Moritz Grossmann Perpetual Calendar เมื่อความซับซ้อนระดับปรมาจารย์ถูกห่อหุ้มด้วยความเรียบง่ายอันสมบูรณ์แบบ

Date:

ฉลองครบรอบ 17 ปีด้วยกลไกปฏิทินถาวรใหม่

ในโลกแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง กลไก Perpetual Calendar หรือปฏิทินถาวรนั้น ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Grand Complication ซึ่งเป็นกลไกสลับซับซ้อนระดับสูงที่ช่างนาฬิกาทุกคนยอมรับว่าคือหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะนอกจากจะมีการแสดงวัน เดือน ปี ธรรมดาแล้ว นี่คือการสร้างเครื่องจักรกลขนาดจิ๋วที่สามารถ “จดจำ” จำนวนวันของแต่ละเดือนได้อย่างแม่นยำตลอดไป ไม่ว่าจะเดือนสั้นเดือนยาว หรือแม้กระทั่งปีนั้นจะเป็นปีอธิกสุรทิน (Leap Year) ที่มีวันที่ 29 กุมภาพันธ์ก็ตาม

สำหรับ Moritz Grossmann (มอริทซ์ กรอสมันน์) โรงงานผลิตนาฬิกาแห่งกลาสฮูทเทอ (Glashütte) ประเทศเยอรมนี การสร้างสรรค์ Perpetual Calendar เรือนใหม่นี้ขึ้นมาในวาระการเฉลิมฉลองครบรอบ 17 ปี นับตั้งแต่ Christine Hutter (คริสไทน์ ฮัลเทอร์) ได้นำชื่อและจิตวิญญาณแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาของมอริทซ์ กรอสมันน์ กลับมามีชีวิตอีกครั้งในปี ค.ศ. 2008 นั้น แบรนด์มีเป้าหมายที่เหนือกว่าความซับซ้อนทางเทคนิค และต้องการสร้างนาฬิกาที่อยู่เหนือกาลเวลาและคงความเป็นตัวเองไว้ได้อย่างถาวร ตามปรัชญาของมอริทซ์ กรอสมันน์ ในศตวรรษที่ 19 ที่มุ่งเน้นกลไกที่ “เรียบง่าย แต่สมบูรณ์แบบ” 

สิ่งที่โดดเด่นอย่างยิ่งในนาฬิการุ่นนี้คือการจัดวางหน้าปัดที่น่าประทับใจ การแสดงวันและเดือนไม่ได้ซ่อนอยู่เป็นหน้าต่างเล็ก ๆ แต่ถูกจัดวางไว้รอบหน้าปัดอย่างชัดเจนด้วยวงแหวนที่สลับซับซ้อนในการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ การแสดงวันที่ยังใช้ระบบที่เรียกกันว่า Grossmann Outsize Date ที่ใหญ่และอ่านง่าย จัดวางอย่างสมมาตรที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาและ 3 นาฬิกา ซึ่งโดยรวมแล้ว แม้จะมีฟังก์ชันที่ซับซ้อนมาก แต่หน้าปัดกลับให้ความรู้สึกที่ อ่านง่ายและสะอาดตาอย่างน่าทึ่ง สะท้อนถึงการออกแบบที่เน้นความเข้าใจของผู้สวมใส่เป็นหลัก

กลไกที่อยู่เบื้องหลังความสามารถนี้คือกลไกไขลานด้วยมือแบบ Calibre 107.0 ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด มันไม่ใช่แค่กลไก แต่คือห้องเรียนแห่งงานฝีมือของกลาสฮูทเทอ เพราะเราสามารถชื่นชมการตกแต่งที่ประณีตของชิ้นส่วนต่าง ๆ ผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ ทั้งแผ่นฐานที่ทำจาก German silver การขัดลาย Glashütte stripes และการใช้สกรูสีน้ำเงินจากความร้อน ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ Moritz Grossmann Perpetual Calendar เป็นเหมือนมรดกทางเทคนิคที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อคงอยู่เหนือกาลเวลาอย่างแท้จริง

ข้อมูลทางเทคนิค 
  • ตัวเรือน: มีให้เลือกทั้งแบบโรสโหลด์และแพลทินัม โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41.5 มม. ความหนา 13.85 มม. และฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์
  • หน้าปัด: มีสองเวอร์ชันหลักคือหน้าปัดสีเงิน Argenté และสีเทาถ่าน Charcoal โดยมีหน้าปัดย่อยแสดงวันและเดือนแบบวงแหวน และแสดงวันที่ขนาดใหญ่แบบ Grossmann Outsize Date
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที วินาทีเล็ก และฟังก์ชันปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar) ที่แสดงวันในสัปดาห์ เดือน และปีอธิกสุรทิน
  • กลไก: กลไกไขลานด้วยมือ Calibre 107.0 ที่ผลิตในโรงงาน (In-house) มีพลังงานสำรอง 42 ชั่วโมง ทำงานด้วยความถี่ 18,000 VpH (2.5 Hz)
  • สาย: สายหนังจระเข้เย็บด้วยมือ

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Arnold & Son กับ 3 เรือนเวลาที่สะท้อนการสืบทอดความเที่ยงตรงจากท้องทะเลสู่ใจกลางกลไกซับซ้อน
เจาะลึกเบื้องหลังเรือนเวลา ID Genève Circular S เมื่อนวัตกรรมคือทางออกของปัญหาคาร์บอนในอุตสาหกรรมนาฬิกา
Chopard Mille Miglia Classic Chronograph Tribute to Sir Stirling Moss

Share post:

More like this

The Sphere Series 5 ผลงานรุ่นล่าสุดจาก Hautlence ที่นำเสนอลูกบอลแกะสลักสีขาวหมุนวนบนแกนสามแกนเพื่อบอกเวลาแบบ Jump Hour

สัมผัสมุมมองใหม่แห่งโลกเรือนเวลาผ่าน Hautlence The Sphere Series 5 งานประติมากรรมกลไกสามมิติบนตัวเรือนไทเทเนียมไร้ขา ที่ผสมผสานลูกบอลบอกชั่วโมงแบบ Jump Hour และเข็มนาที Retrograde เข้ากับสุนทรียภาพสีโมโนโครมได้อย่างลงตัว

Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ทำไมเรือนนี้ถึงน่าสนใจในตลาดนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำ?

เปิดตัว Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ความสนุกของหน้าปัดเรือนนี้อยู่ที่เทคนิคพิมพ์ 3 มิติ (3D-printed surface treatment) ซึ่ง Oris ตั้งใจจำลองพื้นผิวของ "สาหร่ายเคลป์" เวลาโดนแสงแดดส่องผ่านน้ำทะเลสว่างวูบวาบ

Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

เจาะลึก Urwerk UR-300 Time Quantum การปฏิวัติระบบ Wandering Hours ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ด้วยการสลัดแขนยึดสมมาตรแบบเดิม ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง T-Frame คานสลับตำแหน่งกระโดดเปลี่ยนองศาในเสี้ยววินาที พร้อมตัวเรือนไทเทเนียมรูปทรงใหม่สุดล้ำ

Bell & Ross BR-03 Space Mission เมื่อนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหน้าปัดห้องนักบิน ถอดเข็มออกแล้วย้ายไปอยู่ในอวกาศ

Bell & Ross ตีความนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมระดับไอคอนิกใหม่ในรุ่น BR-03 Space Mission ถอดเข็มนาฬิกาแบบเดิมออก แล้วใช้แผ่นดิสก์หมุนจำลองการโคจรของยานอวกาศ Vortex และดวงจันทร์บนพื้นหน้าปัดแก้วอเวนจูรีนสีดำประกายดาว ในตัวเรือนเซรามิกดำขัดทรายขนาด 41 มม. ผลิตจำกัด 999 เรือน