ย่อรุ้งกินน้ำมาไว้บนข้อมือกับ Ressence Type 9 IKE นาฬิกาที่เปลี่ยนทุกการเคลื่อนไหวให้เป็นปรากฏการณ์แห่งแสง

Date:

Ressence Type 9 IKE เปลี่ยนข้อมือให้เป็นเวทีจัดแสดงแสงสีด้วยเทคนิคปริซึมหักเหแสงรุ้ง

Ressence ซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของนักออกแบบชาวเบลเยียม Benoît Mintiens ได้มีวิวัฒนาการไปอย่างมากในช่วง 16 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2010 แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการบอกเวลาที่แตกต่างออกไป

ผ่านชุดจานหมุนอันซับซ้อนที่รู้จักกันในชื่อ (สิทธิบัตร) Ressence Orbital Convex System หรือ ROCS ซึ่งมีการแทนที่เข็มนาฬิกาด้วยชุดจานหมุนพร้อมเครื่องหมายระบุ เพื่อนำเสนอการแสดงเวลาที่เป็นการตีความการประดิษฐ์นาฬิกาแบบดั้งเดิมในรูปแบบแห่งอนาคต

Ressence Type 9 IKE คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของแนวทางแบบคู่ขนานนี้ ก่อนที่เราจะกล่าวถึงหน้าปัดที่ดึงดูดสายตาอย่างน่าทึ่งซึ่งสร้างสรรค์ร่วมกับ Terumasa Ikeda มันคุ้มค่าที่จะกล่าวถึงรุ่น Type 9 เสียก่อน นาฬิกาขนาด 39 มม. เรือนนี้คือสมาชิกใหม่ล่าสุดในคอลเลกชันของ Ressence ซึ่งเปิดตัวในปี 2024 และมีความโดดเด่นไม่ใช่แค่เพราะเป็นผลงานที่กะทัดรัดที่สุดในฝีมือของ Ressence เท่านั้น ยังเป็นรุ่นที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดอีกด้วย

ตัวเรือนไทเทเนียมที่เรียบเนียนพร้อมดีไซน์แบบไร้เม็ดมะยม (โดยใช้ฝาหลังทำหน้าที่เป็นกลไกในการตั้งค่าและขึ้นลาน) ให้สัมผัสที่ดีอย่างเหลือเชื่อและผสมผสานเข้ากับหน้าปัดได้อย่างน่าพึงพอใจ ภายใต้กระจกแซฟไฟร์ทรงโดมพร้อมขอบตัวเรือนที่สลักเครื่องหมายนาทีไว้ ส่วนกลไกที่ติดตั้งระบบ ROCS นั้นสร้างขึ้นจากเครื่อง ETA 2892 ที่ผ่านการดัดแปลงอย่างหนักหน่วง

Ressence Type 9 IKE
เทรุมาสะ อิเคดะ
ตัวเรือนไทเทเนียมเรียบเนียน ดีไซน์ไร้เม็ดมะยม โดยฝาหลังทำหน้าที่เป็นกลไกตั้งเวลาและไขลาน

การแสดงผลแบบ ROCS ของ Ressence เป็นพื้นฐานที่สมบูรณ์แบบสำหรับงานศิลปะบนหน้าปัดที่ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์เรื่อง TRON เมื่อมองแวบแรก คุณอาจจะเข้าใจผิดได้ว่านาฬิกาเรือนนี้กำลังนำเสนอแผงไฟกะพริบในสไตล์ย้อนยุคแห่งอนาคต (retro-futuristic) เว้นแต่ว่า แผงวงจรที่เห็นอยู่นี้ไม่ได้ทำมาจากซิลิคอนและระบบวงจรไฟฟ้าแต่อย่างใด หากแต่รังสรรค์ขึ้นจากงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นล้วนๆ

หน้าปัดแสดงผลงานศิลปะสไตล์ TRON

Terumasa Ikeda ได้สร้างสรรค์องค์ประกอบภาพขึ้นเป็นพิเศษสำหรับหน้าปัดรุ่น Type 9 โดยเฉพาะ และทำให้มันเกิดขึ้นจริงด้วยเทคนิคการลงรักอุรุชิ (Urushi lacquer) และเทคนิคราเด็น (Raden – การฝังมุก) โดย Ikeda กล่าวว่า “ภายในนาฬิกาเพียงเรือนเดียว อดีตและอนาคตสามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้ จนเกือบจะกลายเป็นความย้อนแย้งในตัวเอง” เขายังเสริมอีกว่า “ตอนที่ผมเห็นการแสดงผลแบบโคจร (Orbital display) ของรุ่น Type 9 ครั้งแรก มันทำให้ผมระลึกถึงระบบดาวเคราะห์ ซึ่งเป็นอะไรที่เกี่ยวกับดาราศาสตร์”

“สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำงานภายใต้แนวคิดเรื่องทฤษฎีระบบสุริยะจักรวาลที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง (Heliocentrism) ซึ่งเป็นยุคที่เหล่านักดาราศาสตร์ต่างเฝ้าตามหาความจริงผ่านข้อมูล แม้ในขณะที่ผู้มีอำนาจจะพยายามต่อต้านพวกเขา ผมรู้สึกเห็นอกเห็นใจและเข้าถึงทัศนคติแบบนั้นจริงๆ”

ผลลัพธ์ที่ได้คือผลงานที่ดึงดูดสายตาและมีความท้าทายในเชิงเทคนิคอย่างมาก โดย Ikeda ต้องดัดส่วนประกอบเปลือกหอยมุกอันบอบบางให้มีความโค้งมนเพื่อให้รับกับแผ่นจานหมุนของ Ressence สีสันของงานลงรักและมุกถูกขับเน้นให้โดดเด่นขึ้นด้วยการลดทอนสีสันในส่วนอื่นๆ ทั้งหมด โดยส่วนที่เหลือของหน้าปัด รวมถึงขอบตัวเรือน ตัวเรือน และสายนาฬิกา ต่างเป็นสีดำสนิททั้งหมด มีเพียงส่วนที่เรืองแสงเท่านั้นที่คงไว้เพื่อเสริมส่งดีไซน์ของ Ikeda และไม่น่าแปลกใจเลยที่ผลงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้จะถูกผลิตขึ้นในจำนวนที่จำกัดอย่างยิ่ง โดยมีเพียง 8 เรือนเท่านั้นที่ถูกผลิตออกมา

หน้าปัดนาฬิกาสร้างขึ้นด้วยเทคนิคการลงรักแบบอุซูชิและราเด็น
จากแนวคิดเรื่องระบบสุริยะจักรวาล อิเคดะได้ดัดชิ้นส่วนมุกอันบอบบางให้โค้งงอเข้ากับแผ่นดิสก์ของเรสเซนซ์
ข้อมูลทางเทคนิค:
  • กลไก: ระบบ ROCS 9 (Ressence Orbital Convex System) อันเป็นสิทธิบัตรของแบรนด์ เป็นโมดูลที่ขับเคลื่อนด้วยแกนนาทีของกลไกฐานอัตโนมัติ (Automatic Base Calibre) ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษ
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมงและนาที
  • ตัวเรือน: ไทเทเนียมเคลือบ DLC (Diamond-Like Carbon) ขนาด 39 x 11 มิลลิเมตร ประสิทธิภาพการกันน้ำ 1 ATM (ทนทานต่อละอองน้ำ)
  • หน้าปัด: สีดำ ตกแต่งด้วยเทคนิคการฝังมุก (Mother-of-pearl) และการลงรักอุรุชิ (Urushi Lacquer)
  • สายนาฬิกา: สายหนังม้า (Cordovan) สีดำ พร้อมหัวเข็มขัดแบบหัวเข็ม (Pin Buckle) ผลิตจากไทเทเนียม

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
เตรียมพบกับนิทรรศการ Rolex GMT-Master ตั้งแต่วันที่ 6 – 22 มีนาคมนี้ ณ สยามพารากอน
เมื่อจิตวิญญาณแห่งความเร็วมาบรรจบกับนวัตกรรมเวลาสุดขั้วบนเรือนเวลา Ulysse Nardin Freak X Gumball 3000
Seiko 5 Sports HUF Limited Edition นี่คือการพบกันของจิตวิญญาณวินเทจและสตรีทคัลเจอร์ยุคใหม่

Share post:

More like this

เมื่อความสมบูรณ์แบบระดับพิพิธภัณฑ์มาอยู่บนข้อมือ นี่คือ Greubel Forsey “Balancier QM” นิยามใหม่ของศาสตร์การขัดแต่งด้วยมือ

พาชมรายละเอียด Greubel Forsey Balancier QM ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 39.60 มม. รุ่นแรกที่มาพร้อมมาตรฐานงานตกแต่งด้วยมือระดับพิเพิธภัณฑ์ Qualité Musée และแฮร์สปริงแบบอินเฮาส์ ผลิตจำกัดเพียง 33 เรือน

ฉลอง 225 ปี ทูร์บิญอง Breguet ปล่อยนาฬิกาชิ้นโบแดง 4 เรือนรวด สะเทือนวงการไฮเอนด์ 

พาคุณย้อนเวลาสู่ปี 1801 จุดกำเนิดสิทธิบัตรทูร์บิญองของ Abraham-Louis Breguet พร้อมเจาะลึกเรือนเวลาชิ้นโบแดง 4 รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 225 ปี ตั้งแต่เดรสวอทช์ไซส์คลาสสิกไปจนถึงสปอร์ตหรูระดับแกรนด์คอมพลิเคชัน

Blancpain ขยายคอลเลกชัน Villeret ด้วยขนาดใหม่ที่เปิดพื้นที่ให้เดรสวอทช์คลาสสิกเข้าถึงผู้สวมใส่ได้หลากหลายขึ้น

Blancpain เปิดตัว Villeret รุ่นใหม่ 6 โมเดล พร้อมขยายตัวเลือกสัดส่วนของเดรสวอทช์คลาสสิก ตั้งแต่ Ultraplate 38 มิลลิเมตร ไปจนถึง Moonphase 29.2 มิลลิเมตร สะท้อนแนวคิดที่ยึดมั่นในงานช่างและความงามเหนือกระแสแฟชั่น

กรุงเทพฯ สู่หมุดหมายใหม่บนปฏิทินโลก สยามพารากอน สานต่อความสำเร็จเตรียมจัดงาน “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” อย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่ 2

สยามพารากอน จับมือองค์กรระดับโลก FHH เตรียมจัดงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 ขนทัพแบรนด์นาฬิกาชั้นนำกว่า 45 แบรนด์ หวังดันกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางนาฬิกาแห่งเอเชีย