Royal Pop is Here… เมื่อ Royal Oak กลายเป็นนาฬิกาพกในมือ Swatch มาจับตารอดูว่ากระแสตอบรับจะเป็นอย่างไรต่อ?

Date:

เผยโฉม Royal Pop เมื่อ Royal Oak กลายเป็นนาฬิกาพก

จากข่าวลือที่สั่นสะเทือนวงการและภาพ AI ที่ว่อนเน็ตอยู่พักใหญ่ ในที่สุด “โปรเจกต์ที่หลายคนไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้” ก็เกิดขึ้นแล้วจริงๆ นี่คือการคอลแลบบอเรชันครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง Audemars Piguet x Swatch ในคอลเลกชัน Bioceramic Royal Pop ที่พร้อมจะฉีกทุกตำราการสะสมนาฬิกาแบบเดิมๆ ทิ้งไป

Bioceramic Royal Pop Audemars Piguet x Swatch
Bioceramic Royal Pop Audemars Piguet x Swatch

ดีเอ็นเอระดับตำนาน ในร่างพ็อกเก็ตวอทช์สุดป๊อป ความเซอร์ไพรส์ที่สุดของคอลเลกชันนี้คือการที่มันไม่ได้มาในรูปแบบนาฬิกาข้อมือทั่วไป แต่หยิบเอาดีไซน์โมดูลา (Modular) จากตระกูล POP Swatch อันโด่งดังในยุค 80s มาผสานเข้ากับตัวเรือนแปดเหลี่ยมอันเป็นไอคอนิกของ Royal Oak ผลลัพธ์ที่ได้คือนวัตกรรมที่สวมใส่ได้หลายรูปแบบ จะห้อยคอ พกเป็นนาฬิกากระเป๋า หรือสไตลิงเข้ากับเสื้อผ้าก็ทำได้อย่างอิสระ ผ่านสายคล้องที่มีให้เลือกถึง 3 ระดับ

หัวใจจักรกล SISTEM51 ในเวอร์ชัน “Hand-Winding” ที่น่าสนใจไม่แพ้ดีไซน์คือไส้ใน ครั้งนี้ Swatch เลือกใช้กลไก SISTEM51 อันเป็นเอกลักษณ์ แต่ถูกปรับแต่งใหม่ให้เป็นแบบ “ขึ้นลานด้วยมือ” เพื่อตัดสกรูตัวกลางออก เปิดโอกาสให้งานดีไซน์ฝั่งป๊อปอาร์ตบนกลไกได้สำแดงเดชอย่างเต็มที่ โดยมีให้เลือก 2 สไตล์สุดคลาสสิกคือ Lépine (แบบไม่มีฝาปิด) และ Savonnette (แบบมีฝาปิด)

สีสันแห่งการเฉลิมฉลองบนวัสดุ Bioceramic คอลเลกชันนี้มาพร้อมกันถึง 8 รุ่น 8 สีสันที่ตั้งชื่อตามภาษาต่างๆ ทั่วโลก (เช่น HUIT BLANC, OCHO NEGRO หรือแม้แต่ชื่อภาษาไทยอย่าง LÀN BA) ทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงบนวัสดุ Bioceramic ที่ให้สัมผัสเรียบเนียน ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นวัสดุชูโรงของ Swatch ยุคใหม่

OTTO ROSSO
LÀN BA
HUIT BLANC
OTG ROZ
GREEN EIGHT
OCHO NEGRO
BLAUE ACHT
ORENJI HACHI

และจากมุมมองส่วนตัวแล้ว การที่แบรนด์ระดับ “Holy Trinity” อย่าง AP ยอมลงมาเล่นในสนามของ Swatch ครั้งนี้ ถือเป็นเดิมพันที่กล้าหาญมากจริงๆ มันไม่ใช่แค่การขายนาฬิกา แต่เป็นการประกาศว่า “ความหรูหราไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อ” แม้จะมีเสียงวิจารณ์จากนักสะสมสายอนุรักษนิยมที่อาจจะรับไม่ได้กับการเห็น Royal Oak ในร่างพลาสติก (Bioceramic) แต่เชื่อเถอะว่าในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ หน้าร้าน Swatch จะต้องมีคนต่อแถวรอคิวเป็นเจ้าของอย่างถล่มทลายแน่ๆ เพราะนี่คือโอกาสเดียวที่คุณจะได้ครอบครอง “ส่วนเสี้ยว” ของตำนาน Royal Oak ในราคาที่จับต้องได้และสนุกที่สุดเท่าที่เคยมีมา 

นอกจากนี้ แฟนๆ บางส่วนยังให้ความเห็นและคาดเดากันไปอีกว่า ความสนุกน่าจะยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เพราะด้วยโครงสร้างแบบโมดูลาที่เป็นจุดเด่น น่าจะมีการคอลแลบกับ Accessories อื่นๆ ตามมาในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสายคล้องคอดีไซน์พิเศษ หรือตัวเคส (Frame) หลากสไตล์ออกมาให้เราได้มิกซ์แอนด์แมตช์กันสนุกกว่าเดิมแน่ๆ

แล้วทุกคนล่ะคิดเห็นยังไงกับปรากฏการณ์ Royal Pop ครั้งนี้? ใครเล็งสีไหนไว้ หรืออยากให้มี Accessories อะไรออกมาเล่นบ้าง มาแชร์ความเห็นกันได้เลย

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: Bioceramic ทรงแปดเหลี่ยม (Royal Oak DNA) โครงสร้างแบบ Modular ถอดเปลี่ยนได้
  • หน้าปัด: ดีไซน์ป๊อปอาร์ต มีให้เลือกทั้งแบบ Lépine (เปิดหน้า) และ Savonnette (มีฝาปิด)
  • ฟังก์ชัน: แสดงเวลาแบบ 2 เข็ม (ชั่วโมง และนาที) สวมใส่ได้ทั้งแบบห้อยคอและนาฬิกาพก
  • กลไก: SISTEM51 แบบขึ้นลานด้วยมือ (Hand-Winding) เพื่อโชว์ลวดลายด้านหลังกลไกแบบเต็มตา
  • สาย: สายคล้อง (Cord/Chain) ปรับเปลี่ยนได้ 3 ระดับความยาว

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
The Royal Pop? เมื่อ Audemars Piguet อาจจะเลือกทิ้งความเคร่งขรึม เพื่อเดิมพันกับความสนุกที่โลกต้องจับตาว่าอะไรจะเกิด!!
The Vintage Renaissance: เมื่อ ‘อดีต’ คือการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกนาฬิกา
Girard-Perregaux Laureato Chronograph 42mm Chocolate การกลับมาของไอคอนิกยุค 70s ในเฉดสีช็อกโกแลตสุดหรู

Share post:

More like this

Baltic × SpaceOne Seconde Majeure: เมื่อมิตรภาพจากปารีส เปลี่ยนเส้นขนานทางดีไซน์ให้มาบรรจบกัน

ผลงานเรือนเวลาที่นำพาสองโลกแห่งการดีไซน์มาพบกัน การร่วมมือกัน (Collaboration) ในโลกของอุตสาหกรรมนาฬิกา หรือแม้แต่มนอุตสาหกรรมใด ๆ มักจะถูกคำนวนและวางแผนมาอย่างดีเสมอในฐานะกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ แต่สำหรับโปรเจกต์...

The Royal Pop? เมื่อ Audemars Piguet อาจจะเลือกทิ้งความเคร่งขรึม เพื่อเดิมพันกับความสนุกที่โลกต้องจับตาว่าอะไรจะเกิด!!

เมื่อแบรนด์ระดับ Holy Trinity อย่าง AP อาจเลือกทิ้งความเคร่งขรึมเพื่อเล่นกับสีสันสไตล์ Pop Art นี่คือการปรับตัวเข้าหายุคสมัย หรือเป็นก้าวที่เสี่ยงเกินไปสำหรับมนต์ขลังของ Royal Oak?

NAOYA HIDA × THE ARMOURY TYPE 4A-2 เมื่อความเงียบเชียบของงานดีไซน์ ถูกแทนที่ด้วย ความเคลื่อนไหวของงานแกะสลักระดับมาสเตอร์พีซ

จากความเรียบง่ายสู่ภาพลักษณ์ที่มีชีวิต Naoya Hida จับมือ The Armoury เผยโฉม Type 4A-2 “Floating Feathers” งานแกะสลักระดับมาสเตอร์พีซที่เปลี่ยนความแข็งกร้าวของโลหะให้กลายเป็นความพริ้วไหวของขนนก

The Vintage Renaissance: เมื่อ ‘อดีต’ คือการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกนาฬิกา

เมื่อแบรนด์นาฬิกาแข่งกันว่าใครจะสามารถ ‘เล่าเรื่องอดีต’ ได้ร่วมสมัยที่สุด  Words: Chanist Prasertburanakul เมื่อเราก้าวเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020 โลกนาฬิกาได้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Reverse...