิญอง (Flying Tourbillon) และปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar)
  • กลไก: ไขลานอัตโนมัติบางพิเศษ พร้อมไมโครโรเตอร์ (Micro-rotor) ทำจากทองคำ 22K
  • สาย: สายหนังจระเข้ระดับพรีเมียม
L.U.C Grand Strike
  • ชื่อรุ่น: แอล.ยู.ซี แกรนด์ สไตรค์ (L.U.C Grand Strike)
  • ตัวเรือน: ไวท์โกลด์ 18K (Ethical 18K White Gold) ขนาด 43 มม. หนา 14.08 มม.
  • หน้าปัด: แบบเปิดโปร่ง (Open-work) เผยให้เห็นค้อนตีระฆังและกรงทูร์บิญองที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา
  • ฟังก์ชัน: Grande Sonnerie, Petite Sonnerie, Minute Repeater, Flying Tourbillon และเข็มแสดงพลังงานสำรองแยกส่วนสำหรับระบบเสียง
  • กลไก: ไขลานด้วยมือ คาลิเบอร์ L.U.C 08.03-L มาตรฐาน COSC และ Geneva Seal สำรองพลังงาน 70 ชั่วโมง
  • สาย: สายหนังจระเข้เย็บด้วยมือ พร้อมตัวล็อกแบบบานพับไวท์โกลด์ 18K

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Maurice Lacroix 1975 Master Grand Date Retrograde การหวนคืนสู่จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมและกลไก Masterpiece ลำดับที่ 26
เจาะลึก Tiffany Timer นาฬิกาโครโนกราฟแพลทินัม รุ่นลิมิเต็ดจาก Tiffany & Co. ในงาน LVMH Watch Week 2026
Project Tai Yu การเดินทางของมังกรหยกบนข้อมือ ผลงานศิลปะที่เชื่อมโยงจิตวิญญาณตะวันออกและตะวันตก

Share post:

More like this

ย้อนวันวานสู่วงการความเร็วกับ Angelus Chronographe Tachymètre นาฬิกาโครโนกราฟทรงวินเทจ

เปิดตัว Angelus Chronographe Tachymètre นาฬิกาโครโนกราฟวินเทจขนาดกะทัดรัด 37 มิลลิเมตร สะท้อนกลิ่นอายมอเตอร์สปอร์ตคลาสสิกด้วยกลไกไขลานคาลิเบอร์ A5000 ผลิตจำนวนจำกัด

สรุปไฮไลต์นาฬิกาเปิดตัวใหม่วีคแรกของเดือนตุลาคม 2026 จาก 5 แบรนด์ดัง 

อัปเดตเทรนด์นาฬิกาล่าสุดประจำเดือนตุลาคม 2026 รวบรวมเรือนเวลารุ่นเด่นทั้ง Oris Big Crown Pointer Date, Frederique Constant The Elements, Omega Seamaster Diver 300M, MeisterSinger Panthero Jumping Hour และ Parmigiani Fleurier TORIC

Introducing: Peacock Tai Chi Curved Guilloché Triple-Axis Tourbillon ทูร์บิญอง 3 แกนที่เล็กและเบาที่สุดในโลก

Peacock เขย่าวงการนาฬิกาไฮเอ็นด์ด้วย Tai Chi Curved Guilloché Triple-Axis Tourbillon ทูร์บิญองสามแกนขนาดจิ๋วเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 มิลลิเมตร น้ำหนักเพียง 0.436 กรัม บนตัวเรือนไวท์โกลด์ 43.5 มิลลิเมตร หน้าปัดแกะลายกิโยเช่โค้งสามมิติ ผลิตจำกัด 70 เรือนทั่วโลก

เปิดตัว Bell & Ross BR-03 Green Radar Ceramic ที่จำลองหน้าจอเรดาร์สีเขียวของกองทัพเครื่องบินรบ

สัมผัสความแปลกใหม่กับ Bell & Ross BR-03 Green Radar Ceramic นาฬิกาข้อมือรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน 999 เรือน ย่อขนาดตัวเรือนเหลือ 41 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยหน้าปัดเรดาร์แสงสีเขียวมรกตและจานดิสก์รูปเครื่องบินรบสามลำ