สัปดาห์ยนตรกรรมแห่ง Monterey การเฉลิมฉลองยานยนต์ที่ผสานความคลาสสิกและนวัตกรรม

Date:

สัปดาห์ยนตรกรรมแห่งเมือง Monterey การเดินทางสู่ความเป็นเลิศแห่งยนตรกรรม

บนชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย มีเทศกาลยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งได้รวบรวมสุดยอดยนตรกรรมจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ด้วยกัน นั่นคือสัปดาห์แห่งยนตรกรรมแห่งเมืองมอนเทอเรย์ (Monterey Car Week) เทศกาลที่จัดแสดงรถยนต์ และเป็นการเฉลิมฉลองศิลปะ นวัตกรรม และมรดกทางประวัติศาสตร์ของโลกยานยนต์ โดยมี Rolex ซึ่งมีความผูกพันกับวงการมอเตอร์สปอร์ตมายาวนานเกือบสามทศวรรษเป็นส่วนสำคัญของงาน

นาฬิกา Oyster Perpetual Datejust 36 ที่สลักข้อความพิเศษมอบให้แก่ผู้ชนะรางวัล The Quail ประจำปี 2025

ตลอดระยะเวลาห้าวันเต็ม แหลมมอนเทอเรย์กลายเป็นศูนย์กลางของผู้หลงใหลในยานยนต์ที่มารวมตัวกันเพื่อชื่นชมความงดงามและประสิทธิภาพของรถยนต์คลาสสิกและรถยนต์รุ่นใหม่ กิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นตลอดสัปดาห์นี้

Monterey Car Week
Tom Kristensen, Rolex Testimonee

ในบรรดากิจกรรมมากมายที่จัดขึ้น งานที่โดดเด่นที่สุดคือ Pebble Beach Concours d’Elegance® ซึ่งในปีนี้ รถ Hispano-Suiza H6C Nieuport-Astra Torpedo ปี 1924 ได้รับรางวัล “Best of Show” ด้วยความโดดเด่นของโครงสร้างตัวถังที่ทำจากไม้ ทำให้รถคันนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างามและความเป็นสปอร์ต

ถัดมาคืองาน Rolex Monterey Motorsports Reunion ที่นำเสนอมรดกทางมอเตอร์สปอร์ตอันยิ่งใหญ่ด้วยการรวบรวมรถแข่งรุ่นต่างๆ ตั้งแต่ยุคก่อนปี 1920 ไปจนถึงรถแข่งสมัยใหม่ เพื่อให้ผู้ชมได้ย้อนรำลึกถึงประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง โดยมี Jenson Button สมาชิก Rolex Testimonee ทำหน้าที่เป็น Grand Marshal ของงานและร่วมขับรถ Alfa Romeo Giulia Sprint GT ปี 1966 ในการแข่งขัน

ในขณะเดียวกัน งาน The Quail, A Motorsports Gathering ก็เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ Rolex ได้ร่วมเฉลิมฉลองในฐานะนาฬิกาอย่างเป็นทางการครบรอบ 20 ปี และในปีนี้ผู้ชนะรางวัล Rolex Best of Show ได้แก่ รถ Ferrari F50 GT1 ปี 1996

นอกจากนี้ ยังมีการเดินทางอันน่าประทับใจในงาน Pebble Beach Tour d’Elegance presented by Rolex ซึ่งเป็นขบวนรถยนต์คลาสสิกกว่า 190 คันที่ขับผ่านทิวทัศน์อันงดงามของชายฝั่ง Big Sur และสะพาน Bixby Bridge การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นภาพที่สวยงาม แต่ยังเป็นการทดสอบสมรรถนะและความน่าเชื่อถือของรถที่เข้าร่วมแข่งขันอีกด้วย

การมีส่วนร่วมของ Rolex ในเทศกาลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการอนุรักษ์ความสำเร็จในอดีตและส่งเสริมนวัตกรรมในอนาคตของโลกยานยนต์ ซึ่งความสัมพันธ์นี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1930 เมื่อ Sir Malcolm Campbell สวมนาฬิกา Rolex ขณะที่ทำลายสถิติความเร็วบนบกที่หาด Daytona แสดงให้เห็นถึงความแม่นยำและความทนทานของนาฬิกา ซึ่งเป็นปรัชญาที่ Rolex ยึดมั่นมาโดยตลอด

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Luminor Marina Militare PAM05218 นาฬิกาที่ถอดแบบความคลาสสิกของ Panerai ในปี 1993
Gagà Labormatic Azzurro & Champagne บทใหม่ของนาฬิกาดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากอิตาลี
สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลก คุณ “ปิ๊ง ชญาภา จูตระกูล” กรรมการชาวไทยคนแรกใน Grand Prix de la Haute Joaillerie

Share post:

More like this

The Sphere Series 5 ผลงานรุ่นล่าสุดจาก Hautlence ที่นำเสนอลูกบอลแกะสลักสีขาวหมุนวนบนแกนสามแกนเพื่อบอกเวลาแบบ Jump Hour

สัมผัสมุมมองใหม่แห่งโลกเรือนเวลาผ่าน Hautlence The Sphere Series 5 งานประติมากรรมกลไกสามมิติบนตัวเรือนไทเทเนียมไร้ขา ที่ผสมผสานลูกบอลบอกชั่วโมงแบบ Jump Hour และเข็มนาที Retrograde เข้ากับสุนทรียภาพสีโมโนโครมได้อย่างลงตัว

Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ทำไมเรือนนี้ถึงน่าสนใจในตลาดนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำ?

เปิดตัว Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ความสนุกของหน้าปัดเรือนนี้อยู่ที่เทคนิคพิมพ์ 3 มิติ (3D-printed surface treatment) ซึ่ง Oris ตั้งใจจำลองพื้นผิวของ "สาหร่ายเคลป์" เวลาโดนแสงแดดส่องผ่านน้ำทะเลสว่างวูบวาบ

Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

เจาะลึก Urwerk UR-300 Time Quantum การปฏิวัติระบบ Wandering Hours ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ด้วยการสลัดแขนยึดสมมาตรแบบเดิม ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง T-Frame คานสลับตำแหน่งกระโดดเปลี่ยนองศาในเสี้ยววินาที พร้อมตัวเรือนไทเทเนียมรูปทรงใหม่สุดล้ำ

Bell & Ross BR-03 Space Mission เมื่อนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหน้าปัดห้องนักบิน ถอดเข็มออกแล้วย้ายไปอยู่ในอวกาศ

Bell & Ross ตีความนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมระดับไอคอนิกใหม่ในรุ่น BR-03 Space Mission ถอดเข็มนาฬิกาแบบเดิมออก แล้วใช้แผ่นดิสก์หมุนจำลองการโคจรของยานอวกาศ Vortex และดวงจันทร์บนพื้นหน้าปัดแก้วอเวนจูรีนสีดำประกายดาว ในตัวเรือนเซรามิกดำขัดทรายขนาด 41 มม. ผลิตจำกัด 999 เรือน