พาชมความงามจากรอยด่างพร้อยบนหน้าปัดนาฬิกา Venezianico Nereide Verdigris

Date:

เมื่อร่องรอยของกาลเวลาคือหัวใจของดีไซน์ผ่านนาฬิกา Venezianico Nereide Verdigris

ในโลกของงานออกแบบที่พยายามวิ่งหาความสมบูรณ์แบบ บางครั้งความน่าสนใจกลับซ่อนอยู่ในสิ่งที่ดูไม่น่าจดจ่อจนเกินไป อย่างการหยิบเอาหน้าปัดทองเหลืองมาผ่านกระบวนการ Oxidation จนเกิดเป็นคราบสนิมเขียวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ซึ่งการหยิบเอาหน้าปัดนาฬิกามาทำให้ดู “เก่า” มักจะลงเอยด้วยการทำสีเลียนแบบ แต่สำหรับ Nereide Verdigris สิ่งที่เห็นคือการปล่อยให้ปฏิกิริยาเคมีทำงานของมันเองบนแผ่นทองเหลือง โดยกระบวนการ Oxidation และการใช้ความร้อนทำให้เกิดคราบสนิมเขียวที่ต่างกันไปในแต่ละเรือน

สีสันแห่งเวนิส
ดมทองแดง รูปปั้น และรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา พัฒนาเป็นเฉดสีเขียวและสีฟ้าอมเขียวที่โดดเด่นของภูมิทัศน์เมือง ความแตกต่างเล็กน้อยเหล่านี้ซึ่งเกิดจากกาลเวลาและสภาพแวดล้อม กลายเป็นแหล่งแรงบันดาลใจอย่างต่อเนื่องสำหรับการสร้างสรรค์ของเรา
พื้นผิวมีลวดลาย
คราบสนิมสีเขียวที่เกิดขึ้นบนหน้าปัดทำให้พื้นผิวดูมีมิติและสวยงาม โดดเด่นด้วยเฉดสีเขียว สีฟ้าอมเขียว และสีน้ำเงินที่ไม่สม่ำเสมอ พื้นผิวนี้สร้างขึ้นจากกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมโดยการออกซิไดซ์และเผาไฟบนทองเหลือง ทำให้เกิดความลึกและแสงสะท้อนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผลลัพธ์ที่ได้คือหน้าปัดที่มีความสวยงามและมีรายละเอียดสูง ซึ่งทุกรายละเอียดสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของโลหะ
แหล่งที่มาของแรงบันดาลใจ
แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากการสังเกตการเปลี่ยนแปลงของโลหะในเวนิสเมื่อเวลาผ่านไป ทองแดงและทองเหลืองที่สัมผัสกับอากาศในทะเลสาบจะค่อยๆ เกิดคราบเขียวอมฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีเฉดสีเขียวและสีฟ้าอมเขียว ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเช่นนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับโครงการนี้ นั่นคือการถ่ายทอดเฉดสีและลักษณะวัสดุเหล่านั้นลงบนหน้าปัดนาฬิกา Nereide

เสน่ห์ที่คาดเดาไม่ได้ 

พื้นผิวของหน้าปัดไม่ได้เรียบเนียนเหมือนนาฬิกาทั่วไปเท่านั้น เพราะนี่คือจุดเด่นที่น่าสนใจมากๆ เพราะลวดลายที่เกิดขึ้นเลียนแบบสีของโดมและหลังคาสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในเวนิส การสวมนาฬิกาเรือนนี้จึงให้ความรู้สึกเหมือนกำลังใส่งานคราฟต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะโอกาสที่จะเจอหน้าปัดที่มีลายซ้ำกันนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

การเปลี่ยนแปลงของวัสดุ
หน้าปัด Nereide Verdigris สร้างขึ้นจากฐานทองเหลือง ผ่านกระบวนการผลิตด้วยมืออย่างพิถีพิถัน โดยควบคุมกระบวนการออกซิเดชันและการเผา ทำให้พื้นผิวเกิดคราบสนิมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อุดมไปด้วยลวดลายและสีสันที่หลากหลาย แผ่นโลหะแต่ละแผ่นจะมีปฏิกิริยาแตกต่างกันเล็กน้อย ทำให้เกิดลวดลายที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ส่งผลให้หน้าปัดแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ความดิบที่ถูกควบคุมด้วยความประณีต 

สิ่งที่ช่วยเบรกความดิบของหน้าปัดไม่ให้ดูเลอะเทอะ คือการเลือกใช้ขอบตัวเรือนทังสเตน (Tungsten) ที่มีความเงาและทนทานสูงมาก ทังสเตนจะทำหน้าที่เหมือนกรอบรูปที่เนี้ยบกริบ ช่วยขับให้ความไม่สมบูรณ์แบบบนหน้าปัดดูเด่นและมีราคาขึ้นมาทันที ถ้ามองภาพรวม นาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้ดูเหมือนของโบราณที่ขุดขึ้นมา กลับดูเหมือนงานดีไซน์สมัยใหม่ที่จงใจเล่นกับเรื่องของกาลเวลามากกว่า

กำเนิดจากเรือดำน้ำอันเป็นสัญลักษณ์
เรือดำน้ำเนเรอิเดะ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับคอลเลกชันทั้งหมด ถูกวาดภาพไว้ในภาพสลักตรงกลางฝาหลัง เพื่อย้ำเตือนว่านาฬิกาเรือนนี้ไม่ลดทอนประสิทธิภาพใต้น้ำ ยังคงความสามารถในการดำน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร และมีขอบตัวเรือนหมุนได้ที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบเวลาดำน้ำได้

ความเที่ยงตรงในแง่การใช้งาน 

ตัวเรือนสตีลขนาด 42 มม. จับคู่กับสายยางสีเขียวที่สั่งทำพิเศษ เป็นการจับคู่สีที่คุมโทนได้ดีมาก กลไก Sellita SW200-1 ที่อยู่ข้างในช่วยให้วางใจได้เรื่องความแม่นยำและการดูแลรักษาในระยะยาว นาฬิกาเรือนนี้จึงไม่ใช่แค่ของสะสมที่เน้นดีไซน์แปลกตาเพียงอย่างเดียว เพราะมันทำหน้าที่เป็นนาฬิกาที่ใส่ลุยได้จริงด้วยคุณสมบัติการกันน้ำ 200 เมตร

สำหรับ Nereide Verdigris เรือนนี้ นี่คือคำตอบสำหรับคนที่เบื่อหน้าปัดนาฬิกาแบบเดิมๆ มันคือการยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบมาสร้างเป็นความสง่างามในโทนที่นิ่งและลึกซึ้ง เป็นเรือนเวลาที่มีเรื่องเล่าอยู่ในตัวเองโดยไม่ต้องพยายามป่าวประกาศอะไรมากมาย

Venezianico Nereide Verdigris
ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Venezianico Nereide Verdigris
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล 316L ขนาด 42 มม. พร้อมขอบตัวเรือนทังสเตน (Tungsten) กันน้ำ 200 เมตร
  • หน้าปัด: ทองเหลืองผ่านกระบวนการ Oxidation และความร้อนจนเกิดคราบสนิมเขียว (Verdigris) ที่มีลวดลายเฉพาะตัวในแต่ละเรือน
  • ฟังก์ชัน: แสดงเวลา 3 เข็ม (ชั่วโมง นาที วินาที) พร้อมขอบหน้าปัดหมุนได้ทิศทางเดียวสำหรับดำน้ำ
  • กลไก: อัตโนมัติ Sellita SW200-1 (Swiss Made)
  • สาย: สายยางสีเขียวสั่งทำพิเศษ (Custom Rubber Strap)

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

บทสรุปส่งท้ายกับผลงานที่น่าสะสมที่สุดของ Richard Mille ในปี 2026
Back to Basics…หวนคืนสู่รากเหง้ากับ Squale SUB-37
เมื่อสไตล์ Ivy League มาอยู่บนข้อมือ การคอลแลบสุดพิเศษ J. Press x Bamford London B80

Share post:

More like this

คืนชีวิตให้กลไกในตำนาน กับ Singer Reimagined Heritage V72 เรือนเวลาที่หลอมรวมศิลปะการบูรณะและความคลาสสิกระดับไอคอน

Singer Reimagined เผยเรือนเวลารุ่นใหม่ Heritage V72 ชุบชีวิตกลไกโครโนกราฟไขคานในตำนานอย่าง Valjoux 72 แบบ NOS สู่ตัวเรือนขนาด 38.8 มม. ที่ผสานงานตกแต่งสุดประณีตเข้ากับจิตวิญญาณแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ตคลาสสิก

สัมผัสความสดชื่นแห่งฤดูร้อน ผ่านประกายแสงตกกระทบบน 3 เรือนเวลาใหม่จาก Seiko Presage Cocktail Time

ต้อนรับฤดูร้อนด้วย 3 เรือนเวลาใหม่ล่าสุดจาก Seiko Presage Cocktail Time ‘Spring & Summer’ ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสีสันยามต้องแสงไฟสปอร์ตไลต์ของค็อกเทล สู่หน้าปัด Crushed Ice อันสะกดสายตาบนข้อมือ

พาชม Vacheron Constantin Métiers d’Art Tribute to Great Civilisations ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ผ่านหน้าปัดนาฬิกา 

Vacheron Constantin จับมือ Louvre Museum เปิดตัวเรือนเวลา Métiers d’Art Tribute to Great Civilisations ซีรีส์ใหม่ 4 รุ่น ถ่ายทอดความงามอารยธรรมโบราณผ่านเทคนิคแกะสลักหินจริงบนหน้าปัด จำกัดรุ่นละ 15 เรือน

พาชมนาฬิกา MING 37.06 Royal Selangor หัตถศิลป์แห่งกัวลาลัมเปอร์

MING จับมือ Royal Selangor ผู้ผลิตเครื่องดีบุกระดับตำนาน เปิดตัว MING 37.06 Royal Selangor ชูหน้าปัดดีบุกตอกลายด้วยมือ ในตัวเรือนไทเทเนียม Grade 2 ขนาด 38 มม. ผลิตจำกัดเพียง 88 เรือน