Amida Digitrend NASA Edition จากนาฬิกาขับรถยุค 70 สู่อุปกรณ์อวกาศแห่งอนาคต

Date:

การบรรจบกันของดีไซน์ Space Age และกลไกปริซึมสุดล้ำ ในโปรเจกต์พิเศษร่วมกับองค์การนาซา

ถ้าพูดถึงนาฬิกาทรงขับรถ (Driving Watch) ที่หน้าตาเหมือนหลุดออกมาจากหนังไซไฟยุค 70 หลายคนคงนึกถึง Amida Digitrend เป็นชื่อแรกๆ ล่าสุดแบรนด์เพิ่งปล่อยเวอร์ชันพิเศษที่ร่วมมือกับ NASA ออกมา ซึ่งเป็นการจับคู่ที่ดูเข้ากันอย่างประหลาด ระหว่างดีไซน์ย้อนยุคกับหน่วยงานที่มองไปแต่อนาคตอย่างองค์การอวกาศ

Amida Digitrend NASA Edition

ดีไซน์ที่ดูเหมือนจอคอมพิวเตอร์ยุคเก่า

จุดเด่นที่ทำให้ Amida ต่างจากนาฬิกาทั่วไปคือการแสดงผลเวลาแบบแนวตั้ง โดยใช้แผ่นจานตัวเลขสะท้อนผ่านปริซึมคริสตัลออกมาให้เราเห็นเหมือนเป็นหน้าจอดิจิทัล ทั้งที่เป็นกลไกจักรกลล้วนๆ ตัวเรือนสีเงินด้าน (Bead-blasted) ในรุ่น NASA Edition นี้ ยิ่งขับเน้นให้ทรงลิ่มของนาฬิกาดูเหมือนชิ้นส่วนของยานอวกาศหรืออุปกรณ์ในห้องแล็บยุคก่อนมากขึ้นไปอีก

ความสวยที่มาพร้อมการใช้งานที่เฉพาะตัว

ในมุมมองของการสวมใส่ นาฬิกาทรงนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักขับรถมองเวลาได้โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย แต่พอมาอยู่ในธีม NASA มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนอุปกรณ์สื่อสารบนข้อมือนักบินอวกาศแทน สิ่งที่ชอบเป็นการส่วนตัวคือการเก็บรายละเอียดเล็กๆ อย่างโลโก้ NASA แบบตัวหนอน (Worm Logo) สีส้มสะท้อนแสงที่วางไว้บนตัวเรือน รวมถึงการสลักรายละเอียดภารกิจอวกาศไว้ที่ฝาหลัง ซึ่งทำออกมาได้นิ่งและดูจริงจัง ไม่ได้ดูเหมือนของเล่นที่ทำออกมาเอาใจแฟนคลับทั่วไป

กลไกและการสวมใส่ในชีวิตจริง

ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Soprod Newton ซึ่งถือว่าไว้ใจได้ในแง่ความทนทานและการสำรองพลังงาน แม้ตัวเรือนจะดูใหญ่และมีรูปทรงแปลกตา แต่ด้วยวัสดุที่เป็นสเตนเลสสตีลน้ำหนักพอเหมาะและการออกแบบสายที่รับกับข้อมือ ทำให้มันใส่สบายกว่าที่ตาเห็น หน้าปัดที่ดูเหมือนจอดิจิทัลนี้อ่านง่ายมากในจังหวะที่เราแค่ปัดข้อมือขึ้นมาดูเร็วๆ

Amida Digitrend NASA Edition คือการเอาความคลาสสิกมาแต่งตัวใหม่ในธีมที่ดูสนุกขึ้น เป็นนาฬิกาที่เหมาะกับคนที่ชอบงานดีไซน์นอกกรอบและหลงรักเรื่องราวของการสำรวจอวกาศ มันบอกเล่าความเท่ของยุค Space Age ผ่านงานวิศวกรรมที่จับต้องได้จริง โดยไม่จำเป็นต้องใช้คำโฆษณาที่สวยหรูเกินไป แต่ใช้ความแปลกใหม่ของรูปทรงเป็นตัวเล่าเรื่องแทน

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล 316L ผิวสัมผัส Bead-blasted (พ่นทรายสีเงินด้าน) ทรงลิ่ม (Wedge-shaped)
  • หน้าปัด: แสดงผลแบบแนวตั้ง (Vertical Display) ผ่านปริซึมคริสตัล (LRV – LPR) จำลองหน้าจอดิจิทัล
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมงแบบ Jumping Hour และนาทีแบบจานหมุน (Sweeping Minutes)
  • กลไก: อัตโนมัติ Soprod Newton (P092) สำรองพลังงาน 44 ชั่วโมง
  • สาย: สายสเตนเลสสตีลดีไซน์เข้ากับตัวเรือน พร้อมตัวล็อกแบบบานพับ

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Jacob & Co. Billionaire Double Tourbillon Angel Cut ปฏิวัติวงการด้วยเพชรเจียระไนสิทธิบัตรใหม่ในราคา 120 ล้านบาท
Green Dial Energy | รวม 5 นาฬิกาหน้าปัดเขียว เสริมจังหวะแห่งวสันตวิษุวัตและการสะท้อนพลังแห่งการเติบโต
ว่าด้วย ‘ทองคำ’ วัสดุล้ำค่าที่น่าปรารถนาตลอดกาลในอุตสาหกรรมนาฬิกา

Share post:

More like this

คืนชีวิตให้กลไกในตำนาน กับ Singer Reimagined Heritage V72 เรือนเวลาที่หลอมรวมศิลปะการบูรณะและความคลาสสิกระดับไอคอน

Singer Reimagined เผยเรือนเวลารุ่นใหม่ Heritage V72 ชุบชีวิตกลไกโครโนกราฟไขคานในตำนานอย่าง Valjoux 72 แบบ NOS สู่ตัวเรือนขนาด 38.8 มม. ที่ผสานงานตกแต่งสุดประณีตเข้ากับจิตวิญญาณแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ตคลาสสิก

สัมผัสความสดชื่นแห่งฤดูร้อน ผ่านประกายแสงตกกระทบบน 3 เรือนเวลาใหม่จาก Seiko Presage Cocktail Time

ต้อนรับฤดูร้อนด้วย 3 เรือนเวลาใหม่ล่าสุดจาก Seiko Presage Cocktail Time ‘Spring & Summer’ ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสีสันยามต้องแสงไฟสปอร์ตไลต์ของค็อกเทล สู่หน้าปัด Crushed Ice อันสะกดสายตาบนข้อมือ

พาชม Vacheron Constantin Métiers d’Art Tribute to Great Civilisations ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ผ่านหน้าปัดนาฬิกา 

Vacheron Constantin จับมือ Louvre Museum เปิดตัวเรือนเวลา Métiers d’Art Tribute to Great Civilisations ซีรีส์ใหม่ 4 รุ่น ถ่ายทอดความงามอารยธรรมโบราณผ่านเทคนิคแกะสลักหินจริงบนหน้าปัด จำกัดรุ่นละ 15 เรือน

พาชมนาฬิกา MING 37.06 Royal Selangor หัตถศิลป์แห่งกัวลาลัมเปอร์

MING จับมือ Royal Selangor ผู้ผลิตเครื่องดีบุกระดับตำนาน เปิดตัว MING 37.06 Royal Selangor ชูหน้าปัดดีบุกตอกลายด้วยมือ ในตัวเรือนไทเทเนียม Grade 2 ขนาด 38 มม. ผลิตจำกัดเพียง 88 เรือน