การกลับมาของนาฬิกาดำน้ำระดับตำนานในสัดส่วนยุค 1960
บทความโดย Matthew De Jesus . Mar 20, 2026
มีความมั่นใจบางอย่างที่แฝงอยู่ในนาฬิกาดำน้ำที่ไม่เรียกร้องการถูกชื่นชม ไม่มีการตกแต่งที่ล้นเกิน มีเพียงความมุ่งมั่นในการให้ความสำคัญกับความชัดเจนในการอ่านค่า ความเชื่อถือได้ และสัดส่วนที่สมเหตุสมผล ในเวลาที่โจทย์ไม่ใช่การถ่ายรูปเซลฟี่หน้ากระจก แต่คือภารกิจที่อยู่ตรงหน้า SUB-37 รุ่นใหม่นี้ Squale ยึดมั่นในหลักการพื้นฐานที่เรียบง่ายว่า นาฬิกาดำน้ำถูกออกแบบมาเพื่อ “ใช้งาน” ไม่ใช่เพื่อ “อวด”
ด้วยขนาดตัวเรือน 37 มม. (หรือ 38.5 มม. เมื่อวัดรวมขอบตัวเรือน) SUB-37 หวนคืนสู่สัดส่วนของนาฬิกาดำน้ำในยุค 1960 และต้นยุค 1970 ซึ่งเล็กพอที่จะซ่อนตัวอยู่ใต้แขนเสื้ออย่างไม่เกะกะ แต่ยังคงอ่านค่าได้ง่ายเพียงแค่ปรายตามอง นี่คืองานสำหรับคนที่ให้คุณค่ากับพื้นฐานที่ทำออกมาอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นความเคลียร์ของหน้าปัด การวางเลย์เอาต์แบบไม่มีวันที่ (No-date) และสเปกที่พร้อมลุยใต้น้ำได้จริง
แต่เรื่องที่ตลกก็คือ แม้จะดูเรียบง่ายเพียงใด SUB-37 ของ Squale ก็ยังมีเรื่องราวที่คุ้มค่าแก่การเล่าขาน เพราะความน่าเชื่อถือของแบรนด์นั้นหล่อหลอมมาจากโลกใบเดียวกันกับที่สร้างประวัติศาสตร์ให้นาฬิกาดำน้ำยุคใหม่นั่นเอง

ชื่อที่หล่อหลอมจากหน้าประวัติศาสตร์โลกใต้น้ำ
ประวัติศาสตร์ของ Squale คือเรื่องราวของผู้เชี่ยวชาญตัวจริงที่ผลิตนาฬิกาดำน้ำระดับอาชีพมาตั้งแต่ปี 1959 โดยยึดโยงอยู่กับท้องทะเลและข้อกำหนดอันเข้มงวดที่มาพร้อมกับภารกิจใต้น้ำ
ความมุ่งมั่นนั้นสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Charles von Büren ผู้ก่อตั้งแบรนด์ซึ่งมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับยุคสมัยที่การผลิตนาฬิกาดำน้ำสวิสได้วิวัฒนาการกลายเป็นอุปกรณ์ระดับมืออาชีพ เป็นยุคที่ตัวเรือน ระบบซีลกันน้ำ และการทดสอบใช้งานจริงมีความสำคัญเทียบเท่ากับกลไกและการตลาด ในช่วงปีที่นาฬิกาดำน้ำเฟื่องฟู Squale มักถูกกล่าวถึงในฐานะผู้ผลิตตัวเรือนผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นผู้ส่งมอบชิ้นส่วนสำคัญที่ช่วยกำหนดทิศทางของนาฬิกาดำน้ำในวงกว้าง
มรดกเหล่านี้เป็นมากกว่าข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เพราะนาฬิการุ่นไอคอนิกอย่าง 1521 และซีรีส์ Master คือข้อพิสูจน์ถึงความสม่ำเสมอของ Squale ในการรักษาจุดยืนการเป็นผู้ผลิตนาฬิกาดำน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อใช้งานจริงเป็นลำดับแรกเสมอ

วัฒนธรรมการทดสอบที่นำโดย von Büren คือหัวใจสำคัญของนาฬิกาดำน้ำที่เน้นการใช้งานจริง การที่เขามีส่วนร่วมในการก่อตั้ง CREDE ในปี 1967 ช่วยให้เกิดศูนย์วิจัยและทดสอบระบบกันน้ำมาตรฐานสากลสำหรับนาฬิกาสวิสอย่างเป็นทางการ
การทำงานของศูนย์แห่งนี้เน้นการทดสอบกับนักดำน้ำตัวจริงมากกว่าเพียงแค่จำลองสภาวะในห้องแล็บ นอกจากนี้ CREDE ยังช่วยสนับสนุนงบประมาณในการสร้างฐานปฏิบัติการดำน้ำแห่งใหม่ Maison du Plongeur บนทะเลสาบนอยชาเทลซึ่งเสร็จสมบูรณ์ในปี 1968 รายละเอียดเหล่านี้เน้นย้ำถึงสิ่งที่ Squale ยึดมั่นมาโดยตลอด นั่นคือการเป็นเครื่องมือที่ไว้ใจได้และผ่านการพิสูจน์แล้วจากการใช้งานจริง
ขนาดกะทัดรัด แม่นยำ และเปี่ยมด้วยฟังก์ชันอย่างแท้จริง
SUB-37 ถูกสร้างขึ้นบนตัวเรือนขัดเงาขนาด 37 มม. ที่วางตัวบนข้อมือได้อย่างแนบเนียนและเป็นธรรมชาติ สเปกของนาฬิกายังคงความแข็งแกร่งอย่างเต็มเปี่ยมด้วยความสามารถในการกันน้ำลึก 300 เมตร ผ่านการออกแบบและประกอบในสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมรับมือกับแรงกดดันใต้น้ำ ความเค็มของไอทะเล และการทดสอบของกาลเวลา

กระจกแซฟไฟร์ทรงโดมคู่ (Double-domed) ช่วยเพิ่มมิติให้กับหน้าปัด ให้กลิ่นอายความวินเทจแบบกระจกเพล็กซิกลาสในอดีต แต่ยังคงความใสและทนทานต่อรอยขีดข่วนตามมาตรฐานสมัยใหม่
หน้าปัดสีดำด้านมาพร้อมหลักชั่วโมงแบบพิมพ์โทนสี Old-radium รวมถึงโลโก้สไตล์วินเทจของ Squale และการแต้มสารเรืองแสง Super-LumiNova สี Old-radium เช่นกัน ซึ่งช่วยขับเน้นลุคที่ดูจริงจังและอ่านค่าได้ง่าย ขอบหน้าปัดแบบ 120 คลิก มาพร้อมขอบตัวเรือนสีดำเงาและพรายน้ำที่ใช้งานได้จริงในที่แสงน้อย
หัวใจหลักคือกลไก Sellita SW200 ที่ถูกปรับแต่งโดยการตัดฟังก์ชันวันที่ออก เพื่อรักษาเลย์เอาต์หน้าปัดให้สะอาดตาและปราศจากสิ่งรบกวน มาคู่กับสายยางสีดำที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ผลิตในอิตาลี พร้อมลุยน้ำได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวล
นาฬิกาที่เป็นเครื่องมือใช้งาน โดยปราศจากการปรุงแต่ง
Squale นิยามนาฬิการุ่นใหม่นี้ว่าเป็นการยึดมั่นต่อยุคสมัยที่นาฬิกาดำน้ำถูกสร้างขึ้น
เพื่อ “ใช้งาน” ไม่ใช่เพื่อ “อวด”
อันที่จริง SUB-37 ไม่ได้พยายามจะเป็นนาฬิกาแนว Heritage Reissue ที่ตะโกนเรียกความสนใจให้ดังที่สุด แต่หัวใจสำคัญคือการเป็นนาฬิกาที่สมบูรณ์แบบและมีความชัดเจนในตัวเอง ทุกรายละเอียดล้วนพุ่งเป้ากลับไปที่การใช้งานจริง

นี่คือสิ่งเตือนใจอันเรียบง่ายที่บอกเล่าถึงต้นกำเนิดของนาฬิกาดำน้ำ และเหตุผลที่ทำให้ Squale ได้รับการยอมรับในแถวหน้าของวงการมาอย่างยาวนาน สุนทรียภาพที่ปรากฏบนตัวนาฬิกาจึงเป็นเพียงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เมื่อคุณเลือกที่จะลงมือทำทุกอย่างด้วยความจริงจัง
ข้อมูลทางเทคนิค
- กลไก: กลไกอัตโนมัติ Sellita Caliber SW200 (ปรับแต่งโดยการตัดฟังก์ชันวันที่ออก) สำรองพลังงาน 38 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที และวินาที
- ตัวเรือน: ขนาด 37 มม. หนา 10.7 มม. สเตนเลสสตีลขัดเงาพร้อมขอบตัวเรือนสีดำเงา กันน้ำลึก 300 เมตร
- หน้าปัด: สีดำด้าน หลักชั่วโมงแบบพิมพ์โทนสี Old-radium พร้อมเคลือบสารเรืองแสง
- สาย: ยางสีดำผลิตในอิตาลี
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Breitling Navitimer ฺB19 Chronograph 43 Perpetual Calendar สองรุ่นใหม่ ทะยานสู่ความสูงอีกระดับ
สัมผัสความงามแห่งฤดูหนาวในชินชู Grand Seiko กับการเปิดตัว Caliber 9F51 ใหม่ล่าสุด
Greubel Forsey Balancier Convexe S2 รุ่นสุดท้ายในตัวเรือนเซรามิก

