Swatch Group ตอบโต้รายงานของ Morgan Stanley ผ่านจดหมายเปิดผนึก
บทความโดย Felix Scholz . Mar 3, 2026
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รายงานประจำปี Swiss Watcher โดย Morgan Stanley ร่วมกับ LuxeConsult ได้กลายเป็นดัชนีชี้วัดสถานการณ์โดยรวมของอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสที่ถูกนำไปอ้างอิงอย่างแพร่หลาย ซึ่งเนื้อหาหลักในรายงานเป็นผลมาจากการวิจัยและวิเคราะห์ที่รวบรวมโดย Oliver Müller นักวิเคราะห์และที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมนาฬิกา
อย่างไรก็ตาม Swatch Group ได้ออกมาคัดค้านข้อสรุปและวิธีการจัดทำรายงาน Swiss Watcher ฉบับที่ 9 นี้ โดยระบุว่ามีการใช้ข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือและไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ รวมถึงมีข้อสรุปที่คลาดเคลื่อนและเกิดจากความประมาทเลินเล่อ
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักที่ Swatch Group จะออกมาโต้แย้งข้อเท็จจริงในรายงานของ Morgan Stanley เนื่องจากเนื้อหาบางส่วนระบุว่า Omega มีอันดับความนิยมของแบรนด์โดยรวมตกลงมาอยู่ที่อันดับ 5 นอกจากนี้ รายงานยังอ้างว่า Longines ประสบภาวะขาดทุนในปี 2025 อีกด้วย

ในส่วนของวิธีการจัดทำรายงาน จดหมายฉบับนี้ระบุว่า วิธีการดังกล่าวดูเหมือนจะถูกออกแบบมาเพื่อปกปิดสถานการณ์ด้านข้อมูลที่ย่ำแย่ ซึ่งรวมถึงการมีข้อมูลที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้อยู่เป็นจำนวนมาก ความไม่แม่นยำที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน เช่น การใช้ค่าตัวเลขแบบจุดทศนิยมแทนที่จะใช้เป็นช่วงตัวเลขเพื่อสร้างความรู้สึกที่แม่นยำแบบปลอมๆ และการตรวจสอบความสมเหตุสมผลของข้อมูลที่บางครั้งให้ผลลัพธ์ที่ดูไร้สาระ
Swatch Group ยังได้เน้นย้ำถึงความคลาดเคลื่อนของข้อมูลในรายงานโดยระบุว่า ตัวเลขยอดขายจริงนั้นมีความคลาดเคลื่อนจากตัวเลขที่นำเสนอในงานวิจัยเฉลี่ยถึง 24% โดยมีช่วงความคลาดเคลื่อนตั้งแต่ -53% ไปจนถึง +46% ในแต่ละแบรนด์ และความไม่แม่นยำนี้ยิ่งปรากฏชัดเจนมากขึ้นในส่วนของยอดขายจำนวนเรือน (unit sales) ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยถึง 39% โดยมีช่วงความคลาดเคลื่อนตั้งแต่ -48% ไปจนถึง +198% ทั้งนี้ Swatch Group ได้ระบุเจาะจงว่ายอดขายจำนวนเรือนที่แท้จริงของ Hamilton นั้นสูงกว่าตัวเลขในรายงานของ Morgan Stanley ถึงสามเท่า
จดหมายฉบับนี้ยังคงยืนยันว่ารายงานของ Morgan Stanley เป็นความประมาทเลินเล่อและอาจสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นใน Swatch Group พร้อมระบุว่าพวกเขากำลังพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย นอกจากนี้ Swatch Group ยังข้อสังเกตว่าในขณะที่ Morgan Stanley มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น แต่ LuxeConsult กลับไม่มีการระบุถึงเรื่องนี้
นอกจากนี้ Swatch Group ยังได้จำแนกข้อโต้แย้งและสนับสนุนด้วยรายละเอียดตัวอย่าง เช่น ในการวิพากษ์วิจารณ์ข้อมูลที่รายงานนำมาใช้ Swatch ให้เหตุผลว่า ในกรณีของ Breguet จนถึงปี 2023 การประมาณการในงานวิจัยระบุว่าราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15,000 ฟรังก์สวิส แต่เมื่อ Swatch Group แจ้งว่าตัวเลขนี้ผิดพลาดอย่างสิ้นเชิง
ตัวเลขดังกล่าวกลับถูกปรับเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็นประมาณ 32,500 ฟรังก์สวิสในปี 2024 ทว่าตัวเลขประมาณการยอดขาย (turnover) กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลง และเพื่อหลีกเลี่ยงการยอมรับความผิดพลาดก่อนหน้านี้ ตัวเลขจำนวนเรือนที่ขายได้ (unit sales) จึงถูกปรับลดลงกว่าครึ่งหนึ่งจาก 20,000 เรือน เหลือเพียง 7,400 เรือนโดยไม่มีการอธิบายใดๆ ซึ่งวิธีการเดียวกันนี้ยังถูกนำไปใช้กับแบรนด์ Harry Winston ในปี 2025 อีกด้วย

ควรบันทึกไว้ด้วยว่า Morgan Stanley ไม่ใช่สถาบันเพียงแห่งเดียวที่เผยแพร่ข้อมูลประเภทนี้ เนื่องจาก Vontobel ซึ่งเป็นบริษัทการเงินของสวิสก็มีการนำเสนอรายงานอุตสาหกรรมที่คล้ายคลึงกันเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีข้อเท็จจริงที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การที่แบรนด์ใหญ่จำนวนมากเป็นบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ (Privately held) หรือในกรณีของ Swatch Group เองที่รายงานผลประกอบการรวมทั้งพอร์ตโฟลิโอมากกว่าจะแยกเป็นรายแบรนด์ การวิเคราะห์จากหน่วยงานอย่าง Morgan Stanley และ LuxeConsult จึงถือเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่สำหรับการรายงานภาพรวมของอุตสาหกรรมนาฬิกาในขณะนี้
สามารถอ่านจดหมายเปิดผนึกของ Swatch Group ได้ที่นี่
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
ย่อรุ้งกินน้ำมาไว้บนข้อมือกับ Ressence Type 9 IKE นาฬิกาที่เปลี่ยนทุกการเคลื่อนไหวให้เป็นปรากฏการณ์แห่งแสง
IWC Portugieser Chronograph Ceratanium การกลับมาอย่างสง่างามภายใต้รูปลักษณ์สีดำสุดเท่
เตรียมพบกับนิทรรศการ Rolex GMT-Master ตั้งแต่วันที่ 6 – 22 มีนาคมนี้ ณ สยามพารากอน

