การกลับมาของเจ้าแห่งทะเลกับ Seiko Prospex Marinemaster 1968 Heritage

Date:

ในปีนี้ Seiko ได้หยิบยกจิตวิญญาณนั้นมาตีความใหม่ โดยเน้นไปที่การอัปเกรดประสิทธิภาพ ให้สมกับชื่อ Marinemaster

ในโลกของนาฬิกาดำน้ำ ชื่อ Marinemaster เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความบึกบึนและความเป็นมืออาชีพ ล่าสุด Seiko ได้เปิดตัวรุ่นใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาดำน้ำระดับตำนานปี 1968 (รหัส 6159-7001) โดยมีการปรับปรุงทั้งในแง่ของสัดส่วน วัสดุ และกลไก เพื่อให้เป็นนาฬิกาดำน้ำที่ลงตัวที่สุดสำหรับยุคปัจจุบัน

Seiko Prospex Marinemaster 1968 Heritage Diver (HBF001 - หน้าปัดดำ / HBF002 - JAMSTEC Limited Edition)
Seiko Prospex Marinemaster 1968 Heritage Diver (HBF001 – หน้าปัดดำ / HBF002 – JAMSTEC Limited Edition)

ดีไซน์ที่คุ้นเคย แต่เฉียบคมกว่าเดิม 

ความน่าสนใจอยู่ที่สัดส่วนที่ลงตัวและการอัปเกรดวัสดุ ด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42.6 มม. มาพร้อมความหนา 14.1 มม. ซึ่งถือว่าเพรียวลงกว่ารุ่นก่อนๆ ทำให้สวมใส่สบายขึ้นในชีวิตประจำวัน แต่จุดที่แฟนๆ ตื่นเต้นที่สุดคือการเลือกใช้ขอบตัวเรือนเซรามิก (Ceramic Bezel) เป็นครั้งแรกในซีรีส์นี้ ช่วยให้ขอบนาฬิกามีความเงางามและทนทานต่อรอยขีดข่วนได้อย่างดีเยี่ยม

Seiko Prospex Marinemaster 1968 Heritage Diver (HBF001 - หน้าปัดดำ / HBF002 - JAMSTEC Limited Edition)

ความร่วมมือระดับโลก HBF002 JAMSTEC Limited Edition 

ความพิเศษอยู่ที่รุ่น HBF002 ซึ่งเป็นการร่วมมือกับ JAMSTEC (หน่วยงานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเลของญี่ปุ่น) หน้าปัดถูกรังสรรค์ด้วยลวดลาย Textured ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรอยแยกของน้ำแข็งเมื่อถูกเรือตัดน้ำแข็งแหวกผ่าน ไล่เฉดสีจากขาวสว่างไปจนถึงน้ำเงินเข้มสะท้อนความลึกของมหาสมุทรอาร์กติก ซึ่งรุ่นนี้ผลิตจำกัดเพียง 1,000 เรือนทั่วโลก

กลไกใหม่ 8L45 คือความแม่นยำที่ไว้วางใจได้ 

หัวใจสำคัญคือกลไกอัตโนมัติ Calibre 8L45 ที่ถูกประกอบด้วยมือใน Shizukuishi Watch Studio (ที่เดียวกับที่ผลิต Grand Seiko) โดยเพิ่มพลังงานสำรองเป็น 72 ชั่วโมง (3 วันเต็ม) ปรับปรุงความเที่ยงตรงให้ดียิ่งขึ้น (+10 ถึง -5 วินาทีต่อวัน) ถือเป็นการอัปเกรดที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม และยังมาพร้อมกับชุดสายสเตนเลสสตีลแบบ 5 แถวที่มีระบบ Micro-adjustment รุ่นใหม่ ช่วยให้ปรับความกระชับได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ

ข้อมูลทางเทคนิค 
  • ชื่อรุ่น: Seiko Prospex Marinemaster 1968 Heritage Diver (HBF001 – หน้าปัดดำ / HBF002 – JAMSTEC Limited Edition)
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีลพร้อมการเคลือบ Super-hard coating ขนาด 42.6 มม. หนา 14.1 มม. ขอบเซรามิก (Ceramic Bezel) กันน้ำลึก 300 เมตร
  • หน้าปัด: รุ่น HBF001 (ดำลายเม็ดทรายเพื่อลดแสงสะท้อน) / รุ่น HBF002 (ลาย Textured ไล่เฉดสีน้ำเงินไอซ์บลู) กระจก Dual-curved Sapphire เคลือบกันสะท้อนด้านใน
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที วินาที และวันที่ (ตำแหน่ง 3 นาฬิกา)
  • กลไก: กลไกอัตโนมัติ Calibre 8L45 สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง ความเที่ยงตรง +10/-5 วินาทีต่อวัน
  • สาย: สเตนเลสสตีลแบบ 5 แถว พร้อมชุดล็อกแบบปรับระยะสไลด์ (Tool-less Micro-adjustment) ได้สูงสุด 16 มม.

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
เผยโฉม Christiaan van der Klaauw x Revolution
Franck Muller เผยโฉมสามเรือนเวลาไอคอนิก ต้อนรับสีสันแห่งเดือนมีนาคม
Breitling Navitimer ฺB19  Chronograph 43 Perpetual Calendar สองรุ่นใหม่ ทะยานสู่ความสูงอีกระดับ

Share post:

More like this

Franck Muller ถ่ายทอดความรักผ่าน 3 นาฬิกาสุดประณีต ต้อนรับเทศกาลวันแม่

สัมผัสความประณีตของ 3 เรือนเวลาไอคอนิกจาก Franck Muller ทั้ง Cintrée Curvex Gatsby, Crazy Hours x JISBAR และ Curvex CX Silhouette ที่สะท้อนคุณค่า ความตั้งใจ และความรักอันไร้กาลเวลาเนื่องในโอกาสวันแม่

หรูหรา คลาสสิก ยืดหยุ่นกว่าที่เคย กับ Baltic Aquascaphe MK2 เรือนเวลาดำน้ำสายวินเทจที่กลับมาพร้อมฟังก์ชั่นวันที่

Baltic เปิดตัว Aquascaphe MK2 รุ่นอัปเกรด เพิ่มฟังก์ชั่นวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาอย่างลงตัว มาพร้อมตัวเรือน 2 ขนาด (37 มม. และ 39.5 มม.) 4 เฉดสีหน้าปัด และสายที่เลือกแมตช์ได้หลากหลาย ตอบโจทย์นาฬิกาดำน้ำสไตล์วินเทจร่วมสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ

ฉลอง 145 ปีแห่งตำนาน สัมผัสความสง่างามของสีม่วงเอโดะ ผ่าน 3 เรือนเวลารุ่นพิเศษจาก Seiko

ฉลองครบรอบ 145 ปีการก่อตั้งแบรนด์ด้วยคอลเลกชันพิเศษ "Edo Purple" นำเฉดสีม่วงเอโดะอันเป็นตำนานแห่งกรุงโตเกียวมารังสรรค์บน 3 เรือนเวลารุ่นยอดนิยม Prospex Alpinist, Presage Cocktail Time GMT และ 5 Sports SKX

คืนชีวิตให้กลไกในตำนาน กับ Singer Reimagined Heritage V72 เรือนเวลาที่หลอมรวมศิลปะการบูรณะและความคลาสสิกระดับไอคอน

Singer Reimagined เผยเรือนเวลารุ่นใหม่ Heritage V72 ชุบชีวิตกลไกโครโนกราฟไขคานในตำนานอย่าง Valjoux 72 แบบ NOS สู่ตัวเรือนขนาด 38.8 มม. ที่ผสานงานตกแต่งสุดประณีตเข้ากับจิตวิญญาณแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ตคลาสสิก