พาชมนาฬิกา MING 37.06 Royal Selangor หัตถศิลป์แห่งกัวลาลัมเปอร์

Date:

นิยามใหม่แห่งหัตถศิลป์มาเลเซีย MING ผสานมือ Royal Selangor รังสรรค์บนนาฬิการุ่น 37.06

MING แบรนด์นาฬิกาอิสระชื่อดังเดินหน้าสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ด้วยการร่วมมือกับแบรนด์นอกอุตสาหกรรมเรือนเวลาเป็นครั้งแรก โดยจับมือกับ Royal Selangor ผู้ผลิตเครื่องดีบุก (Pewter) ระดับตำนานของมาเลเซียที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปี 1885 รังสรรค์เรือนเวลารุ่นพิเศษ MING 37.06 Royal Selangor ซึ่งผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 88 เรือนทั่วโลก และถือเป็นครั้งแรกที่ MING ดำเนินการประกอบตัวเรือนขั้นสุดท้ายในกรุงกัวลาลัมเปอร์ทั้งหมด

ความงดงามของดีบุกตอกลายและตัวเรือนไทเทเนียม

ความโดดเด่นสำคัญของเรือนเวลารุ่นนี้คือหน้าปัดดีบุกตอกลายด้วยมือ (Hammered pewter dial) ผลิตโดยช่างฝีมือของ Royal Selangor ใช้เนื้อดีบุกบริสุทธิ์สูงถึง 97% ผสมทองแดงและแอนติโมนีเพื่อความแข็งแกร่ง นวัตกรรมหน้าปัดดีบุกมอบโทนสีอบอุ่นและมีมิติความลึกที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งแม้จะไม่เกิดสนิมหรือหมองคล้ำ แต่จะค่อยๆ พัฒนาชั้นผิว (Patina) อย่างนุ่มนวลตามกาลเวลา

ตัวเรือนใช้วัสดุไทเทเนียม Grade 2 ปัดลายซาตินตลอดทั้งเรือน ในดีไซน์ตระกูล 37-series มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 38 มิลลิเมตร หนา 11.05 มิลลิเมตร ระยะ Lug-to-Lug 44.73 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักตัวเรือนเบาเพียง 35.9 กรัม ให้สวมใส่สบาย พร้อมประสิทธิภาพการกันน้ำได้ถึง 100 เมตร

ขุมพลังกลไกและบรรจุภัณฑ์สุดพิเศษ

ฝาหลังตัวเรือนได้รับการสลักตราสัญลักษณ์ความร่วมมือระหว่าง MING และ Royal Selangor เผยให้เห็นกลไกอัตโนมัติ Sellita for MING SW300.M1 ความหนาเพียง 3.6 มิลลิเมตร ตกแต่งฉลุโปร่งเคลือบโรเดียมอย่างสวยงาม สำรองพลังงานได้นาน 50 ชั่วโมง

ตัวเรือนจับคู่มากับสายหนังแพะ (Goat leather) สีฟ้าเทาที่รังสรรค์โดย Jean Rousseau มาพร้อมระบบ Quick-release และหัวล็อก Flying-blade tuck buckle ที่ปรับขนาดได้อย่างละเอียด นอกจากนี้ นาฬิกายังบรรจุมาในกล่องบรรจุภัณฑ์ดีบุกตอกลายสไตล์เดียวกับหน้าปัด ซึ่งออกแบบโดย MING และผลิตโดย Royal Selangor

นาฬิกาเริ่มวางจำหน่าย ณ บูติคของ Royal Selangor ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2026 และเปิดขายบนเว็บไซต์หลักของ MING ในจำนวนจำกัดตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป

ข้อมูลทางเทคนิค 
  • ชื่อรุ่น: MING 37.06 Royal Selangor
  • ตัวเรือน: ไทเทเนียม Grade 2 ปัดลายทั้งเรือน ขนาด 38 มม. หนา 11.05 มม. ระยะ Lug-to-Lug 44.73 มม. น้ำหนักตัวเรือน 35.9 กรัม กันน้ำ 100 เมตร
  • หน้าปัด: ดีบุกตอกลายด้วยมือ (Hammered pewter) ผลิตโดย Royal Selangor
  • ฟังก์ชั่น: แสดงเวลาชั่วโมงและนาที
  • กลไก: กลไกอัตโนมัติ MING SW300.M1 (Base Sellita) สำรองพลังงาน 50 ชั่วโมง งานตกแต่งฉลุโปร่งเคลือบโรเดียม
  • สาย: สายหนังแพะสีฟ้าเทาจาก Jean Rousseau พร้อมหัวล็อก Flying-blade tuck buckle
  • จำนวนการผลิต: ลิมิเต็ดเอดิชัน 88 เรือนทั่วโลก (ประกอบเครื่องในกัวลาลัมเปอร์)
  • บรรจุภัณฑ์: กล่องดีบุกตอกลายที่ออกแบบโดย MING และผลิตโดย Royal Selangor

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Bell & Ross BR-03 GMT Green Lum เมื่อแสงออโรราและสปิริตนักบิน หลอมรวมเป็นเรือนเวลา GMT สายลุยยามค่ำคืน
Panerai หวนคืนสู่เกลียวคลื่น เผยโฉมสองเรือนเวลาใหม่ตระกูล Luna Rossa 
ทำไมนาฬิกาพกของ Louis Vuitton เรือนนี้ ถึงถูกยกให้เป็นผลงานศิลปะชิ้นเดียวในโลกที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของเรือนเวลา?

Share post:

More like this

Panerai ฉลองครบรอบ 100 ปีร้านแรกในฟลอเรนซ์ด้วย Luminor Firenze 8 Giorni รุ่นใหม่

พาไปทำความรู้จัก Panerai Luminor Firenze 8 Giorni สองรุ่นพิเศษฉลอง 100 ปีร้านดั้งเดิมบนจัตุรัส Piazza San Giovanni ในตัวเรือน Platinumtech และสเตนเลสสตีล

พาชม Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code นาฬิกาไร้เข็มทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มาในโทนสีพาสเทลแสนหวาน

Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code เรือนเวลารูปทรงสี่เหลี่ยมไร้เข็มในโทนสีพาสเทล 3 เฉดสีใหม่ ผลิตจำกัดสีละ 99 เรือน ผสานงานพ่นทรายแบบ Matte เข้ากับกลไก Jumping Hour สไตล์ดิจิทัลจักรกลได้อย่างลงตัว

นี่คือนาฬิกาเรือนแรกที่ฝังเพชรบน Balance Wheel กับ Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino

ย้อนดูเบื้องหลัง Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino เรือนเวลา Pièce Unique ที่กล้าท้าทายกฎวิศวกรรมเรือนเวลาด้วยการฝังเพชร 54 เม็ดลงบน Balance Wheel พร้อมเทคนิคการคัดสรรพลอยพาสเทลแบบ Invisible Setting ทั้งเรือน

Arceau Samarcande กับศิลปะการเล่นซ่อนแอบกับกลไกชั้นสูงในแบบฉบับของ Hermès

หน้าปัด Openwork ฉลุช่องรูปหัวม้าแอบซ่อนกลไกมินิตรีพีทเตอร์อันล้ำเลิศ ถ้าพูดถึงงานเรือนเวลาเผยกลไกในรูปแบบสเกเลตันและโอเพนเวิร์ก เมซง Hermès Horloger ถือเป็นหนึ่งในเมซงที่สามารถผลิตผลงานเรือนเวลาในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่มองแวบแรกก็สามารถระบุได้เลยว่านี่คือผลงานของ Hermès แน่นอน...