SLIM D’HERMÈS Faubourg of Dreams สัมผัสโลกแห่งความฝันที่โบยบินบนข้อมือ

Date:

Slim d’Hermès Faubourg of Dreams ถ่ายทอดมุมมองศิลปะแห่งกาลเวลา พร้อมปลดปล่อยห้วงจินตนาการลงบนข้อมือ

ในโลกที่กาลเวลาถูกกำหนดอย่างชัดเจน นาฬิกาได้ก้าวข้ามบทบาทผู้บอกเวลาไปไกลกว่านั้น กลายเป็นพื้นที่แห่งการถ่ายทอดจินตนาการและความรู้สึก Slim d’Hermès Faubourg of Dreams เชื้อเชิญให้เราสำรวจพรมแดนแห่งความฝัน สู่จักรวาลที่วัตถุหลากหลายโบยบินอย่างอิสระไร้น้ำหนัก เรื่องราวอันน่าทึ่งนี้ถูกบันทึกไว้บนหน้าปัดอันประณีตผ่านทักษะงานฝีมือชั้นสูง เรือนเวลานี้จึงเหมือนประตูสู่โลกแห่งมิติฝัน ที่ซึ่งความงาม ความละเอียดอ่อน และความคิดสร้างสรรค์มารวมกันอยู่บนข้อมือของเรา

เส้นทางแห่งกำเนิด จิตวิญญาณแห่ง Slim d’Hermès

Slim d’Hermès ถือกำเนิดขึ้นในปี 2015 โดย Philippe Delhotal สะท้อนแก่นแท้ของแอร์เมสไว้อย่างสมบูรณ์แบบ มันคือการผสานที่ลงตัวระหว่างความเรียบง่ายที่มั่นคงกับความสง่างามอันละเอียดลออ ด้วยรูปทรงที่บริสุทธิ์ สะอาดตา และคงความร่วมสมัย ชวนให้นึกถึงสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ที่เน้นย้ำความสมดุลและความสุขุม แต่ก็เปิดกว้างสำหรับการแสดงออกทางศิลปะได้อย่างไร้ขีดจำกัด

สำหรับรุ่น Faubourg of Dreams นี้ เป็นการนำลวดลายอันโด่งดังจากผ้าพันคอไหมในชื่อเดียวกัน มาตีความใหม่บนหน้าปัดนาฬิกา การบรรจบกันของสองผลงานสร้างสรรค์นี้ ไม่ใช่เพียงการนำเสนอซ้ำ เพราะนี่คือการเปิดเรื่องราวบทใหม่ ชักชวนให้เราดำดิ่งสู่โลกแห่งจินตนาการของแอร์เมส ความรู้สึกของการล่องลอย ความใฝ่ฝัน และอิสรภาพ จึงถูกหลอมรวมอยู่ในเรือนเวลาขนาดเล็กนี้ เปรียบเสมือนแคปซูลที่พร้อมจะพาเราทะยานสู่ห้วงอวกาศแห่งความคิดสร้างสรรค์

หน้าปัดแห่งความมหัศจรรย์ กับการผสานโลกศิลปะ

งานศิลปะบนหน้าปัดของ Slim d’Hermès Faubourg of Dreams ดึงดูดสายตาด้วยมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหล Stuart Patience ศิลปินผู้มากฝีมือ ได้ใช้ปลายดินสออันเฉียบคมหลอมรวมโลกแห่งความจริงกับจินตนาการเข้าไว้ด้วยกันอย่างลึกซึ้ง เขาพลิกโฉมร้าน Hermès อันเป็นสัญลักษณ์ ณ ถนน 24 Faubourg Saint Honoré ในกรุงปารีส ให้กลายเป็นยานอวกาศแห่งความใคร่รู้ ที่พร้อมนำพาเราออกสำรวจขอบฟ้าอันกว้างใหญ่

นาฬิกาเรือนนี้โดดเด่นด้วยการผสมผสานอันน่าทึ่งระหว่าง สองทักษะเชิงศิลป์ ที่หาชมได้ยากยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพย่อส่วน และการแกะสลักบนชิ้นส่วนที่นำมาประดับ มอบมิติอันลุ่มลึกให้กับภาพที่ปรากฏบนหน้าปัด ลองจินตนาการถึงแผ่นดิสก์อะเวนจูรีน ซึ่งเป็นดั่งฐานของจักรวาลขนาดจิ๋ว ส่องประกายระยิบระยับด้วยเกล็ดทองคำที่ประดับอย่างวิจิตร ดุจดวงดาวนับล้านที่กระพริบระยับ ในขณะที่ภาพของดาวเคราะห์และดวงดาวที่ถูกวาดด้วยมืออย่างประณีตก็ปรากฏอยู่บนพื้นผิวราวกับกำลังลอยละล่องอยู่จริง

เหนือขึ้นไปคือวงแหวนกระจกแซฟไฟร์ที่เผยภาพวัตถุหลากหลายอันน่าพิศวง ราวกับกำลังโบยบินอยู่กลางเวหา กระเป๋าที่เปิดอ้าออก สัญลักษณ์แห่งการเดินทางและอิสรภาพ เกือกม้า ซึ่งอาจสื่อถึงโชคลาภหรือการผจญภัย ไปจนถึงหูฟังโทรศัพท์และโทรศัพท์มือถือ อันเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงและการสื่อสาร วัตถุเหล่านี้ล้วนรังสรรค์ขึ้นด้วยปลายพู่กันที่ละเอียดอ่อนที่สุด บนฉากหลังที่ถ่ายทอดด้วยโทนสีที่ตัดกันอย่างงดงามระหว่างสีเหลืองและสีน้ำเงินเข้ม สร้างความรู้สึกของความลึกและความลึกลับที่ชวนค้นหา

ท่ามกลางห้วงอวกาศแห่งจินตนาการนี้ ม้าสีเงินสง่างามผงาดขึ้นอย่างโดดเด่น โดยเป็นการแกะสลักอย่างปราณีตบรรจงเพื่อถ่ายทอดมิติของเหลี่ยมมุมอันซับซ้อน รวมถึงการย้อมสีที่เชื่อมโยงกับขั้นตอนการสลักร่องลาย ม้าตัวนี้เป็นดั่งสัญลักษณ์ของแอร์เมสที่กำลังทะยานอย่างอิสระ ไร้ขีดจำกัด โดยถูกประดับไว้บนศูนย์กลางของหน้าปัดอย่างกลมกลืน บริเวณอกของม้าบรรจุเข็มชี้ชั่วโมงและนาทีทรงบาตองสองเข็ม ซึ่งบอกเวลาได้อย่างแม่นยำ ขับเคลื่อนด้วยกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติ H1950 อันเป็นหัวใจสำคัญที่มอบชีวิตให้กับเรือนเวลานี้ กลไกซับซ้อนนี้ติดตั้งอยู่ในตัวเรือนไวท์โกลด์ของ Slim d’Hermès ที่เปล่งประกายความหรูหราอย่างไม่โอ้อวด และปิดท้ายด้วยสายหนังจระเข้สีเทากราไฟท์ หรือ สีน้ำเงินเข้ม (Bleu Abysse) ซึ่งแสดงออกถึงงานหัตถศิลป์ด้านเครื่องหนังอันเชี่ยวชาญของแอร์เมสได้อย่างสมบูรณ์แบบ นาฬิการุ่นพิเศษนี้ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 24 เรือน ทั่วโลก ทำให้เป็นชิ้นงานที่ทรงคุณค่าและเป็นที่ปรารถนายิ่ง

เวลาแห่งความสุขจาก Hermès

สำหรับ Hermès แล้ว เวลานอกเหนือจากการวัดค่า หรือการควบคุม คือการสำรวจห้วงเวลาอีกมิติหนึ่ง ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึก เปิดม่านสู่สิ่งใหม่ๆ และสร้างพื้นที่แห่งความเป็นธรรมชาติและความสุขอย่างแท้จริง Slim d’Hermès Faubourg of Dreams จึงเป็นมากกว่านาฬิกา มันคือชิ้นงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยศิลปินผู้มากฝีมือ เพื่อเป็นดั่งเพื่อนคู่ใจสำหรับผู้สวมใส่ ทั้งในด้านประโยชน์ใช้สอยและความงดงาม ผลลัพธ์จากทักษะความเชี่ยวชาญที่หาได้ยากยิ่งนี้ ทำให้ผลงานชิ้นนี้เปี่ยมล้นด้วยชีวิตชีวาที่เหนือความคาดหมาย เปลี่ยนชีวิตประจำวันให้เป็นดั่งสนามเด็กเล่น ที่ทุกขณะเวลากลายเป็นช่วงเวลาอันแสนพิเศษ เป็นความสุขที่เราสามารถประดับไว้บนข้อมือ เป็นส่วนหนึ่งของจินตนาการที่เราสามารถสัมผัสได้ในทุกวินาที

ข้อมูลทางเทคนิค

  • ชื่อรุ่น: Slim d’Hermès Faubourg of Dreams (รุ่นผลิตจำนวนจำกัด 24 เรือน)
  • ตัวเรือน: ไวท์โกลด์ ทรงกลม ขนาด 39.5 มม. กระจกหน้าปัดและฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบกันแสงสะท้อน กันน้ำได้ 3 บาร์ (30 เมตร)
  • หน้าปัด: ตกแต่งด้วยงานวาดภาพย่อส่วนบนกระจกแซฟไฟร์และอะเวนจูรีน พร้อมโครงสร้างสตีลแบบนำมาประดับ
  • กลไก: Manufacture Hermès H1950 จักรกลไขลานอัตโนมัติ สร้างสรรค์ในสวิตเซอร์แลนด์ เส้นผ่านศูนย์กลาง 30 มม. หนา 2.6 มม. สำรองพลังงาน 48 ชั่วโมง ความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง (3 เฮิรตซ์)
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที
  • สาย: หนังจระเข้สีกราไฟท์ หรือหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้ม (Bleu Abysse)

บทความอื่นที่น่าสนใจ:
การออกแบบที่ไม่เหมือนใคร กับนาฬิกา ARCEAU Rocabar จาก Hermès
เปิดโลก Hermès Arceau Locomotion ผ่านนาฬิกาศิลปะแห่งจินตนาการจาก Ugo Bienvenu

Share post:

More like this

HYT Conical Tourbillon Midnight Blue เมื่อนวัตกรรมกลศาสตร์ของเหลวผสานความเลอค่าของทองคำ 5N ที่มีเพียง 8 เรือนทั่วโลก

HYT เผยโฉม Conical Tourbillon Midnight Blue นวัตกรรมไฮโดรเมคานิกส์ระดับไฮเอนด์ที่จับคู่ตัวเรือนทองคำ 5N เข้ากับไทเทเนียม DLC สีดำ ขับเน้นระบบของเหลวสีฟ้าและทูร์บิยองทรงกรวย ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนทั่วโลก

LOUIS MOINET MEMORIS DIAMONDS เผยโฉมนาฬิกาโครโนกราฟระดับไฮจิวเวลรี ลิมิเต็ดอิดิชันผลิตเพียงรุ่นละ 12 เรือนทั่วโลก

Louis Moinet เปิดตัว Memoris Diamonds เรือนเวลาโครโนกราฟไอคอนิกในตัวเรือน Red Gold 18K และ Titanium Grade 5 ที่โดดเด่นด้วยการเผยกลไกโครโนกราฟบนหน้าปัด ผสานการประดับเพชร VVS และไพลินสีน้ำเงินสุดประณีต

Franck Muller ถ่ายทอดความรักผ่าน 3 นาฬิกาสุดประณีต ต้อนรับเทศกาลวันแม่

สัมผัสความประณีตของ 3 เรือนเวลาไอคอนิกจาก Franck Muller ทั้ง Cintrée Curvex Gatsby, Crazy Hours x JISBAR และ Curvex CX Silhouette ที่สะท้อนคุณค่า ความตั้งใจ และความรักอันไร้กาลเวลาเนื่องในโอกาสวันแม่

หรูหรา คลาสสิก ยืดหยุ่นกว่าที่เคย กับ Baltic Aquascaphe MK2 เรือนเวลาดำน้ำสายวินเทจที่กลับมาพร้อมฟังก์ชั่นวันที่

Baltic เปิดตัว Aquascaphe MK2 รุ่นอัปเกรด เพิ่มฟังก์ชั่นวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาอย่างลงตัว มาพร้อมตัวเรือน 2 ขนาด (37 มม. และ 39.5 มม.) 4 เฉดสีหน้าปัด และสายที่เลือกแมตช์ได้หลากหลาย ตอบโจทย์นาฬิกาดำน้ำสไตล์วินเทจร่วมสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ