เตรียมพบกับนิทรรศการ Rolex GMT-Master ตั้งแต่วันที่ 6 – 22 มีนาคมนี้ ณ สยามพารากอน

Date:

พร้อมเปิดตำนาน Rolex GMT-Master นาฬิกาคู่ใจนักเดินทางมากว่าเจ็ดทศวรรษ 

Oyster Perpetual GMT-Master II

ไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะมีโอกาสได้ก้าวเข้าไปสัมผัสโลกของ Rolex อย่างเจาะลึกถึงแก่น ดังนั้น เมื่อแบรนด์นาฬิกาที่ครองใจสาวกนาฬิกาทั่วโลกประกาศว่า ทาง Rolex ร่วมกับ PMT The Hour Glass จัดนิทรรศการ Rolex GMT-Master ที่บอกเล่าเรื่องราวของ Oyster Perpetual GMT-Master นาฬิกาเครื่องมือที่อยู่คู่ประวัติศาสตร์การเดินทางของมนุษย์ นับตั้งแต่ยุคเฟื่องฟูของการบินเชิงพาณิชย์และอยู่คู่จิตวิญญาณของนักเดินทางสำรวจโลกมาจนถึงปัจจุบัน เราจึงเริ่มนับถอยหลังรอคอยที่จะได้ก้าวเข้าสู่โลกของการเดินทางข้ามเส้นแบ่งเวลาไปกับ Rolex GMT-Master อย่างใจจดใจจ่อ 

ปฐมบทแห่งการผจญภัยของ GMT-Master

หลายคนสงสัยว่า ทำไมนาฬิการุ่นนี้ถึงได้รับความเชื่อมั่นจากเหล่านักเดินทางและสาวกนาฬิกาทั่วโลก นั่นเป็นเพราะ GMT-Master เกิดมาพร้อมกับจิตวิญญาณของนักผจญภัยอย่างแท้จริง นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1955 GMT-Master ก็สามารถเข้าไปอยู่ในใจของเหล่าคนรักนาฬิกาผู้หลงใหลในการเดินทางได้ทันที ด้วยขอบตัวเรือนสองสีสร้างภาพจำได้แจ่มชัด ประกอบกับชื่อรุ่นที่ประกาศตัวตนว่า เกิดมาเพื่อนักเดินทางอย่างแจ่มชัด รวมถึงฟังก์ชันการแสดงเวลาเขตที่สองในรูปแบบ 24 ชั่วโมง ที่ตอบโจทย์นักเดินทางได้อย่างลงตัว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมนาฬิกานักเดินทางเรือนนี้จึงได้รับความไว้วางใจจากเหล่าคนดังระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นักแสดง นักสำรวจ ศิลปิน รวมถึงนักผจญภัยตัวจริงต่างก็มอบหมายหน้าที่ให้ GMT-Master เป็นเพื่อนร่วมสำรวจโลกกว้าง

วิวัฒนาการอันไม่เคยหยุดนิ่ง

เอกลักษณ์ของนาฬิกา GMT-Master อยู่ที่ขอบตัวเรือนสองสีแบบหมุนได้ หน้าปัด และเข็มนาฬิกาทั้งสี่ ทั้งหมดล้วนเป็นเอกลักษณ์ที่ยังดำรงไว้ถึงปัจจุบัน แต่ใช่ว่า GMT- Master จะหยุดนิ่งอยู่กับที่ เพราะตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นาฬิกานักเดินทางรุ่นนี้ยังคงพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง 

Oyster Perpetual GMT-Master II – Night and day

โดยเฉพาะในองค์ประกอบที่แสดงเอกลักษณ์อย่างขอบตัวเรือนหลากหลายองค์คู่สีที่กลายเป็นดีเอ็นเอของ GMT-Master ไม่เพียงแต่ปรับเปลี่ยนเรื่องสี แต่ยังผ่านการพัฒนาด้านวัสดุมาหลายยุคสมัย นับตั้งแต่การใช้วัสดุเพล็กซี่กลาสในช่วงแรก ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นอะลูมิเนียมในปี 1959 มาจนถึงปี 2005 ขอบตัวเรือนเซรามิกที่เราคุ้นตากันในปัจจุบันจึงได้ถือกำเนิดขึ้น และอยู่คู่กับ GMT-Master มานับตั้งแต่บัดนั้น 

ในเชิงฟังก์ชันนาฬิการุ่นนี้ก็ยังถูกพัฒนาให้เอื้อต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น ผ่านการพัฒนาระบบแสดงเวลา Chromalight ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2021 โดยเข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงจะได้รับการเคลือบสารเรืองแสงที่ให้แสงสีฟ้าสว่างคมชัดยิ่งขึ้น เพื่อการอ่านค่าอย่างชัดเจนในที่มืด ส่วนในเชิงดีไซน์ในปี 2018 สายนาฬิกาแบบ Jubilee ได้ถูกนำกลับมาใช้งานเคียงคู่กับสาย Oyster อีกครั้ง และในปัจจุบัน GMT-Master II ก็ได้รับการถ่ายทอดตำนานผ่านวัสดุหลากหลายเวอร์ชั่น อาทิ Oystersteel, Yellow Rolesor หรือทองคำ 18 กะรัต

Oyster Perpetual GMT-Master II

ส่วนพัฒนาการที่สำคัญอย่างยิ่งคงเป็นด้านกลไกที่ผ่านการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาถึง 11 ครั้ง นับตั้งแต่ calibre 1036 GMT ในปี 1955 จนถึง calibre 3285 ในปัจจุบัน โดยการพัฒนาครั้งสำคัญคงเป็นการพัฒนา calibre 3085 ในปี 1982 ที่มาพร้อมเข็มชั่วโมงที่สามารถแยกการทำงานจากกันได้อย่างอิสระ และยังเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่การเปลี่ยนชื่อรุ่นจาก GMT-Master เป็น GMT-Master II

นิทรรศการเพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางของ GMT-Master

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเดินทางอันน่าทึ่งของ GMT-Master และ GMT-Master II นิทรรศการสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เปิดพื้นที่นำเสนอเรื่องราวทุกแง่มุมของนาฬิกานักเดินทางระดับตำนาน โดยนำเสนอหมุดหมายความสาเร็จในการก้าวข้ามขีดจากัดด้านเทคนิคและการออกแบบ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ค้นพบช่วงเวลาสาคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนในวิวัฒนาการของนาฬิกาทั้งสองรุ่น รวมถึงชื่นชมนาฬิการุ่นต่าง ๆ ของ GMT-Master II จากคอลเลกชันในปัจจุบัน

ภายในนิทรรศการเราจะได้เรียนรู้เรื่องราวของบุคคลสาคัญที่เลือกสวมใส่นาฬิกา GMT-Master ทั้งในโอกาสสำคัญอย่างการร่วมสร้างประวัติศาสตร์การบิน ไปจนถึงคนดังในปัจจุบันที่ยังคงชื่นชอบและให้ความไว้วางใจในนาฬิกา GMT-Master และมีส่วนร่วมในการต่อยอดตำนานของนาฬิการุ่นนี้ให้ยังคงยิ่งใหญ่ และครองพื้นที่ในใจของผู้ที่หลงใหลในการผจญภัยในทุกแห่งหน 

ณ ตอนนี้รายละเอียดการจัดแสดงภายในนิทรรศการยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่พอทราบมาว่า ช่วงท้ายสุดของการชมนิทรรศการ เราจะได้ชมภาพยนตร์สารคดีสั้นที่บอกเล่าเส้นทางแห่งความสำเร็จ และตำนานที่ยังคงอยู่ของ GMT-Master

ตำนานแห่งนาฬิกานักเดินทางจะถูกถ่ายทอดออกมาเช่นไรนั้น รอเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ในโลกแห่ง Rolex GMT-Master ด้วยตัวเองได้ตั้งแต่วันที่ 6 – 22 มีนาคมนี้ ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

เปิดตำนาน Wimbledon พร้อม Rolex เผยเบื้องหลังทุกก้าวสู่บัลลังก์แห่งแชมป์

Cortina Watch เผยโฉมบูติก Rolex สาขาใหญ่ที่สุดในไทย ณ One Bangkok

สัปดาห์ยนตรกรรมแห่ง Monterey การเฉลิมฉลองยานยนต์ที่ผสานความคลาสสิกและนวัตกรรม



Share post:

More like this

กรุงเทพฯ สู่หมุดหมายใหม่บนปฏิทินโลก สยามพารากอน สานต่อความสำเร็จเตรียมจัดงาน “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” อย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่ 2

สยามพารากอน จับมือองค์กรระดับโลก FHH เตรียมจัดงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 ขนทัพแบรนด์นาฬิกาชั้นนำกว่า 45 แบรนด์ หวังดันกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางนาฬิกาแห่งเอเชีย

บอกลาความหนาเทอะทะและสายที่ไม่พอดีข้อมือไปได้เลย เพราะนี่คือการแก้เกมครั้งใหญ่ของ Grand Seiko ที่แฟนๆ ทั่วโลกเคยบ่น 

การปรับทัศนียภาพเชิงวิศวกรรมครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ญี่ปุ่นรายนี้กำลังฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่านักสะสมอย่างจริงจัง

เมื่อ Universal Genève และ Breitling ตบเท้าเข้าร่วม Palexpo: สัญญาณเปลี่ยนผ่านครั้งใหม่ที่ Watches and Wonders 2027 จะเป็นอย่างไร?

เจาะลึกจุดเปลี่ยนสำคัญของงาน Watches and Wonders 2027 กับการตบเท้าเข้าร่วมของ Breitling และการกลับมาของ Universal Genève ที่นักสะสมเฝ้ารอ

เมื่อประกายเยือกแข็งของขั้วโลกใต้ หลอมรวมเป็นศิลปะแห่งเวลาบน G-SHOCK MR-G FROGMAN (รุ่น MRG-BF1000EB-1ADR)

เมื่อความแข็งแกร่งขั้นสุดของ G-SHOCK บรรจบกับงานหัตถศิลป์ระดับมาสเตอร์พีซ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของตระกูลระดับท็อปอย่าง MR-G