Breitling Navitimer ฺB19  Chronograph 43 Perpetual Calendar สองรุ่นใหม่ ทะยานสู่ความสูงอีกระดับ 

Date:

นาฬิกานักบินระดับไอคอนต้อนรับสองรุ่นใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากความสูงสุดขีดที่ Navitimer เคยพิชิต

Navitimer เป็นนาฬิกานักบินที่เกิดมาเพื่อรองรับการใช้งานบนอากาศยานอย่างแท้จริง ทั้งเอกลักษณ์และฟังก์ชันต่างๆ ที่หล่อหลอมตัวตนให้นาฬิกาที่พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางบนท้องฟ้ารุ่นนี้ครองใจคนรักนาฬิกาผู้คลั่งไคล้ใน tool watch ที่มีประวัติศาสตร์ควบคู่กับการบินมาอย่างยาวนานได้อย่างเหนียวแน่น และเมื่อทาง Breitling ประกาศว่าปี 2026 นี้จะมีรุ่นใหม่มาสมทบถึงสองรุ่นด้วยกัน เราก็ตื่นเต้นในทันทีที่ได้ทราบข่าว 

แรงบันดาลใจจากระดับความสูงสุดขีด

นาฬิกานักบิน Navitimer ถือกำเนิดในปี 1952 เพื่อมอบให้สมาคม Aircraft Owners and Pilots Association (AOPA) ได้นำไปใช้เป็นนาฬิกาคู่ข้อมือของเหล่านักบินผู้พิชิตความสูง ความเฉพาะตัวที่ทำให้ Navitimer เหนือชั้นกว่าใครอยู่ที่การรวมฟังก์ชันโครโนกราฟเข้ากับวงแหวนคำนวณแบบหมุน (circular slide rule) ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งการผนวกฟังก์ชันดังกล่าวเข้าไป ทำให้นักบินสามารถคำนวณความเร็วไปจนถึงระยะทางในการบินได้เพียงชั่ววินาทีที่เหลือบดูนาฬิกาบนข้อมือ นาฬิกานักบินต้นแบบนี้ได้พิชิตความสูงมาแล้วหลายระดับ ตั้งแต่ความเร็วที่ไวกว่าเสียง ไปจนถึงการเป็นคู่หูร่วมท่องอวกาศในยุคแรกของการบินสำรวจอวกาศ 

สำหรับสองรุ่นล่าสุดที่เข้ามาสมทบตระกูลนาฬิกานักบินของ Breitling ได้แรงบันดาลใจจากความสูงสุดขีดที่นาฬิการุ่นพี่เคยร่วมพิชิตบนหน้าประวัติศาสตร์การบิน นาฬิกาทั้งสองรุ่นใหม่ถ่ายทอดเรื่องราวของ Navitimer ผ่านมิติอันหลากหลายของท้องฟ้า โดยแต่ละรุ่นแทนระดับความสูงที่แตกต่างกัน 

รุ่นลิมิเต็ด 75 เรือน ตัวเรือนแพลตินัมมาพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงินเคลือบเงาวาววับ คุมโทนทั้งผืนหน้าปัดหลักและหน้าปัดย่อย โดยได้แรงบันดาลใจจากชั้นสตราโตสเฟียร์ที่อยู่ในระดับความสูงจากพื้นดินประมาณ 10 – 50 กิโลเมตร จัดเป็นชั้นบรรยากาศที่อากาศสงบไม่แปรปรวน จึงเป็นชั้นที่เครื่องบินพาณิชย์นิยมใช้เป็นเส้นทางสัญจร ด้วยความสูงในระดับดังกล่าวทำให้สามารถมองเห็นท้องฟ้าในมิติที่ลึกขึ้นและสามารถเห็นความโค้งของผืนโลกได้อย่างชัดเจน ตัวเรือนแพลตินัมจับคู่กับวงแหวนสไลด์สีดำด้านนอก ตัดกับสเกลต่างๆ สีขาวด้านในอย่างชัดเจน จับคู่กับสายหนังจระเข้สีน้ำเงินรับกับสีหน้าปัด 

ส่วนอีกรุ่นถ่ายทอดความลึกและความสงบนิ่งของอวกาศผ่านสีสันที่ดูสุุขุม ด้วยเรือนสเตนเลสสตีลขอบแพลตินัม หน้าปัดสีแอนทราไซต์ที่ดูลุ่มลึก จับคู่กับสายหนังจระเข้สีน้ำตาลเป็นคุมโทนสีสงบขรึมที่ดูคลาสสิก และอีกหนึ่งทางเลือกสายเป็นสายสตีลเจ็ดแถวที่ดูสปอร์ตยิ่งกว่า 

ถ้าถามว่า ทั้งสองรุ่นแตกต่างกันหรือไม่ คงต้องบอกเวลาทั้งสองยังคงถ่ายทอดดีเอ็นเอของ Navitimer อย่างชัดเจนทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นวงแหวนรอบหน้าปัดย่อย รวมถึงขอบตัวเรือนแบบ knurled ที่เอื้อต่อการใช้งานอันเป็นเอกลักษณ์คู่นาฬิกานักบินของ Breitling มาโดยตลอด แต่สิ่งที่ทั้งสองรุ่นเพิ่มเติมเข้ามาย่อมเป็นหน้าต่างแสดงข้างขึ้นข้างแรม ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ที่ทำให้ Navitimer สองรุ่นนี้ดูมีความสมมาตรโดยสมบูรณ์ และเพิ่มเสน่ห์ที่สื่อถึงความน่าค้นหาของห้วงอวกาศที่ถูกย่อส่วนไว้บนนาฬิกานักบินเรือนนี้ได้อย่างงดงาม 

กลไก Caliber B19

ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ B19 ที่ได้รับความไว้วางใจให้ใช้ในรุ่นเฉลิมฉลองครบรอบ 140 ปีของแบรนด์ในปี 2024 กลไกคาลิเบอร์ดังกล่าวสามารถขับเคลื่อนได้ทั้งฟังก์ชันโครโนกราฟ และฟังก์ชันปฏิทินถาวรที่สามารถคำนวณปีอธิกสุรทินและจำนวนวันในแต่ละเดือนได้โดยอัตโนมัติ และไม่จำเป็นต้องปรับตั้งค่าใหม่เป็นเวลาถึงหนึ่งศตวรรษเลยทีเดียว นอกจากนี้ฟังก์ชันแสดงข้างขึ้น–ข้างแรม ที่เข้ามาเติมเต็มให้ Navitimer เป็นนาฬิกาที่เก็บทุกความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้าได้อย่างครบถ้วน  

ในเชิงเทคนิค Navitimer B19 ยังได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ Breitling และได้รับรางวัล Temporis Award ปี 2025 เป็นนาฬิกาโครโนกราฟปฏิทินถาวรแบบอัตโนมัติที่มีพลังงานสำรอง 96 ชั่วโมง ระบบปรับตั้งแบบขั้นตอนเดียวผ่านเม็ดมะยมช่วยให้ปรับค่าปฏิทินทั้งหมดพร้อมกันได้อย่างสะดวกง่ายดาย ในขณะที่ปุ่มกดขนาดเล็กที่ตำแหน่ง 8 และ 10 นาฬิกาใช้สำหรับปรับแบบแยก สำหรับการขึ้นลานใช้โรเตอร์เรดโกลด์ 18 กะรัต ที่อวดความงามผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ใส และยังเชื่อถือได้ในความเที่ยงตรงสูงด้วยการรับรอง COSC โครโนมิเตอร์

จึงอาจกล่าวได้ว่า ภายใต้รูปลักษณ์หล่อเท่สไตล์หนุ่มนักบินบรรจุไว้ซึ่งกลไกสุดล้ำที่มาพร้อมความแม่นยำสูงสุดเท่าที่ Navitimer เคยมีมา และยังเป็นรุ่นเดียวในคอลเลกชันหลักของ Breitling ที่เลือกใช้กลไกโครโนกราฟปฏิทินถาวรอัตโนมัติ 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

Breitling Superocean Heritage B01 Chronograph 42 นิยามใหม่ของนาฬิกาสปอร์ตหรูที่ผสานอดีตและอนาคตไว้ในหนึ่งเดียว
ทำความรู้จัก Norqain Adventure Neverest 40mm Limited Edition เรือนเวลาที่มาพร้อมจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย
Kurono Tokyo Diver จินตนาการใหม่แห่งนาฬิกาดำน้ำในร่างโมดูลาร์

Share post:

More like this

Arnold & Son HM London Skyline Limited Edition: จากลอนดอนยุควิกตอเรียนสู่มหานครร่วมสมัย ผ่านหน้าปัดที่เปลี่ยนเรื่องราวตามแสงและความมืด

Arnold & Son และ The Limited Edition ถ่ายทอดเรื่องราวของลอนดอนผ่าน HM London Skyline นาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชันที่ใช้หน้าปัด Mother-of-Pearl และเทคนิคเรืองแสงเผยเมืองสองยุค พร้อมกลไกไขลานบางเฉียบสำรองพลังงาน 90 ชั่วโมง

Protected: เมื่อ TAG Heuer ประกาศเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษส่งตรงเพื่อนักสะสมชาวไทยโดยเฉพาะกับ TAG Heuer Carrera Chronograph Thailand Limited Edition

พาไปชมรายละเอียดและวิเคราะห์แนวคิดของ TAG Heuer Carrera Chronograph Thailand Limited Edition นาฬิการุ่นพิเศษที่หยิบยกประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตของ "พระองค์พีระ" และทีมหนูขาว มาตีความเป็นงานดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ

พาชมโปรเจกต์หุ่นยนต์ผู้พิทักษ์เวลา MB&F HM12 The Guardian ผลงานเซ็ตคู่ที่ประกอบด้วยนาฬิกาทูร์บิญอง และหุ่นยนต์ตั้งโต๊ะฟังก์ชันครบ

บทความวิเคราะห์เจาะลึก MB&F HM12 The Guardian ผลงานนาฬิกาข้อมือทูร์บิญองหน้ากากกลไกที่มาพร้อมหุ่นยนต์ตั้งโต๊ะหนัก 15 กิโลกรัม เผยเบื้องหลังแนวคิดจากยุค 80s และข้อมูลอินไซด์ที่แบรนด์ยอมเฉือนกำไรเพื่อสร้างสิ่งสะสมแห่งอนาคต

Hermès Arceau Cavalier en Formes ผลงานชิ้นพิเศษที่ผลิตขึ้นจำกัดเพียง 6 เรือนทั่วโลก

วิเคราะห์วิธีคิดการออกแบบหน้าปัดสามมิติตามแบบศิลปะคิวบิซึมและกลไกชั้นสูง Calibre H1924 ใน Hermès Arceau Cavalier en Formes รุ่นพิเศษตัวเรือนไวท์โกลด์ 43 มิลลิเมตร