Ming 57.04 Phoenix การกลับมาของ Monopusher ในลุคที่สุขุมยิ่งขึ้น

Date:

จากสีสันที่จัดจ้าน สู่ความสงบนิ่งที่เปี่ยมด้วยพลัง… พบกับ Ming 57.04 Phoenix

หลังจากที่ MING ได้สร้างความฮือฮาด้วยรุ่น 57.04 Iris ที่เต็มไปด้วยสีสันจัดจ้านไปเมื่อปีที่แล้ว ล่าสุดแบรนด์ได้เปิดตัวสมาชิกลำดับที่สองในซีรีส์นี้อย่าง 57.04 Phoenix ซึ่งมาในทิศทางที่แตกต่างออกไป โดยเน้นความสง่างามแบบ Monochromatic (โทนสีเดียว) แต่ยังคงความซับซ้อนในเชิงวิศวกรรมและการเล่นกับแสงเงาที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน

ดีไซน์ที่เน้นมิติและแสงเงา (Tonal Structure)

จุดเด่นที่สุดของ Phoenix คือหน้าปัดสีเทา Anthracite ที่มีการขัดลาย Sunray แบบวงกลม (Circularly Brushed) และทำรูปทรงแบบ Deep Dish หรือทรงจานลึกที่ให้มิติชัดเจน แม้ภาพรวมจะดูเรียบง่ายกว่ารุ่น Iris แต่ MING ยังแอบซ่อนลูกเล่นไว้ภายใต้ช่องเจาะ (Radial Cutouts) บนหน้าปัด ซึ่งจะเผยให้เห็นแผ่น Baseplate ด้านล่างที่เคลือบสาร Multiphasic Coating ทำให้เกิดการเปลี่ยนสีเหลือบไปมาเมื่อกระทบแสง คล้ายกับเกล็ดปลาที่ว่ายอยู่ใต้ผิวน้ำ

ตัวเรือน Destro และงานวิศวกรรมที่ซับซ้อน

Phoenix ยังคงใช้โครงสร้างตัวเรือนขนาด 40 มม. ทำจากสแตนเลสสตีล 316L ในรูปแบบ Destro (เม็ดมะยมอยู่ด้านซ้าย) พร้อมฟังก์ชัน Monopusher หรือปุ่มกดโครโนกราฟปุ่มเดียวที่รวมอยู่ในเม็ดมะยม

ความพิเศษของตัวเรือนรุ่นนี้อยู่ที่ ขาตัวเรือนแบบขั้นบันได (Triple-stepped lugs) ซึ่ง MING ระบุว่าต้องใช้ชิ้นส่วนแยกกันถึง 9 ชิ้นต่อข้าง เพื่อให้ได้งานขัดแต่งที่สลับระหว่างผิวเงาและผิวปัดด้านได้อย่างคมชัดที่สุด ซึ่งเป็นมาตรฐานงานฝีมือที่หาได้ยากในนาฬิการะดับราคานี้

กลไกและการแสดงเวลา

ภายในบรรจุกลไก Cal. SW562.M1 ที่ปรับแต่งโดย Sellita สำหรับ MING โดยเฉพาะ เป็นกลไกไขลานที่ตัดเข็มวินาทีหลักออก เพื่อให้หน้าปัดดูสะอาดตา (No-date layout) และเน้นไปที่การจับเวลา 30 นาทีผ่านหน้าปัดย่อยที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ตัวกลไกมีการขัดแต่งด้วยการชุบ Rhodium และใช้แผ่น Bridge สี Anthracite เพื่อให้เข้ากับธีมของหน้าปัด

ความคุ้มค่าและสถานะในคอลเลกชัน

ที่น่าสนใจคือ 57.04 Phoenix จะไม่ได้เป็นรุ่น Limited Edition ที่ผลิตครั้งเดียวจบ แต่จะถูกบรรจุเข้าเป็น Core Collection (คอลเลกชันหลัก) ของแบรนด์ โดยในปี 2026 นี้จะมีการผลิตออกมาจำนวน 150 เรือน

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: สแตนเลสสตีล 316L ขนาด 40 มม. หนา 11.85 มม. (Lug-to-lug 47.8 มม.)
  • หน้าปัด: สีเทา Anthracite พร้อมช่องเจาะเผย Baseplate เปลี่ยนสีได้ (Multiphasic Coating)
  • กระจก: แซฟไฟร์ทั้งด้านหน้าและหลัง (ด้านหน้าเลเซอร์สลักสเกลเวลาและเติมพรายน้ำ Polar White)
  • กลไก: ไขลาน Sellita for MING Cal. SW562.M1 สำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที จับเวลาโครโนกราฟปุ่มเดียว (Monopusher)
  • สาย: สายยาง FKM สีเทา หรือสายโลหะ Titanium Polymesh
  • การกันน้ำ: 100 เมตร

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
ย่อรุ้งกินน้ำมาไว้บนข้อมือกับ Ressence Type 9 IKE นาฬิกาที่เปลี่ยนทุกการเคลื่อนไหวให้เป็นปรากฏการณ์แห่งแสง
Must Have: กล่องเก็บนาฬิกา 5 แบรนด์ที่นักสะสมควรรู้จัก
Swatch Group ออกจดหมายเปิดผนึก โต้รายงาน Morgan Stanley ข้อมูลคลาดเคลื่อน

Share post:

More like this

Breva Segreto di Lario ผลงานสร้างสรรค์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามแบบอิตาลีของทะเลสาบโคโม

สัมผัสความลุ่มลึกของ Breva Segreto di Lario นาฬิกาที่เปลี่ยนการบอกพลังงานสำรองให้เป็นงานศิลปะด้วยระบบเข็มตีกลับคู่ (Double Retrograde) ผลงานความร่วมมือกับปรมาจารย์ Jean-François Mojon ในตัวเรือนไทเทเนียมทรงคุชชั่นที่สะท้อนกลิ่นอายอุปกรณ์เดินเรือยุคคลาสสิก

Amida Digitrend NASA Edition จากนาฬิกาขับรถยุค 70 สู่อุปกรณ์อวกาศแห่งอนาคต

เมื่อนาฬิกาขับรถทรงลิ่มสุดคลาสสิกจากยุค 70 โคจรมาพบกับหน่วยงานอวกาศระดับโลก Amida Digitrend NASA Edition ถ่ายทอดความเท่ผ่านการแสดงผลเวลาแนวตั้งด้วยปริซึมคริสตัล พร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลสีเงินด้านและโลโก้ Worm อันเป็นเอกลักษณ์

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ปี 1816 กับ Louis Moinet Chronograph รุ่นพิเศษในเฉดสีแชมเปญ

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ปี 1816 กับ Louis Moinet Chronograph รุ่นพิเศษในเฉดสีแชมเปญ ที่เปลี่ยนความซับซ้อนของกลไก Column Wheel ให้กลายเป็นงานศิลปะบนข้อมือ ผสานวัสดุไทเทเนียมเกรด 5 น้ำหนักเบาเข้ากับความประณีตของงานช่างศิลป์ชั้นสูง

พาชมความงามจากรอยด่างพร้อยบนหน้าปัดนาฬิกา Venezianico Nereide Verdigris

เสน่ห์ที่ไม่ซ้ำใครของ Venezianico Nereide Verdigris นาฬิกาที่เปลี่ยนปฏิกิริยา Oxidation บนหน้าปัดทองเหลืองให้กลายเป็นงานศิลปะ เลียนแบบสีสันของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในเวนิส พร้อมความทนทานจากขอบตัวเรือนทังสเตนและกลไก Swiss Made