เจาะลึกไฮไลต์ Grand Seiko จากงาน Watches and Wonders 2026

Date:

Spring Drive U.F.A. Ushio 300 Diver นาฬิกาดำน้ำที่น่าจับตา และรุ่นอื่นๆ ที่ถ่ายทอดมนตร์เสน่ห์ของแดนอาทิตย์อุทัยได้อย่างน่าชื่นชม

ภายในงาน Watches and Wonders 2026 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นานมานี้ แบรนด์นาฬิกาจากซีกโลกตะวันออกอย่าง Grand Seiko ก็ไม่พลาดส่งรุ่น Novelties ไปแนะนำตัวถึงกรุงเจนีวา นับเป็นการประกาศศักดาว่าแบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นก็สามารถยืนหยัดอยู่ในระดับแถวหน้าทัดเทียมกับแบรนด์ Swiss Made ได้เช่นกัน ซึ่ง Grand Seiko ก็สามารถพิสูจน์ตัวเองมาได้อย่างไร้ข้อกังขามาอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้นาฬิการุ่นใหม่ที่ทำให้เห็นว่าแบรนด์นาฬิกาจากแดนอาทิตย์อุทัยเริ่มมีการขยับปรับทิศทางใหม่ๆ ได้อย่างชัดเจนก็คือนาฬิกาดำน้ำอย่าง Spring Drive U.F.A. Ushio 300 Diver ส่วนรุ่นอื่นๆ นั้นยังคงเดินหน้าถ่ายทอดทัศนียภาพอันงดงามของแหล่งกำเนิด ควบคู่ไปกับกลไกอันน่าเชื่อถือ

Spring Drive U.F.A. Ushio 300 Diver:  ขนาดเล็กลงแต่มาพร้อมกลไกรุ่นใหม่

การปรับตัวเรือนให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งนับเป็นการปรับจูนให้ตรงกับกระแสความนิยมในนาฬิกาเรือนเล็กรับกับข้อมือเพรียวบางนั้นเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของนาฬิกาสายสปอร์ตอย่าง Ushio 300 Diver เพราะนี่เป็นนาฬิกาดำน้ำที่มีตัวเรือนขนาดเล็กที่สุดเท่าที่ทางแบรนด์เคยผลิตออกมา โดยมาในตัวเรือนขนาด 40.8 มม. ทำจากวัสดุ  High-Intensity Titanium ไทเทเนียมชนิดพิเศษที่มีความหนาแน่นสูง แต่มีน้ำหนักเบากว่าสเตนเลสสตีลราว 30% และมอบประกายเงางามที่ดูเท่หรูเฉพาะตัว ซึ่งทั้งตัวเรือนและสายนาฬิกาเลือกใช้วัสดุชนิดเดียวกันทำให้เกิดความต่อเนื่องตลอดทั้งเรือน  

สายที่มาพร้อมตัวล็อกระบบ micro-adjustment ที่ช่วยให้ปรับขนาดตามสรีระข้อมือของผู้สวมใส่ได้อย่างละเอียดตรงตามขนาดจริงยิ่งขึ้น

ไม่เพียงแต่คำนึงถึงเรื่องน้ำหนักที่ต้องพอเหมาะกับการทำกิจกรรมทางน้ำ แต่ความเอาใจใส่ของ Grand Seiko ยังครอบคลุมไปถึงตัวสายที่มาพร้อมตัวล็อกระบบ micro-adjustment ที่ช่วยให้ปรับขนาดตามสรีระข้อมือของผู้สวมใส่ได้อย่างละเอียดตรงตามขนาดจริงยิ่งขึ้น โดยสามารถปรับได้สามระดับด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ 6 มม. 18 มม. ไปจนถึง 24 มม. ทั้งนี้เพื่อให้ในยามสวมใส่ชุดประดาน้ำที่อาจมีความหนาทำให้นาฬิกาที่เคยพอดีข้อมือกลายเป็นคับแน่น สามารถปรับขยายให้สวมทับชุดประดาน้้ำได้พอดีที่สุด และไม่ต้องกังวลว่า จะเลื่อนหลุดขณะทำกิจกรรมหนักหน่วง เพราะตัวล็อกสายแบบบานพับมาพร้อมระบบนิรภัยที่แน่นหนา และออกแบบมาอย่างสวยงามด้วยการใช้โลโก้ GS ประทับตราบนตัวล็อก ซึ่งเป็นดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ลงตัวสำหรับสาวก Grand Seiko 

เครื่องหมายต่างๆ บนหน้าปัดยังเน้นความคมชัดด้วยการเจียระไนเหลี่ยมเพชรบริเวณขอบ ภายในบรรจุสารเรืองแสง lumibrite ทำให้การอ่านค่าชัดเจนในทุกสภาวะ

ในส่วนดีไซน์ของหน้าปัดก็ออกแบบมาเพื่อความสวยงามควบคู่กับความสะดวกสบายในการใช้งานเช่นกัน ซึ่งนับเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชัน Evolution 9 ที่เน้นเส้นสายลื่นไหลแต่คมชัดมาแต่ไหนแต่ไร ตัวหน้าปัดเป็นลวดลายคลื่น ซึ่งสำหรับสาวก Grand Seiko คงจดจำหน้าปัดลวดลาย ‘Ushio’ ที่แปลว่า ‘กระแสน้ำ’ ได้ดี เพราะเป็นลวดลายที่ใช้ในนาฬิกาสปอร์ตของแบรนด์มาตั้งแต่ปี 2022 โดยในครั้งนี้กลับมาในสีน้ำเงินและสีเขียวไล่เฉด ที่ทำให้นึกถึงท้องทะเลทั้งในห้วงน้ำลึกและย่านน้ำตื้น ลวดลายที่สื่อถึงการไหลเวียนของกระแสน้ำที่โอบล้อมรอบเกาะญี่ปุ่นนี้ยังทำให้เรารู้สึกถึงพลังของสายน้ำในยามดูเวลาบนข้อมือ และไม่ใช่แค่สวยงามและมีความหมาย แต่เครื่องหมายต่างๆ บนหน้าปัดยังเน้นความคมชัดด้วยการเจียระไนเหลี่ยมเพชรบริเวณขอบ ทำให้ขอบเครื่องหมายหลักชั่วโมงดูคมชัด ภายในบรรจุสารเรืองแสง lumibrite ทำให้การอ่านค่าชัดเจนในทุกสภาวะ เช่นเดียวกับเข็มชั่วโมงและนาทีที่ถูกขับเน้นให้เด่นชัดด้วยหลักการเดียวกัน ล้อมรอบด้วยขอบแบบ 120 คลิก ที่เด่นเรื่องการปรับตั้งค่าได้อย่างแม่นยำ ตกแต่งด้วยแผ่นเซรามิกสีรับกับผืนหน้าปัดที่ไม่เพียงแต่ใส่มาเพื่อความสวยงามแต่ยังเพื่อเสริมความทนทานต่อการขีดข่วนและการกัดกร่อนอีกด้วย ทุกรายละเอียดบนหน้าปัดจึงออกแบบมาโดยคำนึงถึงการใช้งานในทุกสภาวะโดยไม่ละทิ้งเรื่องความลงตัวสวยงาม จัดได้ว่า แข็งแกร่งแต่สวมใส่สบายและให้มาดหรูหราในรูปแบบสปอร์ตที่หลายคนตามหา

แต่ทีนี้การลดขนาดตัวเรือนลงทำให้มีข้อจำกัดเรื่องกลไกที่ต้องลดทอนชิ้นส่วน หรือปรับให้มีขนาดเล็กรับกับตัวเรือนไปด้วยหรือเปล่า สำหรับ Grand Seiko แล้วนี่ไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นความท้าทายที่ต้องก้าวข้ามผ่านได้อย่างสง่างาม และก็ดูเหมือนว่า กลไก Spring Drive U.F.A. ที่มีความแม่นยำสูง จะได้รับมอบหมายหน้าที่นั้น ซึ่งด้วยโจทย์ดังกล่าวทำให้ต้องพัฒนาคาลิเบอร์ใหม่ที่มีความเหมาะสมและมอบประสิทธิภาพสูงสุด 

โดยมีช่างฝีมือแห่ง Shinshu Watch Studio ในเมืองชิโอจิริ จังหวัดนากาโนะ เป็นผู้ประกอบสร้างคาลิเบอร์ 9RB1 ที่มอบความเที่ยงตรงในระดับ ±20 วินาทีต่อปี สืบเนื่องจากการซีลคริสตัลออสซิลเลเตอร์ในระบบสุญญากาศ หลังผ่านกระบวนการบ่มนานถึงสามเดือนเพื่อสร้างความเสถียร ร่วมกับ IC ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ความถี่ของออสซิลเลเตอร์แต่ละตัวยังถูกวัดในหลายระดับอุณหภูมิ จากนั้นข้อมูลที่ได้จะถูกบันทึกลงใน IC กำลังไฟต่ำ เพื่อให้สามารถชดเชยอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ กลไกคาลิเบอร์นี้ยังมาพร้อมสวิตช์ปรับแต่งที่สามารถใช้ในการบริการหลังการขาย เพื่อแก้ไขความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นหลังจากผ่านการใช้งานมาเป็นระยะยาวนาน 

ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดจากการเปลี่ยนมาใช้คาลิเบอร์ 9RB1 ยังทำให้การแสดงค่าการสำรองพลังงานถูกย้ายมาแสดงผลบนหน้าปัดแทนที่จะอยู่ข้างหลังกลไกแบบที่เคยเป็น แต่ก็ไม่ได้รบกวนดีไซน์บนหน้าปัดแต่อย่างใด เพราะจัดวางตำแหน่งได้ลงตัวทีเดียว ไม่บดบังรายละเอียดอื่นๆ และจะว่าไปก็ทำให้สะดวกในการเช็กพลังงานสำรองยิ่งขึ้นอีกด้วย   

Spring Drive U.F.A. Ushio 300 Diver จึงเป็นตัวเปิดเกมในปี 2026 ที่น่าจับตามองที่สุดของ Grand Seiko เลยก็ว่าได้ 

ข้อมูลทางเทคนิค

รหัส: SLGB023, SLGB025

กลไก: ขึ้นลานอัตโนมัติ Spring Drive U.F.A. คาลิเบอร์ 9RB1 สำรองพลังงานได้ 72 ชั่วโมง ความเที่ยงตรง ±20 วินาทีต่อปี

ฟังก์ชัน:  แสดงค่าชั่วโมง นาที วินาที

ตัวเรือน: High-Intensity Titanium ขนาด 40.8 มม. กันน้ำในระดับ 300 เมตร

หน้าปัด: Ushio สีน้ำเงินและสีเขียวไล่เฉด

สาย: High-Intensity Titanium 


3 รุ่นใหม่ที่มาพร้อมแรงบันดาลใจจากธรรมชาตินอกหน้าต่างสตูดิโอ

Spring Drive U.F.A. Ice Forest at Dawn SLGB006: ความคลาสสิกอันน่าค้นหา

หน้าปัดของนาฬิกา Grand Seiko นั้นทำหน้าที่ดั่งผืนผ้าใบให้ศิลปินได้บันทึกภาพทิวทัศน์อันสวยสะกดใจในจากหน้าต่างห้องทำงานแต่ละฤดูกาลไว้ด้วยเทคนิคเฉพาะตัวที่เขาเชี่ยวชาญ สำหรับ SLGB006 ช่างนาฬิกาจากสตูดิโอไมโครอาร์ติสท์ลงมือบันทึกช่วงเวลาอันงดงามในยามรุ่งเช้าที่เกิดปรากฎการณ์ sun pillars ในชินชู ลำแสงอาทิตย์แนวตั้งที่สาดส่องลงมาตกกระทบกับอนุภาคน้ำแข็งในอากาศ ทำให้เกิดจุดสีทองล่องลอยอยู่ทั่วพื้นที่ ซึ่งการจำลองปรากฎการณ์อันน่าทึ่งนี้ ทำขึ้นด้วยเทคนิคเฉพาะของแบรนด์ที่สาวก Grand Seiko เคยได้เห็นในโมเดล SBGD202 ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทำให้ผืนหน้าปัดเปล่งประกายด้วยจุดสีทองเหนือพื้นสีดำเรียบ แต่ใน SLGB006 มีรายละเอียดให้พิจารณามากกว่านั้น เพราะเราจะได้เห็นลวดลายผืนป่าสนสีดำที่ถูกปกคลุมด้วยละอองสีทองกระจายตัวอยู่ทั่วผืนป่าสีดำที่ดูลึกลับ จำลองมาไว้บนหน้าปัดที่โอบอุ้มไว้ด้วยตัวเรือนเยลโลว์โกลด์สุกปลั่งจับคู่กับสายหนังจระเข้สีดำสุดคลาสสิก

ส่วนกลไก Spring Drive U.F.A. คาลิเบอร์ 9RB2 ที่มีการขัดแต่งผิวอย่างประณีตถูกอวดโฉมผ่านฝาหลังใส ทำให้เราได้ชื่นชมการทำงานของกลไกที่นอกจากจะเที่ยงตรงสูงแล้วยังงดงามน่ามอง โดยเฉพาะส่วนสะพานจักรที่ขัดแต่งผิวอย่างละเอียด โรเตอร์สลักข้อความ “Spring Drive Ultra Fine Accuracy” และสเกลแสดงค่าการสำรองพลังงาน 72 ชั่วโมงที่ถูกจัดวางไว้เหนือกลไกอันเป็นเอกลักษณ์ของคาลิเบอร์รหัสนี้ 

Ice Forest at Dawn SLGB006 ผลิตจำกัดเพียง 80 เรือนเท่านั้น ถ้าใครชอบนาฬิกาหน้าตาสง่างามตามขนบแต่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์น่าค้นหา รุ่นนี้น่าจะเข้าตาได้ไม่ยาก 

Elegance Collection Iwao Blue SBGY043: ความเพรียวบางอันแข็งแกร่ง

สายเดรสคงเปิดใจรับ SBGY043 ทันทีที่ได้เห็น เพราะนาฬิกาเดรสเรือนเพรียวบาง หน้าตาสุขุมนุ่มลึกรุ่นนี้ บ่งบอกความเป็น Grand Seiko ในทุกรายละเอียด ด้วยความที่มาในตัวเรือนทรง Thin Dress ขนาด 38.5 มม. อันเพรียวบางสมชื่อ และยังเป็นตัวเรือนที่สาวก Grand Seiko คุ้นเคยกันดีมาตั้งแต่ปี 2019 และยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยดีไซน์เรียบหรู เส้นสายสะอาดตาหมดจด และยังโค้งโอบรับกับสรีระข้อมือได้ดี ด้วยสายนาฬิกาแบบ 7 ข้อที่ขึ้นชื่อเรื่องสไตล์ที่ดูหรูหราและสวมใส่สบาย

สำหรับ SBGY043 มาในหน้าปัดสีน้ำเงินเข้ม ‘katsuiro’ ที่ดูเยือกเย็น และอ้างอิงได้กับสีย้อมครามที่เหล่าซามูไรผู้กล้านิยมสวมใส่เป็นตัวแทนแห่งความโชคดีในยามออกรบ ตกแต่งเป็นลวดลายหินที่เรียกว่า ‘iwao’ ลายหินที่สลักด้วยมือที่ดูแข็งแกร่งและละเอียดอ่อนในคราวเดียวกัน 

ขับเคลื่อนด้วยกลไก Caliber 9R31 ระบบ Spring Drive แบบไขลานด้วยมือ พร้อมพลังงานสำรองนานถึง 72 ชั่วโมง ถ่ายทอดความประณีตในแบบฉบับ Elegance Collection ได้อย่างงดงาม ทำให้ SBGY043 เป็นนาฬิกาคลาสสิกที่ไม่เพียงสะท้อนรสนิยมเหนือกาลเวลา แต่ยังมอบประสบการณ์การสวมใส่ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และความผูกพันในทุกช่วงเวลา 

Heritage Collection Cherry Blossoms Sakura Wakaba SBGH376: ความสดใหม่ที่คุ้นเคย

โดยปกติแล้วเมื่อนึกถึงดอกซากุระเรามักจะนึกถึงสีชมพูอ่อนหวาน โดยเฉพาะหน้าปัดสี Sakura ของ Grand Seiko ที่เลือกใช้เฉดสีชมพูละมุนที่ไม่หวานหยดเกินเหตุ แต่สำหรับ Sakura Wakaba” SBGH376 หน้าปัดที่ได้แรงบันดาลใจจากซากุระกลับกลายเป็นสีเขียวอ่อนเหลือบประกายไปเสียนี่ นั่นเป็นเพราะแทนที่จะเลือกแต่งแต้มสีของดอกซากุระลงบนหน้าปัดอย่างตรงไปตรงมา แต่กลับเลือกหยิบสีเขียวอบอุ่นของใบอ่อนแรกผลิที่แซมอยู่ระหว่างช่อดอกมาเป็นสีสันแทนสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ที่เปี่ยมด้วยความหวัง 

หน้าปัดสีอบอุ่นในเฉดที่แปลกตาจากเดิม อยู่บนตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต ขนาด 38 มม. ซึ่งจัดว่าขนาดกะทัดรัดรับกับข้อมือเพรียวบาง ตัวเรือนรหัส 62GS ที่ถือกำเนิดในปี 1967 และถูกนำมาใช้ในรุ่นนี้มาพร้อมโครงสร้างไร้ขอบ เปิดให้หน้าปัดได้แสดงตัวอย่างเต็มที่ ทำให้หน้าปัดสีเขียวเหลือบประกายได้เล่นกับแสงในทุกมุมอย่างสนุกสนาน

สำหรับกลไกที่ขับเคลื่อน SBGH376 เลือกใช้คาลิเบอร์ 9S85 ที่เดินด้วยความถี่ 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง ทำให้มีความเสถียรสูง เช่นเดียวกับความเที่ยงตรงในระดับ +5 ถึง -3 วินาทีต่อวัน พร้อมพลังงานสำรอง 55 ชั่วโมง จัดได้ว่ามาในรูปลักษณ์ที่คุ้นเคย เติมความสดใหม่เป็นเซอร์ไพรส์เล็กๆ ลงไป

แต่ยังคงเชื่อถือได้ในความเที่ยงตรงและเอกลักษณ์อันเป็นมรดกของ Grand Seiko อย่างครบถ้วน     

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

Grand Seiko เปิดตัว Spring Drive U.F.A. Ushio 300 Diver สองรุ่น และ SBGZ011 จาก Masterpiece Collection ภายในงาน Watches and Wonders 2026

Grand Seiko เปิดบูติกแห่งใหม่ ณ เกษรวิลเลจ ยกระดับประสบการณ์และสัมผัสปรัชญา Nature of Time

บทกวีแห่งฤดูใบไม้ผลิบนข้อมือที่บรรจงสร้าง Grand Seiko เผยโฉมเรือนเวลาควอตซ์ 26 มม. ใหม่ 2 รุ่น

Share post:

More like this

Royal Pop is Here… เมื่อ Royal Oak กลายเป็นนาฬิกาพกในมือ Swatch มาจับตารอดูว่ากระแสตอบรับจะเป็นอย่างไรต่อ?

สิ้นสุดการรอคอยกับโปรเจกต์ที่เป็นไปไม่ได้! AP x Swatch เปิดตัว Bioceramic Royal Pop นาฬิกาพกดีไซน์แปดเหลี่ยมระดับตำนาน ในร่างพลาสติกสุดป๊อปที่พร้อมทลายทุกกฎเกณฑ์ความหรูหรา

The Royal Pop? เมื่อ Audemars Piguet อาจจะเลือกทิ้งความเคร่งขรึม เพื่อเดิมพันกับความสนุกที่โลกต้องจับตาว่าอะไรจะเกิด!!

เมื่อแบรนด์ระดับ Holy Trinity อย่าง AP อาจเลือกทิ้งความเคร่งขรึมเพื่อเล่นกับสีสันสไตล์ Pop Art นี่คือการปรับตัวเข้าหายุคสมัย หรือเป็นก้าวที่เสี่ยงเกินไปสำหรับมนต์ขลังของ Royal Oak?

The Vintage Renaissance: เมื่อ ‘อดีต’ คือการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกนาฬิกา

เมื่อแบรนด์นาฬิกาแข่งกันว่าใครจะสามารถ ‘เล่าเรื่องอดีต’ ได้ร่วมสมัยที่สุด  Words: Chanist Prasertburanakul เมื่อเราก้าวเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020 โลกนาฬิกาได้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Reverse...

นาฬิกา collaboration การหลอมรวมนวัตกรรมและงานคราฟต์แมนชิพชั้นยอดที่แสดงถึงความแน่นแฟ้นในอุตสาหกรรมนาฬิกา

ไม่ใช่แค่เทคนิคทางการตลาด แต่เป็นการประกาศถึงสายสัมพันธ์ในวงการนาฬิกาอันแข็งแกร่งและยั่งยืน สำหรับวงการนาฬิกาชั้นสูงการสร้างสรรค์ผลงานความร่วมมือไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดายนัก และการจับมือแต่ละครั้งไม่ใช่เพียงแค่หวังผลในเชิงตัวเลขรายรับเข้าบริษัทที่ทะยานสูงขึ้น แต่การที่เมซงที่มีความชำนาญในศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งอย่างสูง เลือกจับมือกับอีกเมซงที่มีความเชี่ยวชาญอีกด้าน ย่อมเป็นการรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์ผลงานเรือนเวลาที่มากกว่าการหวังผลทางการตลาด แต่มันเป็นการประกาศถึงสายสัมพันธ์ในวงการนาฬิกาที่แข็งแกร่งและยั่งยืน รวมถึงความเป็นไปได้ในโลกแห่งเรือนเวลาจักรกลที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างการดำรงไว้ซึ่งขนบดั้งเดิม และการโอบรับนวัตกรรมใหม่ๆ...