เมื่อคลื่นทรายและเปลวไฟสอดประสาน สัมผัสความอบอุ่นของผืนทรายบนข้อมือผ่าน De Bethune DB25xs Sand Winds

Date:

การเดินทางครั้งใหม่ของ Denis Flageollet ที่เปลี่ยนผ่านจากความลุ่มลึกของเฉดสีน้ำเงินสู่อารมณ์ความรู้สึกอันอบอุ่นของทะเลทรายสีทอง

สำหรับคนทั่วไปที่มองเข้ามาในโลกของ De Bethune ภาพจำที่ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้นงานขัดเงาไทเทเนียมจนเรียบเนียนราวกับกระจกเงา หรือการใช้ความร้อนอบเหล็กและไทเทเนียมจนกลายเป็นสีน้ำเงินบลูสติลอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ในผลงานล่าสุดอย่าง DB25xs Sand Winds แบรนด์อิสระระดับแถวหน้าจากหมู่บ้าน L’Auberson แห่งนี้ เลือกที่จะพาเราเดินทางไปในเส้นทางที่ต่างออกไป ด้วยการนำเสนอเฉดสีเหลืองทองและน้ำตาลที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ทว่ายังคงเปี่ยมด้วยกลิ่นอายงานวิศวกรรมเฉพาะตัวอย่างเต็มเปี่ยม

หลังจากที่เราเห็นเรือนนี้ครั้งแรก ถ้าลองพิจารณาที่ตัวเรือน การใช้รหัส “xs” ย่อมหมายถึงการย่อขนาดลงมาให้สวมใส่ได้ง่ายขึ้น ตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงา มีขนาดเส้นศูนย์กลางที่ 40.6 มิลลิเมตร และมีความหนาเพียง 8.8 มิลลิเมตรเท่านั้น เมื่อประกอบเข้ากับขาตัวเรือนแบบโปร่ง (Hollowed Lugs) ที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูล DB25 ทำให้นาฬิกาเรือนนี้แนบสนิทไปกับข้อมือได้อย่างลงตัว เคลียร์พื้นที่ให้ความโดดเด่นทั้งหมดไปตกอยู่ที่งานศิลปะบนหน้าปัดอย่างแท้จริง

ความน่าสนใจอยู่ที่พื้นผิวหน้าปัดซึ่งผ่านเทคนิคการแกะลายที่เรียกว่า Random Guilloché จนเกิดเป็นลวดลายระลอกคลื่นคล้ายกับสันทรายที่ถูกสายลมพัดผ่านใต้อารมณ์ของทะเลทราย Denis Flageollet ผู้ก่อตั้งและปรมาจารย์ด้านกลไกของแบรนด์ ไม่ได้เลือกใช้สารเคลือบเงาหรือแลกเกอร์ในการทำสี แต่เขาใช้ความเชี่ยวชาญในการควบคุมอุณหภูมิความร้อน (Thermal Oxidation) ค่อยๆ อบแผ่นไทเทเนียมอย่างแม่นยำจนได้เฉดสีเหลืองมัสตาร์ดสลับทองอย่างเป็นธรรมชาติ บนพื้นผิวสีทองนั้น มีการฝังหมุดไวท์โกลด์ (White Gold Inserts) เม็ดเล็กๆ กระจายอยู่โดยรอบ ชวนให้นึกถึงประกายกรวดทรายยามต้องแสงแดด ล้อมรอบด้วยวงแหวนแสดงชั่วโมงโทนสีเดียวกัน พร้อมเข็มนาฬิกาไทเทเนียมที่ผ่านการอบความร้อนจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มเพื่อการอ่านค่าที่ชัดเจน

ถ้าพลิกมาด้านหลัง เราจะเห็นคอนเซปต์งานวิศวกรรมยุคใหม่ที่ถูกเผยผ่านกระจกแซฟไฟร์ กลไกไขลานอินเฮ้าส์ Calibre DB2005 ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง โครงสร้างสะพานจักรผ่านการขัดแต่งด้วยมืออย่างเรียบเนียน ตลับลานคู่แบบปรับสมดุลเอง (Twin Self-Regulating Barrels) สามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 6 วันเต็ม นอกจากนี้ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ De Bethune คิดค้นและจดสิทธิบัตรไว้มากมาย ทั้งจักรกรอกไทเทเนียมผสมไวท์โกลด์ ใยจักรกรอกที่มีส่วนโค้งแบนตรงปลาย (Flat Terminal Curve) ล้อเหล็กซิลิคอน และระบบกันสะเทือนแบบ Triple Pare-chute ที่ช่วยลดแรงกระแทกจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นาฬิกาเรือนนี้จับคู่มากับสายหนังอัลลิเกเตอร์สีน้ำตาลนุ่มพิเศษที่ซับด้านในด้วยหนังชนิดเดียวกันเพื่อความทนทานต่อการใช้งาน โดยถูกบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในคอลเลกชันหลัก (Permanent Collection) แม้จะไม่ได้ระบุจำนวนการผลิตที่จำกัดไว้ตายตัว แต่ด้วยกระบวนการทำสีไทเทเนียมด้วยความร้อนและการขัดแต่งชิ้นส่วนด้วยมืออันละเอียดอ่อน กำลังการผลิตในแต่ละปีของโรงงานแห่งนี้จึงยังคงมีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ DB25xs Sand Winds กลายเป็นงานศิลปะบนข้อมือที่สะท้อนถึงรสนิยมอันลึกซึ้งของผู้ที่ได้ครอบครองอย่างแท้จริง

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: ไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40.6 มิลลิเมตร หนา 8.8 มิลลิเมตร ขาตัวเรือนแบบโปร่ง (Hollowed Lugs) ฝาหลังกระจกแซฟไฟร์ใส กันน้ำลึก 30 เมตร
  • หน้าปัด: ไทเทเนียมสีเหลืองทอง (อบด้วยความร้อน) แกะลายสันทรายหมุนวน (Random Guilloché) ประดับหมุดทองคำขาว เข็มนาฬิกาไทเทเนียมอบความร้อนสีน้ำตาลเข้ม วงแหวนขอบหน้าปัดสีทอง
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง และนาที
  • กลไก: กลไกไขลานอินเฮ้าส์ (In-house) คาลิเบอร์ DB2005 สำรองพลังงาน 6 วัน (144 ชั่วโมง) ด้วยตลับลานคู่ (Twin Barrels) จักรกรอกไทเทเนียมผสมทองคำขาว และระบบกันสะเทือน Triple Pare-chute
  • สาย: สายหนังอัลลิเกเตอร์สีน้ำตาล ซับด้านในด้วยหนังอัลลิเกเตอร์ พร้อมตัวล็อกสายแบบหัวเข็มขัด (Pin Buckle) ทำจากไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงา

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
เมื่อความขัดแย้งกลายเป็นอัตลักษณ์ นี่คือคู่สีที่จัดจ้านที่สุดบนหน้าปัด H. Moser & Cie.
Arnold & Son HM London Skyline Limited Edition: จากลอนดอนยุควิกตอเรียนสู่มหานครร่วมสมัย ผ่านหน้าปัดที่เปลี่ยนเรื่องราวตามแสงและความมืด
หรือนี่จะเป็นลมหายใจครั้งใหม่ที่บาเซิล? เมื่อ MCH Group พยายามกู้คืนศรัทธาของเมืองหลวงแห่งเวลาผ่านงาน “Basilia Jewellery & Watch Fair”

Share post:

More like this

Perpetual Moon 41.5 Steel “Colours of the Moon” เมื่อหน้าต่างแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมของ Arnold & Son ได้รับการแต้มสีสันใหม่

นาฬิกา Arnold & Son Perpetual Moon 41.5 Steel “Colours of the Moon” สามเวอร์ชันใหม่ที่นำเสนอหน้าปัดเปลือกหอยมุกเคลือบ PVD ครั้งแรกในวงการ พร้อมกลไกไขลาน A&S1512 ผลิตจำกัดเวอร์ชันละ 18 เรือน

ขอแนะนำ Nomos Ahoi neomatik 36 Sand & Sky นาฬิกาสปอร์ตบางเฉียบแบบไม่มีวันที่

เจาะลึก Nomos Ahoi neomatik 36 สองเฉดสีใหม่ Sand และ Sky ที่มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลบาง 9.1 มิลลิเมตร กันน้ำ 200 เมตร และการถอดหน้าต่างวันที่เพื่อคืนความสมมาตรตามสไตล์เยอรมัน

Protected: Hublot เปิดคอลเลกชันฤดูร้อน 2026 ด้วยเซรามิกเฉดสีพาสเทล ที่ดูผ่อนคลายขึ้นแต่ยังคงความซับซ้อนเชิงกลไกไว้ครบถ้วน

Hublot เปิดตัวคอลเลกชันฤดูร้อน 2026 ผ่านนาฬิกาเซรามิก 6 รุ่นใหม่ที่ผสมผสานเฉดสีพาสเทลและโมโนโครมเข้ากับกลไกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Unico Chronograph ไปจนถึง Tourbillon พร้อมสะท้อนอีกมุมของงานวัสดุศาสตร์ที่สวมใส่ง่ายขึ้น

บางครั้ง ความน่าสนใจของนาฬิกาไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มอะไรเข้าไป แต่อยู่ที่การรู้ว่าจะเก็บอะไรไว้ พาชมเรือนเวลา MIDO Ocean Star 200

MIDO Ocean Star 200 กลับมาพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงินผิวเกรน ตัวเรือน 41 มิลลิเมตร และกลไก Caliber 80 ที่สำรองพลังงานได้ 80 ชั่วโมง ถ่ายทอดแนวคิดของนาฬิกาดำน้ำที่ปรับตัวเข้ากับชีวิตประจำวันได้มากขึ้น