ขอแนะนำ Nomos Ahoi neomatik 36 Sand & Sky นาฬิกาสปอร์ตบางเฉียบแบบไม่มีวันที่

Date:

เยอรมันสไตล์ที่สลัดมาตรวัดความหนาแบบนาฬิกาดำน้ำทิ้งไป เพื่อพิสูจน์ว่าฟังก์ชันลุยๆ อยู่ในร่างที่บางกระชับได้ดีพอ

ถ้าเราลองมองย้อนกลับไปในช่วงสิบกว่าปีก่อน ยุคที่นาฬิกาสปอร์ตสายลุยครองตลาด ภาพจำของเกือบทุกแบรนด์คือตัวเรือนที่หนา ดุดัน ขอบหมุนขนาดใหญ่ และหน้าต่างวันที่ตรง 3 นาฬิกาที่กลายเป็นภาคบังคับ แต่ในสตูดิโอออกแบบที่เมืองกลาสฮุตเตอ (Glashütte) ประเทศเยอรมนี Nomos เลือกที่จะมองมุมกลับมาโดยตลอด พวกเขาพยายามตั้งคำถามว่า เราจะสร้างนาฬิกาที่ทนแรงดันน้ำระดับ 200 เมตร โดยที่ยังรักษาความบางระดับที่สอดเข้าไปใต้แขนเสื้อเชิ้ตได้อยู่อย่างไร

คำตอบนั้นเคยปรากฏออกมาแล้วในรุ่นซีรีส์ Ahoi แต่ในผลงานชิ้นล่าสุดอย่าง Ahoi neomatik 36 Sand and Sky แบรนด์ได้พาย้อนกลับไปสู่ขนาดตัวเรือนที่นักสะสมหลายคนถวิลหา นั่นก็คือขนาด 36.3 มิลลิเมตร พร้อมกับการตัดสินใจครั้งสำคัญอย่างการตัดหน้าต่างวันที่ออกไปจนหมดสิ้น

การสลัดชิ้นส่วนเพื่อคืนความสมมาตรให้หน้าปัด

การสังเกตนาฬิกาของ Nomos ต้องเริ่มจากสายตาก่อนเป็นอันดับแรก สิ่งที่หน้าปัดขนาด 36.3 มิลลิเมตรชุดนี้มอบให้ แตกต่างจากรุ่นพี่ขนาด 38.5 มิลลิเมตรอย่างเห็นได้ชัด เมื่อไม่มีช่องวันที่ในตำแหน่ง 3 นาฬิกา พื้นที่ทั้งหมดจึงคืนกลับสู่ความสมมาตรตามหลักการออกแบบสไตล์เยอรมันดั้งเดิม ตัวอักษรและตัวเลขอารบิกสลับขีดบอกเวลาจัดวางได้อย่างสมดุล ไม่มีส่วนใดที่ต้องหลบมุมหรือถูกเบียดบังสายตา

แบรนด์นำเสนอสองโทนสีใหม่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย รุ่น Sand มาพร้อมหน้าปัดสีเบจโทนอบอุ่น มีการทำพื้นผิวสัมผัสแบบเนื้อละเอียด (Textured Finish) เพื่อช่วยลดการสะท้อนของแสงเมื่ออยู่กลางแจ้ง ในขณะที่รุ่น Sky ใช้สีฟ้าอ่อนที่ดูสะอาดตา ทั้งสองรุ่นถูกเบรกความเรียบนิ่งด้วยเข็มวินาทีขนาดเล็กสีส้ม (Small Seconds) ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นนาฬิกาสปอร์ตอย่างมีชั้นเชิง โดยไม่ทำลายความสะอาดตาของหน้าปัด

มิติของตัวเรือน และกลไกที่หนาเท่าเหรียญซ้อนกัน

เมื่อพลิกมาพิจารณาด้านข้าง โครงสร้างตัวเรือนสเตนเลสสตีลของ Ahoi 36 มีความหนาเพียง 9.1 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นความหนาที่ใกล้เคียงกับนาฬิกาเดรสทั่วไปมากกว่านาฬิกาสายลุย แต่เมื่อพิจารณาถึงสเปกภายในที่ใช้เม็ดมะยมแบบขันเกลียว (Screw-down Crown) พร้อมบ่าปกป้องเม็ดมะยม (Crown Guards) ที่กลืนไปกับตัวเรือน และขอบฝาหลังที่ยึดด้วยสกรู 6 ตัว ความหนาระดับนี้ถือเป็นงานวิศวกรรมที่น่าสนใจมาก

หัวใจหลักที่ทำให้นาฬิกาเรือนนี้คงความบางไว้ได้ คือกลไกอัตโนมัติอินเฮาส์ Caliber DUW 3001 ที่มีความหนาของตัวเครื่องเพียง 3.2 มิลลิเมตร กลไกชุดนี้บรรจุระบบปล่อยจักร Swing System ที่ Nomos พัฒนาขึ้นเอง และสำหรับคนที่เลือกฝาหลังแบบแซฟไฟร์โปร่งใส จะสามารถมองเห็นงานตกแต่งสไตล์เยอรมันขนานแท้ ทั้งการปัดลายริ้วแบบกลาสฮุตเตอ (Glashütte Ribbing) การเดินลายก้นหอย (Perlage) รวมไปถึงสกรูเหล็กชุบสีน้ำเงินด้วยความร้อน ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกปกป้องไว้ภายในโครงสร้างที่กันน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร

มุมมองจากการสวมใส่จริง

สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังสำหรับคนที่ไม่เคยสัมผัสนาฬิกาของ Nomos คือเรื่องของ “ขาตัวเรือน” หรือ Lugs ด้วยลักษณะการออกแบบที่ขาตัวเรือนมีความเพรียวยาวและขอบหน้าปัดที่บางมาก (Thin Bezel) ทำให้นาฬิกาแบรนด์นี้เมื่ออยู่บนข้อมือ มักจะดูใหญ่กว่าขนาดหน้าปัดจริงบนกระดาษเสมอ ดังนั้น ตัวเรือนขนาด 36.3 มิลลิเมตรชิ้นนี้ จึงอาจจะกลายเป็นขนาดที่ลงตัวที่สุดสำหรับข้อมือมาตรฐานทั่วไป เพราะเมื่อวัดระยะจากปลายขาสองฝั่ง (Lug-to-Lug) จะอยู่ที่ 45.5 มิลลิเมตร ซึ่งกางรับกับข้อมือได้อย่างพอดิบพอดี

ตัวนาฬิกาจับคู่มากับสายผ้าทอ (Woven Textile Strap) สีกระจ่างใสตามโทนหน้าปัด ซึ่งเป็นสายที่แห้งไวและออกแบบมาสำหรับการใช้งานในน้ำโดยเฉพาะ ยึดด้วยหัวเข็มขัดแบบสี่เหลี่ยมคลาสสิก

ท้ายที่สุดแล้ว Ahoi neomatik 36 สองรุ่นใหม่นี้ อาจไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการนาฬิกาที่ดูดิบเถื่อนหรือต้องการฟังก์ชันจับเวลาสลับซับซ้อน แต่สำหรับผู้ที่รักในความบริสุทธิ์ของงานดีไซน์ และกำลังมองหานาฬิกาเรือนเดียวที่สวมใส่ไปทำงานในวันธรรมดา แล้วสามารถกระโดดลงสระว่ายน้ำต่อได้ทันทีในตอนเย็นโดยไม่ต้องเปลี่ยนเรือน นี่คือความเรียบง่ายที่มีเหตุผลรองรับในทุกรายละเอียดอย่างแท้จริง

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค 
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 36.3 มิลลิเมตร หนา 9.1 มิลลิเมตร (ระยะขาถึงขา 45.5 มิลลิเมตร)
  • กระจก: แซฟไฟร์ทรงโดม เคลือบสารป้องกันการสะท้อนแสงทั้งสองด้าน
  • หน้าปัด: สีแซนด์ (Beige) ผิวสัมผัสละเอียด หรือ สีสกาย (Light Blue) ไม่มีหน้าต่างวันที่
  • กลไก: อินเฮาส์อัตโนมัติ Caliber DUW 3001 สำรองพลังงาน 43 ชั่วโมง ความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง (3 Hz)
  • การกันน้ำ: 20 บาร์ (200 เมตร) เม็ดมะยมขันเกลียวพร้อมระบบแจ้งเตือนวงแหวนสีแดง
  • สาย: ผ้าทอกันน้ำสีเทาอ่อน (รุ่น Sand) หรือ สีน้ำเงินดำ (รุ่น Sky) ขนาดความกว้างขา 18 มิลลิเมตร

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่
ตลาดนาฬิกาประมูลยังร้อนแรงต่อเนื่อง Phillips Hong Kong ปิดยอดในงาน The Hong Kong Watch Auction: XXII พุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 90%
แนะนำ 6 นาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตที่แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมลุยสถานการณ์ฝนตกชุกช่วงครึ่งปีหลัง
เปิดมุมมองความคิดเห็นต่อวงการนาฬิกาของเด็กยุคใหม่: เมื่อเรือนเวลากลายเป็นมากกว่าแค่เครื่องบอกเวลา และการลงทุนในยุคดิจิทัล

Share post:

More like this

Perpetual Moon 41.5 Steel “Colours of the Moon” เมื่อหน้าต่างแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมของ Arnold & Son ได้รับการแต้มสีสันใหม่

นาฬิกา Arnold & Son Perpetual Moon 41.5 Steel “Colours of the Moon” สามเวอร์ชันใหม่ที่นำเสนอหน้าปัดเปลือกหอยมุกเคลือบ PVD ครั้งแรกในวงการ พร้อมกลไกไขลาน A&S1512 ผลิตจำกัดเวอร์ชันละ 18 เรือน

Protected: Hublot เปิดคอลเลกชันฤดูร้อน 2026 ด้วยเซรามิกเฉดสีพาสเทล ที่ดูผ่อนคลายขึ้นแต่ยังคงความซับซ้อนเชิงกลไกไว้ครบถ้วน

Hublot เปิดตัวคอลเลกชันฤดูร้อน 2026 ผ่านนาฬิกาเซรามิก 6 รุ่นใหม่ที่ผสมผสานเฉดสีพาสเทลและโมโนโครมเข้ากับกลไกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Unico Chronograph ไปจนถึง Tourbillon พร้อมสะท้อนอีกมุมของงานวัสดุศาสตร์ที่สวมใส่ง่ายขึ้น

บางครั้ง ความน่าสนใจของนาฬิกาไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มอะไรเข้าไป แต่อยู่ที่การรู้ว่าจะเก็บอะไรไว้ พาชมเรือนเวลา MIDO Ocean Star 200

MIDO Ocean Star 200 กลับมาพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงินผิวเกรน ตัวเรือน 41 มิลลิเมตร และกลไก Caliber 80 ที่สำรองพลังงานได้ 80 ชั่วโมง ถ่ายทอดแนวคิดของนาฬิกาดำน้ำที่ปรับตัวเข้ากับชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

Ulysse Nardin ปรับโครงสร้างของ Freak [X] ใหม่ทั้งสัดส่วน วัสดุ และวิศวกรรมภายใน เพื่อเปลี่ยนนาฬิกาแนวคิดสุดขั้วให้กลายเป็นเรือนเวลาที่ใช้งานได้จริง

Ulysse Nardin ปรับโครงสร้างของ Freak [X] ใหม่ทั้งสัดส่วน วัสดุ และวิศวกรรมภายใน เพื่อเปลี่ยนหนึ่งในนาฬิกาแนวคิดจัดที่สุดของยุค ให้กลายเป็นเครื่องบอกเวลาที่ใส่ได้ทุกวันโดยไม่เสียตัวตนเดิม