Longines HydroConquest เจเนอเรชันใหม่ ปรับโฉมใหม่ทั้งขนาดตัวเรือน หน้าปัด ขอบตัวเรือนเซรามิก และครั้งแรกกับสายถัก Milanese 

Date:

เปิดตัวพร้อมแคมเปญโฆษณานำโดย Henry Cavill

Henry Cavill ผู้ครองตำแหน่ง Longines Ambassador of Elegance มาตั้งแต่ปี 2024

หนึ่งในคอลเลกชันยอดนิยมของ Longines ที่ครองใจสายสปอร์ตมาตั้งแต่ปี 2007 ด้วยคุณสมบัติสุดแกร่ง และรูปลักษณ์ที่ยังคงความสง่างามในทุกโอกาส ทำให้ HydroConquest ยังสามารถยืนหยัดอยู่ในใจของเหล่าคนรักนาฬิกามาเกือบสองทศวรรษแล้ว และในปีนี้ HydroConquest กลับมาพร้อมเจเนอเรชันใหม่ที่มีการปรับโฉมให้หลากหลายและเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันยิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยแคมเปญที่พา Henry Cavill แอมบาสเดอร์ประจำแบรนด์พาไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของมหาสมุทร ณ เกาะ Tenerife

โฉมใหม่ที่หลากหลายและตอบโจทย์กว่าเดิม

การนำ HydroConquest มาตีความใหม่ในครั้งนี้ มาพร้อมความหลากหลายทั้งในด้านขนาดที่ปรับให้มีทางเลือกหลากหลายยิ่งขึ้น โดยมาในขนาดตัวเรือน 39 มม. และ 42 มม. เพิ่มเติมจากเดิมที่มีขนาดตัวเรือน 41 มม. และ 43 มม. อยู่แล้ว การปรับขนาดในครั้งนี้จึงเป็นการขยายทางเลือกเพื่อให้ HydroConquest เป็นนาฬิกาสปอร์ตที่รับกับข้อมือของทุกคน และยังคล่องตัวยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย


ส่วนการปรับดีไซน์นั้นเห็นได้ชัดตั้งแต่หน้าปัดที่ขยายทางเลือกให้ถึง 4 แบบด้วยกัน โดยมีให้เลือกถึง 4 สี สีน้ำเงิน สีดำ และสีเขียวมาในรูปแบบหน้าปัดเคลือบแล็กเกอร์เงางาม ส่วนหน้าปัดสีฟ้าสว่างสดใสนั้นมาในพื้นผิวฟรอสต์ ขัดแต่งผิวลายซันเรย์ ซึ่งนับเป็นการเติมความสดใหม่ให้กับ HydroConquest ได้อย่างเห็นผลลัพธ์ทันตา ไม่เพียงแต่เพิ่มเติมตัวเลือกหน้าปัดสีสันใหม่ แต่ยังเสริมความหลากหลายด้วยขอบตัวเรือนเซรามิกรูปสีสันใหม่ถึง 5 สีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น สีดำ สีน้ำเงิน และสีเทาสเลท ที่ถูกจับคู่กับสีเขียวสดและสีน้ำเงิน ส่วนรูปแบบของขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียวยังคงยึดตามดีไซน์ของรุ่น Ultra-Chron Diver ที่มีจุดเด่นเรื่องสัมผัสขณะหมุนที่กระชับและนุ่มนวลอยู่แล้วเป็นทุนเดิม แต่มีการเพิ่มเติมแคปซูลพรายน้ำ Super-LumiNova® ณ ตำแหน่ง 0 เพื่อให้สามารถอ่านค่าได้อย่างชัดเจนขั้นสุดในทุกสภาวะแสง

ครั้งแรกกับสายถัก Milanese

แน่นอนว่า การเพิ่มทางเลือกสายถัก Milanese เข้ามาช่วยเติมความสดใหม่และน่าสนใจให้กับ HydroConquest เจเนอเรชันล่าสุดนี้ด้วย โดยสายถักทำจากสเตนเลสสตีลชั้นดีถูกนำมาใช้กับ 3 โมเดลใหม่ล่าสุด  ตัวสายนาฬิกาขัดแต่งผิวแบบแมตต์ตัดกับบริเวณขอบสายที่ขัดเงาอย่างพิถีพิถัน ตัวดีไซน์สายถักที่เพรียวบาง ทำให้รับกับข้อมือ สวมใส่สบาย และยังระบายอากาศได้ดี ส่วนตัวล็อกสายแบบปรับขนาดได้อย่างละเอียดช่วยทำให้มั่นใจได้ว่า ไม่หลุดได้ง่ายในขณะใช้งานในกิจกรรมแอ็คทีฟ สายถักในรูปแบบนี้ยังสามารถปรับให้กระชับรับกับทุกขนาดข้อมือด้วยข้อต่อสายที่ออกแบบมาเพื่อให้ปรับขนาดได้อย่างง่ายดายอีกด้วย นี่จึงเป็นการปรับดีไซน์เพื่อส่งเสริมการใช้งานจริงโดยไม่ทิ้งความสวยงามลงตัว และเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้กับคนที่กำลังมองหานาฬิกาสายถักที่เริ่มจะกลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง 

สำหรับคนที่ยังคงชื่นชอบในสายสตีลก็ยังคงมีเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ชอบสายสตีลแบบคลาสสิกที่ต่อยอดมาจากรุ่น GMT โดยมาในรูปแบบสายสเตนเลสสตีลเรียงร้อยแต่ละข้อด้วยข้อต่อทรงตัว H มาพร้อมตัวล็อกแบบบานพับคู่ และระบบปรับขนาดสายแบบละเอียดให้เอื้อต่อการปรับสายให้กระชับถึง 4 ระดับ ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกทางเลือกสายรูปแบบไหนก็มั่นใจได้ว่า สายรูปแบบที่คุณเลือกออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานของสายลุยแน่นอน 

กลไกเอกสิทธิ์เฉพาะ

HydroConquest โฉมใหม่ล่าสุดขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติคาลิเบอร์ L888.5 กลไกเอกสิทธิ์เฉพาะของ Longines ที่มีหัวใจสำคัญอยู่ที่บาลานซ์สปริงทำจากซิลิคอนผสานเข้ากับนวัตกรรมชั้นสูงเพื่อให้ความแม่นยำสูงสุด และเสริมประสิทธิภาพในการต้านทานสนามแม่เหล็กที่เหนือกว่ามาตรฐาน ISO 764 ถึงสิบเท่าเลยทีเดียว ทำให้มั่นใจได้ว่าสามารถบอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรงท่ามกลางวิถีชีวิตประจำวันที่เราต่างถูกรายล้อมด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย ซึ่งอาจรบกวนการทำงานของกลไกได้ ซึ่งกลไกคาลิเบอร์ L888.5 ไม่เพียงแต่ทำให้อุ่นใจได้ในจุดนี้เท่านั้น แต่ยังสำรองพลังงานได้ถึง 72 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าน่าพึงพอใจทีเดียวสำหรับนาฬิกากลไกอัตโนมัติในระดับนี้ 

บูติกและออนไลน์เอ็กซ์คลูซีฟ

ไม่เพียงแต่นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและกลไกที่น่าเชื่อถือเท่านั้น แต่ Longines ยังเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้ให้กับแบรนด์ตัวจริงของ HydroConquest ด้วยการออกรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟที่วางจำหน่ายเฉพาะที่ Longines Corporate Boutiques, Shop-in-Shop และช่องทางอีคอมเมิร์ซของแบรนด์เท่านั้นอีกด้วย โดยรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟที่ว่านี้มาในตัวเรือนขนาด 39 มม. และ 42 มม. หน้าปัดสีน้ำเงินเนื้อฟรอสต์ ขอบตัวเรือนเซรามิกสีน้ำเงินเข้มและสายสเตนเลสสตีล เรียกได้ว่าเป็นรุ่นที่สื่อถึงท้องทะเลได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

ข้อมูลทางเทคนิค

  • รหัส:L3.779.4.06.6 / L3.779.4.56.6 / L3.779.4.96.6
  • L3.779.4.70.6 / L3.779.4.90.6 / L3.779.4.99.6
  • L3.788.4.06.6 / L3.788.4.56.6 / L3.788.4.96.6
  • L3.788.4.70.6 / L3.788.4.90.6 / L3.788.4.99.6
  • กลไก: กลไกไขลานอัตโนมัติเอกสิทธิ์เฉพาะของลองจินส์ คาลิเบอร์ L888.5
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง, นาที, วินาที หน้าต่างวันที่ ณ ตำแหน่ง  3 นาฬิกา
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีลทรงกลม 39 มม. ความหนา 11.70 มม. หรือขนาด 42 มม. ความหนา 11.70 มม. ขอบตัวเรือนเซรามิกแบบหมุนทิศทางเดียวสีน้ำเงิน สีดำ สีเขียว สีเทาสเลท และน้ำเงินประกาย กันน้ำได้ 300 เมตร
  • หน้าปัด: แล็กเกอร์ขัดเงาสีน้ำเงิน สีดำ สีเขียว สีฟ้าเนื้อฟรอสต์ประกายซันเรย์ ประดับด้วยมาร์กเกอร์บอกเวลาเคลือบโรเดียม 11 ตำแหน่ง เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova®
  • สาย: สายสเตนเลสสตีล พร้อมตัวล็อกสองชั้น กลไกเปิดแบบปุ่มกด และระบบปรับเลื่อนขนาดสายแบบละเอียด หรือสายถักสเตนเลสสตีลแบบ Milanese พร้อมตัวล็อกสองชั้น 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

King Seiko VANAC กับภาพลักษณ์ความเท่และน้ำหนักที่เบายิ่งขึ้น

การกลับมาของเจ้าแห่งทะเลกับ Seiko Prospex Marinemaster 1968 Heritage

Back to Basics…หวนคืนสู่รากเหง้ากับ Squale SUB-37


Share post:

More like this

Franck Muller ถ่ายทอดความรักผ่าน 3 นาฬิกาสุดประณีต ต้อนรับเทศกาลวันแม่

สัมผัสความประณีตของ 3 เรือนเวลาไอคอนิกจาก Franck Muller ทั้ง Cintrée Curvex Gatsby, Crazy Hours x JISBAR และ Curvex CX Silhouette ที่สะท้อนคุณค่า ความตั้งใจ และความรักอันไร้กาลเวลาเนื่องในโอกาสวันแม่

หรูหรา คลาสสิก ยืดหยุ่นกว่าที่เคย กับ Baltic Aquascaphe MK2 เรือนเวลาดำน้ำสายวินเทจที่กลับมาพร้อมฟังก์ชั่นวันที่

Baltic เปิดตัว Aquascaphe MK2 รุ่นอัปเกรด เพิ่มฟังก์ชั่นวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาอย่างลงตัว มาพร้อมตัวเรือน 2 ขนาด (37 มม. และ 39.5 มม.) 4 เฉดสีหน้าปัด และสายที่เลือกแมตช์ได้หลากหลาย ตอบโจทย์นาฬิกาดำน้ำสไตล์วินเทจร่วมสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ

ฉลอง 145 ปีแห่งตำนาน สัมผัสความสง่างามของสีม่วงเอโดะ ผ่าน 3 เรือนเวลารุ่นพิเศษจาก Seiko

ฉลองครบรอบ 145 ปีการก่อตั้งแบรนด์ด้วยคอลเลกชันพิเศษ "Edo Purple" นำเฉดสีม่วงเอโดะอันเป็นตำนานแห่งกรุงโตเกียวมารังสรรค์บน 3 เรือนเวลารุ่นยอดนิยม Prospex Alpinist, Presage Cocktail Time GMT และ 5 Sports SKX

คืนชีวิตให้กลไกในตำนาน กับ Singer Reimagined Heritage V72 เรือนเวลาที่หลอมรวมศิลปะการบูรณะและความคลาสสิกระดับไอคอน

Singer Reimagined เผยเรือนเวลารุ่นใหม่ Heritage V72 ชุบชีวิตกลไกโครโนกราฟไขคานในตำนานอย่าง Valjoux 72 แบบ NOS สู่ตัวเรือนขนาด 38.8 มม. ที่ผสานงานตกแต่งสุดประณีตเข้ากับจิตวิญญาณแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ตคลาสสิก