เมื่อความขัดแย้งกลายเป็นอัตลักษณ์ นี่คือคู่สีที่จัดจ้านที่สุดบนหน้าปัด H. Moser & Cie.

Date:

เจาะลึก H. Moser & Cie. Pioneer Centre Seconds “Sun Berry” สีสันใหม่ในขนาดที่พอดีข้อขึ้น

ในโลกของนาฬิกาอิสระระดับไฮเอนด์ หน้าปัดแบบ Concept Dial หรือหน้าปัดที่ไม่มีโลโก้และไม่มีหลักชั่วโมง คือลายเซ็นที่สร้างความจดจำให้กับ H. Moser & Cie. ได้เป็นอย่างดี แบรนด์พิสูจน์ให้เห็นซ้ำๆ ว่าเมื่อตัดทอนรายละเอียดที่เป็นตัวอักษรออกไปทั้งหมด เนื้อสีและการไล่เฉดแบบ ฟูเม่ (Fumé) จะสามารถทำหน้าที่ประกาศอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างทรงพลัง

สำหรับผลงานล่าสุดต้อนรับฤดูกาลซัมเมอร์ แบรนด์ได้หยิบเอาโมเดลสายลุยอย่างตระกูล Pioneer กลับมาตีความใหม่ผ่านการใช้โทนสีที่ตัดกันอย่างฉูดฉาดในรุ่น Pioneer Centre Seconds Sun Berry ซึ่งเป็นเหล้าค็อกเทลรสชาติใหม่ที่ผสมผสานระหว่างสีม่วงเบอร์รีลึกและสีเหลืองมะนาวได้อย่างน่าสนใจ

การปรับสัดส่วนและมิติตัวเรือน

สิ่งที่นักสะสมหลายคนสังเกตเห็นและตั้งตารอในรุ่นนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของสีสัน แต่คือการเลือกใช้ “ขนาดตัวเรือน” ที่กระชับขึ้น นาฬิกาตระกูล Pioneer ยุคแรกๆ มักมาในขนาด 42.8 มิลลิเมตร ซึ่งอาจจะดูเต็มข้อเกินไปสำหรับบางคน แต่ในรุ่น Sun Berry นี้ แบรนด์เลือกใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 40 มิลลิเมตร ความหนารวมกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมอยู่ที่ 12.3 มิลลิเมตร (หากไม่นับกระจกจะหนาเพียง 10.4 มิลลิเมตร) และมีระยะจากขากกึ่งกลางถึงขากึ่งกลาง (Lug-to-Lug) ที่ 48.1 มิลลิเมตร สัดส่วนใหม่นี้ช่วยให้นาฬิกาสปอร์ตเรือนนี้มีความเป็นมิตรและสวมใส่สบายในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ถ้าหากสังเกตรายละเอียดจากด้านข้าง จะเห็นว่าตรงด้านข้างตัวเรือนมีการปัดเงาสลับด้าน และมีการเจาะร่องลึก (Recessed Areas) พร้อมแกะสลักเป็นแนวริ้วที่ลาดเอียงลงไปยังขาตัวเรือน ดีไซน์นี้ชวนให้นึกถึงช่องดักอากาศของรถสปอร์ต ซึ่งพื้นที่ส่วนร่องลึกนี้ถูกขัดแต่งด้วยมือเพื่อสร้างมิติและแรงเงาที่ตัดกับพื้นผิวส่วนอื่นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ตัวเรือนยังมาพร้อมเม็ดมะยมแบบขันเกลียวสลักโลโก้ “M” ที่ช่วยการันตีความสามารถในการกันน้ำได้ลึกถึง 120 เมตร

ผืนผ้าใบที่ปล่อยให้สีสันทำหน้าที่เล่าเรื่อง

จุดเด่นที่สุดของนาฬิกาเรือนนี้คือหน้าปัดสีม่วงเบอร์รีเข้มขัดลายรัศมี (Sunburst) ซึ่งจะเปลี่ยนมิติความลึกของสีตามมุมของแสงที่ตกกระทบ สิ่งที่สร้างความขัดแย้งเชิงศิลปะคือการนำสีเหลืองสว่าง (Limoncello Yellow) มาตัดขอบบริเวณวงแหวนรอบนอก (Flange) รวมถึงแต้มสารเรืองแสง Super-LumiNova สีเหลืองลงบนเข็มชั่วโมงและนาทีทรงใบไม้

การจับคู่สีม่วงเข้มตัดด้วยรายละเอียดสีเหลืองสด โดยไม่มีตัวอักษรหรือมาร์กเกอร์ใดๆ บดบัง ทำให้พื้นที่หน้าปัดทั้งหมดกลายเป็นเวทีแสดงความขัดแย้งของโทนสีอย่างเต็มที่ ยิ่งเมื่อจับคู่กับสายยางสีเหลืองสว่างพร้อมหัวเข็มขัดสตีล มันจึงกลายเป็นนาฬิกาที่สลัดภาพความเคร่งขรึมและแทนที่ด้วยพลังงานความสนุกสนานของฤดูร้อน

วิศวกรรมภายใน ปรับปรุงเพื่อการมองเห็นที่ลึกซึ้งขึ้น

ถ้าเราพลิกมาด้านหลัง ตัวเรือนกรุกระจกแซฟไฟร์ใสเผยให้เห็นกลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติรหัส HMC 201 ซึ่งได้รับการอัปเดตโครงสร้างจากรหัสเดิม (HMC 200) จุดที่น่าสังเกตคือการเลือกใช้โรเตอร์และสะพานจักรแบบฉลุโปร่ง (Skeletonised Rotor & Openworked Bridges) การปรับดีไซน์นี้ช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้สวมใส่สามารถมองเห็นการทำงานของตลับลาน (Mainspring Barrel) ชุดเฟืองจักร และจักรกรอกได้อย่างชัดเจนขึ้น

ตัวกลไกเคลือบด้วยสารอันทราไซต์สีเทาเข้มตัดลาย Double Moser Stripes ทำงานด้วยความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง ติดตั้งระบบขึ้นลานแบบสองทิศทาง และให้พลังงานสำรองที่ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง (3 วัน) ซึ่งตอบโจทย์การเป็นนาฬิกาสำหรับสวมใส่ในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้อย่างดี

โดยภาพรวมหลังจากที่ได้เห็น H. Moser & Cie. Pioneer Centre Seconds Sun Berry ครั้งแรกแล้วรู้สึกได้ว่า ในแง่ของตลาด นี่ไม่ใช่นาฬิกาสำหรับทุกคนอย่างแน่นอน สีสันที่จัดจ้านและการจับคู่กับสายยางสีเหลืองอาจจะดูเสี่ยงเกินไปสำหรับนักสะสมสายดั้งเดิม

แต่ในมุมมองของการสร้างแบรนด์ นาฬิกาเรือนนี้คือการตอกย้ำที่ชัดเจนว่า ความหรูหราไม่จำเป็นต้องผูกติดอยู่กับความเพลย์เซฟ ความกล้าที่จะนำเสนองานวิศวกรรมระดับสูงภายใต้หน้าตาที่ขี้เล่นและท้าทายสายตา คือสิ่งที่ทำให้ Moser ยังคงเป็นแบรนด์อิสระที่ผู้คนยอมรับในความต่างอย่างแท้จริง

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph สลัดลุคนาฬิกาสปอร์ตสายลุย ลดขนาดลงมา 37 มม. จับคู่กับเฉดสีชมพูและขอบหน้าปัดเพชร
เมื่อ Audi แอบซุ่มทำซูเปอร์คาร์ 987 แรงม้า ออกมาขิง Lamborghini
Montblanc Iced Sea Automatic Date 0 Oxygen Limited Edition 300การผจญภัยครั้งใหม่เหนือธารน้ำแข็งสีแดง

Share post:

More like this

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร เพิ่มระบบซับแรงกระแทก FlexRing กันน้ำ 80 เมตร บาลานซ์สปริงคู่ Straumann® และกลไกไขลานสำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง

เปิดตัว TAG Heuer Formula 1 Solargraph x Oracle Red Bull Racing ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความร่วมมือ

สัมผัสความเร้าใจจากสนามแข่งกับ TAG Heuer Formula 1 Solargraph x Oracle Red Bull Racing นาฬิกาเรือนพิเศษฉลอง 10 ปีพาร์ทเนอร์ชิป ตัวเรือนสเตนเลสสตีล 38 มิลลิเมตร หน้าปัดซันเรย์สีน้ำเงิน-แดง และกลไกโซลาร์กราฟพลังงานแสง

Ralph Lauren ขยายไลน์ 888 Automatic ด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลบางเฉียบ 6.1 มม. ผสานกลไกสวิสอัตโนมัติและงานกิโยเช่สุดคลาสสิก

สัมผัสความเรียบหรูเหนือกาลเวลาสไตล์ Ralph Lauren กับ 888 Automatic 39mm นาฬิกาเดรสวอทช์ตัวเรือนสเตนเลสสตีลบาง 6.10 มิลลิเมตร หน้าปัดสีเงินโอปาลีนลายกิโยเช่ พร้อมกลไกสวิสอัตโนมัติ คาลิเบอร์ RL300-1

Introducing: Pequignet Royale Paris Chrono BPM นาฬิกาสปอร์ตโครโนกราฟที่ผสานแรงบันดาลใจจากดนตรี French Touch

สัมผัสดีไซน์สุดล้ำกับ Pequignet Royale Paris Chrono BPM โครโนกราฟสปอร์ตตัวเรือนสเตนเลสสตีล 43 มิลลิเมตร หน้าปัดไล่เฉดสีฟ้าไฟฟ้าสไตล์ French Touch พร้อมสเกลวัดค่า BPM และกลไกอินเฮ้าส์ Calibre Royale