แฟนๆ ว่าไงใจกล้าพอไหมที่จะทำตัวเรียบร้อย? เมื่อ Hublot ยอมดรอปความซ่าแล้วหันมาซบโทนสีมินิมอลกับ Hublot Spirit of Big Bang Essential Taupe

Date:

เมื่อแบรนด์สายซ่าขอดรอปโทนสีฉูดฉาด สู่การตีความสปอร์ตดีไซน์ผ่านสีเทาอมน้ำตาลที่สุขุมที่สุด 

หากพูดชื่อแบรนด์ Hublot สิ่งแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวของคนรักนาฬิกามักเป็นความฉูดฉาด การเลือกใช้วัสดุล้ำยุค หรือดีไซน์ตัวเรือนเหลี่ยมมุมคมกริบที่บอกตัวตนมาแต่ไกล น้อยครั้งนักที่เราจะใช้คำว่า “นิ่งขรึม” หรือ “เรียบง่าย” กับแบรนด์นี้ ทว่าในโปรเจกต์ประจำปีอย่าง Essential Series บทที่ 5 ที่เพิ่งเปิดตัวผ่านช่องทางออนไลน์ เมซงแห่งนี้นำเสนอหักมุมสายตาผู้คนด้วยการหยิบโมเดลทรงถังเบียร์อย่าง Spirit of Big Bang มาห่มด้วยเฉดสีเทาอมน้ำตาล หรือสีโทป (Taupe) โทนสีโมโนโครมที่ดูถ่อมตัวและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยทำมา

การเลือกเดินหมากด้วยสีสันที่เรียบนิ่งในตระกูลที่จัดจ้านเช่นนี้ เป็นการทดลองที่น่าสนใจสำหรับเหล่านักสะสม เพราะนี่ไม่ใช่สินค้าที่อยู่ในแคตตาล็อกถาวร แต่เป็นเวอร์ชันผลิตจำกัดและวางจำหน่ายเฉพาะบนเว็บไซต์เท่านั้น การถอดความจัดจ้านออกแล้วแทนที่ด้วยความกลมกลืนของโทนสีแปรเปลี่ยนให้นาฬิกาสปอร์ตดีไซน์ดุ กลายสภาพเป็นเครื่องบอกเวลาที่ดูสุขุมและเข้าใจยากขึ้นอีกระดับ และแน่นอนว่าน่าสนใจมากๆ มาลงลึกรายละเอียดไปพร้อมๆ กัน

รุ่น 42 มิลลิเมตร การเล่นสนุกกับพื้นผิวใต้ความเงียบเชียบ

สำหรับโมเดลหลักในขนาดตัวเรือน 42 มิลลิเมตร ช่างออกแบบของแบรนด์เลือกใช้วัสดุไทเทเนียมน้ำหนักเบามาทำโครงสร้างตัวเรือนทรงตอนโน (Tonneau) แทนการใช้ยางในชิ้นส่วนกันกระแทกด้านข้างตามสูตรสำเร็จเดิม พื้นผิวผ่านการสลับงานขัดเงา ขัดลายซาติน และการพ่นทรายเพื่อสร้างมิติทางสายตา

จุดที่น่าพิจารณาเป็นพิเศษคือการปิดหน้าปัดแบบทึบ (Closed Dial) แตกต่างจากรุ่นพิมพ์นิยมส่วนใหญ่ของแบรนด์ที่มักจะโชว์กลไกสเกลเลตัน โดยหน้าปัดสีทอปรุ่นนี้ถูกปั๊มลายตารางหมากรุกที่เลียนแบบโครงสร้างของคาร์บอนไฟเบอร์ การสลับช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบเงาและด้านช่วยให้หน้าปัดดูมีมิติสามมิติเวลาขยับข้อมือรับแสง โดยมีวงหน้าปัดย่อยจับเวลาล้อมกรอบอย่างเป็นระเบียบ

ฝาหลังกรุกระจกแซฟไฟร์เผยให้เห็นกลไกโครโนราฟอัตโนมัติความถี่สูง 5 เฮิรตซ์ รหัส HUB4700 ซึ่งพัฒนามาจากฐานกลไกในตำนานอย่าง Zenith El Primero จับเวลาได้ละเอียดถึง 1 ใน 10 ของวินาที และสำรองพลังงานได้ 50 ชั่วโมง

รุ่น 32 มิลลิเมตร เมื่อความสมมาตรไม่ต้องพึ่งพาประกายจากเพชร

ความน่าสนใจเทน้ำหนักมาที่รุ่นเรือนเรือนเล็กขนาด 32 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโมเดลขนาดนี้ที่ Hublot ตัดสินใจปล่อยตัวเรือนออกมาโดยไม่มีการฝังเพชรล้อมขอบเรือน การถอดประกายระยิบระยับออกไปช่วยลดทอนความอ่อนหวานลงจนกลายเป็นนาฬิกาแนวสปอร์ตมินิมอลที่เปิดกว้างให้ทั้งสุภาพสตรีที่ชอบความคล่องตัว หรือสุภาพบุรุษข้อมือเล็กสามารถหยิบมาสวมใส่ได้ง่ายขึ้น

ตัวเรือนสแตนเลสสตีลขัดแต่งอย่างประณีตรับกับหน้าปัดสีทอปขัดลายซันเรย์ (Sunray-brushed) ขอบหน้าปัดด้านในเอียงลาดลงไปหาจุดกึ่งกลาง ช่วยสร้างความรู้สึกลึกและโปร่งตา ตัวเลขและหลักชั่วโมงพ่นสารเรืองแสง Super-LumiNova เพื่อการอ่านค่าที่ชัดเจน ทำงานด้วยกลไกลูกผสมรหัส HUB1120 สำรองพลังงาน 40 ชั่วโมง

นาฬิกาทั้งสองขนาดมาพร้อมระบบเปลี่ยนสายอัจฉริยะ One Click ที่ช่วยให้สลับสายระหว่างสายยางเนื้อนุ่มและสายผ้าไฮเทคสีโทนเดียวกันได้อย่างสะดวก โดยแต่ละขนาดจะผลิตจำกัดเพียงรุ่นละ 200 เรือนทั่วโลกเท่านั้น

โดยส่วนตัวแล้วครั้งแรกที่เห็นทั้งสองเรือนนี้ หากมองอย่างผิวเผิน การลดความจัดจ้านลงเหลือเพียงสีโมโนโครมอาจดูเหมือนการเพลย์เซฟของแบรนด์ ทว่าในมุมมองส่วนตัว การที่ Hublot นำเสนอซีรีส์ Essential ในช่องทางออนไลน์เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังคัดกรองกลุ่มเป้าหมายอย่างตั้งใจ สีทอป (Taupe) ไม่ใช่สีที่ซื้อง่ายสำหรับคนทั่วไปที่เพิ่งเริ่มมองหา Hublot เรือนแรก เพราะคนกลุ่มนั้นมักต้องการสัญลักษณ์ที่ตะโกนเสียงดัง

แต่สำหรับนักสะสมที่มีตัวแรงอยู่ในกรุแล้ว การได้เห็นเค้าโครงโครงสร้างแบบก้าวหน้า (Disruptive Case) มาอยู่ในเฉดสีที่ตัดความฟุ่มเฟือยของแสงสีออกไป เป็นการสะกิดให้หันมาสนใจความงามของรูปทรงสถาปัตยกรรมและฝีมือการขัดแต่งโลหะอย่างแท้จริง เป็นความหรูหราที่เปลี่ยนทิศทางจากการโชว์ตัวตนภายนอก มาเป็นการเสพรายละเอียดเงียบๆ บนข้อมือตัวเอง

แล้วสำหรับทุกท่านล่ะ มีคิดเห็นอย่างไรกับการพับเก็บสีสันฉูดฉาดแล้วหันมาใช้โทนสีนิ่งๆ อย่างสีเทาอมน้ำตาลในครั้งนี้ ระหว่างรุ่น 42 มม. ที่เน้นลวดลายพื้นผิว หรือรุ่น 32 มม. ที่ถอดเพชรออกจนเรียบเท่ รุ่นไหนสลัดภาพจำเดิมๆ ของ Hublot ได้น่าประทับใจกว่ากัน ลองมาแชร์มุมมองกันได้เลยน๊าา

ข้อมูลทางเทคนิค
Hublot Spirit of Big Bang 42mm
  • ตัวเรือน: ไทเทเนียม ขัดเงา / ซาตินบรัช / พ่นทราย ขนาด 42 มม. กันน้ำ 100 เมตร
  • หน้าปัด: สี Taupe ลายคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมหลักชั่วโมงและเข็ม Skeleton เคลือบ Super-LumiNova
  • ฟังก์ชั่น: โครโนกราฟ, วินาทีเล็ก, จับเวลา 30 นาที, ตัวนับ 12 ชั่วโมง
  • กลไก: อัตโนมัติ Calibre HUB4700 (พื้นฐาน Zenith El Primero 400) ความถี่ 5Hz พลังงานสำรอง 50 ชั่วโมง
  • สาย: สายผ้า Taupe พร้อม Velcro และสายยาง Taupe พร้อมบานพับไทเทเนียม ระบบ One Click เปลี่ยนสายได้
Hublot Spirit of Big Bang 32mm
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขัดเงา / ซาตินบรัช / พ่นทราย ขนาด 32 มม. กันน้ำ 100 เมตร
  • หน้าปัด: สี Taupe แบบ Sunray พร้อมหลักชั่วโมงเคลือบ Super-LumiNova
  • ฟังก์ชั่น: วันที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา
  • กลไก: อัตโนมัติ Calibre HUB1120 ความถี่ 4Hz พลังงานสำรอง 40 ชั่วโมง
  • สาย: สายยางและผ้า Nytech สี Taupe พร้อมบานพับเหล็ก ระบบ One Click เปลี่ยนสายได้

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
The Royal Pop? เมื่อ Audemars Piguet อาจจะเลือกทิ้งความเคร่งขรึม เพื่อเดิมพันกับความสนุกที่โลกต้องจับตาว่าอะไรจะเกิด!!
นาฬิกา collaboration การหลอมรวมนวัตกรรมและงานคราฟต์แมนชิพชั้นยอดที่แสดงถึงความแน่นแฟ้นในอุตสาหกรรมนาฬิกา
เจาะลึกไฮไลต์ Grand Seiko จากงาน Watches and Wonders 2026

Share post:

More like this

Louis Vuitton เผยโฉม Tambour Spin Time 5 รุ่นใหม่ในคอลเลกชันถาวร ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเมื่อปีที่แล้ว

ยลโฉมคอลเลกชัน Tambour Spin Time ประจำปี 2026 จาก Louis Vuitton ที่ผสานกลไกจั๊มป์อورดอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับสีสันสดใหม่ ทั้งหน้าปัดโอปอล์ออสเตรเลีย, สีเขียวมะกอก, ฟ้า Spin Time Air, Antipode และฟลายอิ้งทูร์บิญองหน้าปัดแซลมอนในตัวเรือนแพลตตินัม

NOMOS Orion Gold Neomatik “New Black” นิยามใหม่ของเดรสวอทช์ความเรียบหรูระดับไฮเอนด์ 

NOMOS Glashütte เปิดตัว Orion Gold Neomatik “New Black” เดรสวอทช์ตัวเรือนทองคำแท้ 18k ขนาด 36.4 มม. จับคู่หน้าปัดสีดำ Galvanised และกลไกอินเฮาส์แบบบางพิเศษ DUW 3001 สำรองพลังงาน 43 ชั่วโมง มอบความเรียบหรูสไตล์มินิมอลเยอรมันอย่างแท้จริง

เบื้องหลังบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของมหกรรมนาฬิกาแห่งปีใน Geneva Watch Days 2026 แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากงานนี้?

Geneva Watch Days 2026 สร้างสถิติใหม่ด้วย 71 แบรนด์ชั้นนำ และเปิดตัวเรือนเวลาใหม่เกือบ 400 เรือน ต้อนรับนักสะสมและผู้หลงใหลในเรือนเวลากว่า 2,500 คน พร้อมระดมทุนการกุศลกว่า 115,500 ฟรังก์สวิส เพื่อสนับสนุนคนทำนาฬิการุ่นใหม่

Girard-Perregaux ต่อยอดการฉลองครบรอบ 50 ปี โมเดล Laureato ด้วย Laureato Fifty Tourbillon Micro-Rotor 39 m

นอกจากขนาดตัวเรือนที่เล็กลงแล้วยังยกระดับไปอีกขั้นด้วยทูร์บิญองและไมโครโรเตอร์ เราได้เห็นพัฒนาการของนาฬิกาสปอร์ตหรูรุ่น Laureato จาก Girard-Perregaux อย่างต่อเนื่อง และในปีที่ 50 ของนาฬิการะดับไอคอนิกรุ่นนี้เราก็ได้เห็น การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยพร้อมกับการก้าวไปอีกขั้นของ...