เผยเบื้องลึก Breitling Chronomat Haaland สัมผัสความพิเศษที่กลั่นจากหินอุกกาบาตและจิตวิญญาณแห่งชัยชนะ

Date:

Chronomat Haaland เมื่อความแม่นยำแห่งกลไก ผสานชิ้นเสี้ยวแห่งดาวฤกษ์ สู่การนิยามนิยามสไตล์อันเหนือระดับ

Breitling (ไบรท์ลิง) ผู้นำด้านนาฬิกาสุดหรู สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกที่ผสานความล้ำค่าจากอวกาศเข้ากับจิตวิญญาณของนักฟุตบอลระดับโลกอย่าง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ (Erling Haaland) เปิดตัวคอลเลกชัน Erling Haaland Signature Chronomat นาฬิกาที่เป็นสัญลักษณ์ของความพิเศษและความสำเร็จที่ไม่เหมือนใคร

Chronomat ผนึกพลังจักรวาลบนข้อมือ

การร่วมมือกันระหว่าง Breitling และ Erling Haaland ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นผลงานที่เหนือความคาดหมาย นั่นคือ Erling Haaland Signature Chronomat นาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชัน 2 รุ่น ที่โดดเด่นด้วยหน้าปัดที่รังสรรค์จาก หินอุกกาบาต ชิ้นส่วนจากห้วงอวกาศอันไกลโพ้น ทำให้แต่ละเรือนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ต่างจากนักฟุตบอลผู้เป็นตำนานคนนี้ นอกจากนี้ ยังมีรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษสุดหายาก สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อฮาลันด์และคนใกล้ชิดของเขาโดยเฉพาะ

ความล้ำค่าจากห้วงอวกาศ ผสานสไตล์ของดาวเด่น

แบรนด์ยังคงตอกย้ำความตั้งใจในการผสานวัสดุอันเป็นเลิศเข้ากับสุดยอดนักกีฬา โดยคอลเลกชันนี้เป็นผลงานการออกแบบร่วมกับเออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ประกอบด้วยนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชัน 2 รุ่น ได้แก่ Chronomat Automatic GMT 40 ซึ่งมีตัวเรือนสเตนเลสสตีลและแพลตตินัม ผลิตเพียง 500 เรือน และ Chronomat B01 42 ที่มาพร้อมตัวเรือนทองคำแดง 18k ผลิตเพียง 250 เรือน หัวใจสำคัญของทั้งสองรุ่นคือ หน้าปัดอุกกาบาต ซึ่งหมายความว่าไม่มีนาฬิกาสองเรือนใดที่จะเหมือนกัน

Chronomat B01 42
Chronomat Automatic GMT 40

ฮาลันด์มีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในทุกขั้นตอนการออกแบบ ตั้งแต่การเลือกสรรค์รุ่น Chronomat ไปจนถึงการเลือกหน้าปัดที่มาจากนอกโลกและวัสดุตัวเรือน โดยเขาได้กล่าวว่า “ผมต้องการอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนใคร Chronomat นั้นลงตัวพอดี มันดูสะอาดตา เป็นโลหะทั้งหมดหรือมาพร้อมสายยาง ซึ่งช่วยให้คุณโดดเด่นด้วยหน้าปัด และหินอุกกาบาตทำให้แต่ละเรือนแตกต่างกัน คุณจะไม่มีทางเห็นนาฬิกาเรือนเดียวกันบนข้อมือของใครอีก” Georges Kern (จอร์จส์ เคิร์น) ซีอีโอของ Breitling ได้กล่าวเสริมว่า “เออร์ลิ่งเล่นเหมือนมาจากดาวเคราะห์ดวงอื่น ดังนั้นเมื่อเราพูดถึงวัสดุ หน้าปัดหินอุกกาบาตจึงลงตัวที่สุด มันเป็นนาฬิกาที่ทรงพลังและมีเอกลักษณ์ไม่แพ้ตัวเขา”

Chronomat ไอคอนแห่งความแม่นยำ พร้อมรายละเอียดจากจักรวาล

Chronomat เปิดตัวครั้งแรกในปี 1983 ถือเป็นการกลับมาของ Breitling ในยุคที่นาฬิกาควอตซ์ครองตลาด โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาที่สร้างขึ้นสำหรับทีมบินผาดโผน Frecce Tricolori ของอิตาลี Chronomat โดดเด่นด้วยสัดส่วนที่แข็งแกร่ง ขอบหน้าปัดแบบหมุนได้พร้อมหมุดยึดสี่จุด และสาย Rouleaux ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

รุ่น Chronomat Automatic GMT 40 Erling Haaland

นาฬิกา Haaland Signature ทั้งสองรุ่นยังคงยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่งความเป็นเลิศทางเทคนิคและรูปลักษณ์ที่โดดเด่น สำหรับ Chronomat Automatic GMT 40 Erling Haaland นั้น โดดเด่นด้วยหน้าปัดอุกกาบาตในตัวเรือนสเตนเลสสตีลพร้อมขอบหน้าปัดแพลตตินัม เข็ม GMT สีทองแดง และอักษรย่อของฮาลันด์บนเข็มวินาทีกลาง ฝาหลังสลักคำว่า “ONE OF 500” และ “ERLING HAALAND 9” ล้อมรอบด้วยภาพสลักของฮาลันด์ในท่าฉลองการทำประตูอันเป็นเอกลักษณ์ สามารถเลือกจับคู่กับสาย Rouleaux สเตนเลสสตีลคลาสสิก หรือสายยาง Rouleaux สีดำได้

Chronomat B01 42 Erling Haaland

ในส่วนของ Chronomat B01 42 Erling Haaland ยกระดับความหรูหราด้วยตัวเรือนทองคำแดง 18k หน้าปัดอุกกาบาต และหน้าปัดย่อยโครโนกราฟสีดำ ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก Breitling Manufacture Caliber 01 ให้พลังงานสำรอง 70 ชั่วโมง มองเห็นได้ผ่านฝาหลังแซฟไฟร์คริสตัลที่สลักคำว่า “ONE OF 250” และหมายเลข 9 ของฮาลันด์ นอกจากนี้ยังมีอักษรย่อของฮาลันด์บนเข็มวินาทีกลางของโครโนกราฟ และมีให้เลือกทั้งสายยางสีดำหรือสาย Rouleaux ทองคำแดง 18k

ส่วนรุ่นที่พิเศษสุดๆ อย่าง “ONE OF 5” ถูกสร้างขึ้นเพื่อฮาลันด์และคนใกล้ชิดของเขาโดยเฉพาะ ตัวเรือนทองคำแดง 18k พร้อมหน้าปัดอุกกาบาต ฝาหลังแบบใสเผยให้เห็นกลไก Breitling Manufacture Caliber 01 และการสลักชื่อและหมายเลขเสื้อของเขาที่ด้านข้างตัวเรือนอย่างประณีต ฝาหลังยังแสดงภาพฮาลันด์ในท่า Lotus ซึ่งเป็นท่าฉลองการทำประตูของเขา ถือเป็นเครื่องบรรณาการส่วนตัวสำหรับเส้นทางอันรุ่งโรจน์ของเขา นาฬิการุ่นนี้จะไม่มีวางจำหน่ายต่อสาธารณะ

นาฬิกาทุกรุ่นมาพร้อมกล่องไม้ที่สวยงาม พร้อมจดหมายขอบคุณพร้อมลายเซ็นจากฮาลันด์ ตอกย้ำถึงความร่วมมืออันเป็นส่วนตัวนี้

ถือกำเนิดจากอวกาศ ด้วยหน้าปัดหนึ่งเดียวในจักรวาล

อุกกาบาต Muonionalusta (มูโอนิโอนาลูสตา) ก่อกำเนิดขึ้นในใจกลางของดาวฤกษ์ที่กำลังจะดับสลายเมื่อกว่า 4.5 พันล้านปีก่อน เป็นหนึ่งในวัสดุที่เก่าแก่ที่สุดที่เคยค้นพบบนโลก อุกกาบาตนี้ตกลงสู่โลกเมื่อเกือบหนึ่งล้านปีก่อน ประกอบด้วยเหล็กและนิกเกิลเป็นหลัก และยังประกอบด้วยธาตุอื่น ๆ เช่น โคบอลต์และซิลิเกตหายากที่ปกติไม่พบในหินบนโลก บางส่วนยังพบสติโชไวต์ (stishovite) แร่ธาตุที่เกิดจากแรงดันสูงระหว่างการชนของอุกกาบาต ซึ่งแทบไม่เคยพบในโลก

ชิ้นส่วนของ Muonionalusta กระจัดกระจายอยู่ทั่วภูมิประเทศที่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งทางตอนเหนือของสวีเดน การค้นพบแต่ละครั้งเป็นเรื่องหายาก และแต่ละชิ้นมาจากแหล่งกำเนิดที่จำกัด

เมื่อนำออกมาแล้ว อุกกาบาตจะถูกหั่นและผ่านกรรมวิธีเพื่อเผยให้เห็น ลวดลาย Widmanstätten (วิดมันสแตทเทน) ซึ่งเป็นโครงสร้างผลึกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากการเย็นตัวลงอย่างช้าๆ ในสุญญากาศของอวกาศ ผลลัพธ์คือลวดลายของแถบที่สอดประสานกัน มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ถือเป็นวัตถุโบราณที่แท้จริงจากระบบสุริยะยุคแรกเริ่ม ถูกเก็บรักษาไว้เหนือกาลเวลา

หน้าปัดแต่ละชิ้นถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยมืออย่างพิถีพิถัน และปรับแต่งให้เข้ากับตัวเรือนได้อย่างลงตัว ผสานรวมกับการประดับดัชนีและเข็มนาฬิกา Breitling นับเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ได้ใช้วัสดุนี้ และผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งอย่างยิ่ง

พรสวรรค์ที่โดดเด่น ไม่มีผู้เล่นคนใดเหมือนฮาลันด์

ตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งแรกในลีกดิวิชันสองของนอร์เวย์เมื่ออายุ 15 ปี จนกระทั่งกลายเป็นกองหน้าผู้ทำลายสถิติของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของเออร์ลิ่ง ฮาลันด์นั้นไม่ธรรมดา สถิติของเขากลายเป็นตำนาน ทั้งการทำแฮตทริกในแชมเปียนส์ลีก ความสำเร็จครั้งสำคัญในบุนเดสลีกา และการคว้าสามแชมป์ประวัติศาสตร์กับซิตี้ในฤดูกาลแรกของพรีเมียร์ลีก

แข็งแกร่ง รวดเร็ว และแม่นยำ ฮาลันด์เป็นตัวแทนของคุณสมบัติที่นิยาม Chronomat ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น สไตล์ที่โดดเด่น ความแม่นยำสูงสุด และความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในทุกช่วงเวลา รวมถึงความเร็วเหนือแสงในสนามของเขา “การได้เห็นนาฬิกาเรือนนี้ถือกำเนิดขึ้นมานั้นเป็นอะไรที่พิเศษมาก” ฮาลันด์กล่าว “หน้าปัด การสลัก อักษรย่อ ทุกรายละเอียดล้วนบอกเล่าเรื่องราวส่วนหนึ่งของผม ผมตื่นเต้นที่ผู้คนจะได้สวมใส่มันและรู้สึกถึงความเชื่อมโยงเดียวกัน”

Breitling Erling Haaland Signature Chronomat จึงเป็นมากกว่านาฬิกา แต่คือการผสมผสานระหว่างงานฝีมืออันประณีตของสวิส ความล้ำค่าจากอวกาศ และจิตวิญญาณแห่งชัยชนะของหนึ่งในนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้ที่ได้ครอบครอง

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Breitling Chronomat Automatic GMT 40 Erling Haaland (ลิมิเต็ดเอดิชัน 500 เรือน)
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 40 มม. พร้อมขอบหน้าปัดแพลตตินัม ฝาหลังสเตนเลสสตีลสลักลายฮาลันด์ กันน้ำลึก 200 เมตร
  • หน้าปัด: หินอุกกาบาต Muonionalusta สีเงิน มีเข็ม GMT สีทองแดง และอักษรย่อของฮาลันด์บนเข็มวินาทีกลาง
  • กลไก: Breitling Caliber 32 (อัตโนมัติ ผ่านการรับรอง COSC) พลังงานสำรองประมาณ 42 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: บอกเวลา (ชั่วโมง นาที วินาที) วันที่ ฟังก์ชัน GMT (บอกเวลาไทม์โซนที่ 2)
  • สาย: มีให้เลือกทั้งสาย Rouleaux สเตนเลสสตีล หรือสายยาง Rouleaux สีดำ
ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Breitling Chronomat B01 42 Erling Haaland (ลิมิเต็ดเอดิชัน 250 เรือน)
  • ตัวเรือน: ทองคำแดง 18k ขนาด 42 มม. ฝาหลังทองคำแดง 18k แบบใส มองเห็นกลไกด้านใน กันน้ำลึก 200 เมตร
  • หน้าปัด: หินอุกกาบาต Muonionalusta สีเงิน พร้อมหน้าปัดย่อยโครโนกราฟสีดำ และอักษรย่อของฮาลันด์บนเข็มวินาทีโครโนกราฟกลาง
  • กลไก: Breitling Manufacture Caliber 01 (อัตโนมัติ ผ่านการรับรอง COSC กลไกโครโนกราฟ Column Wheel) พลังงานสำรองประมาณ 70 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: บอกเวลา (ชั่วโมง นาที วินาทีเล็ก) ฟังก์ชันโครโนกราฟจับเวลา วันที่
  • สาย: มีให้เลือกทั้งสาย Rouleaux ทองคำแดง 18k หรือสายยาง Rouleaux สีดำ

คุณคิดว่าความร่วมมือระหว่างโลกแห่งนาฬิกาชั้นสูงกับวงการกีฬามีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง?

อ่านบทความน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่
Tissot ร่วมเฉลิมฉลอง Tour de France ถ่ายทอดนวัตกรรมผ่านการผสานจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันลงบนข้อมือ
Bell & Ross รังสรรค์เรือนเวลาลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่ผสานกลไกซับซ้อนเข้ากับความงามสง่าของเซรามิกสีดำ

Share post:

More like this

Minerva 3 รุ่นใหม่ สุดยอดกลไกแฮนด์เมดที่มาพร้อมความประณีตในทุกรายละเอียด

งานโอเพ่นเวิร์กอันน่าทึ่ง กลไกสิทธิบัตรใหม่ ไปจนถึงนวัตกรรมไร้เม็ดมะยม สาวกนาฬิการู้กันดีอยู่แล้วว่า แบรนด์ที่ชื่อชั้นเรื่องการผลิตกลไกไม่เป็นรองใครอย่าง Minerva มีจุดแข็งเรื่องกลไกซับซ้อนที่ผลิตด้วยมืออย่างประณีตในทุกรายละเอียด กลไกที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคสูงทุกเรือนของ Minerva ล้วนเป็นผลงานการประกอบสร้างของช่างนาฬิกาเพียงคนเดียวในทุกขั้นตอน...

Bremont x Astrolab Supernova Chronograph เรือนเวลาที่ต้องผ่านบททดสอบระดับโหด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่กลายเป็นขยะอวกาศ

Bremont สลัดคราบนาฬิกาวินเทจทิ้งไปจนหมดสิ้น พร้อมพุ่งตัวสู่อวกาศด้วย Supernova Chronograph ที่ผ่านบททดสอบระดับมหาโหดเพื่อร่วมภารกิจบนดวงจันทร์กับ Astrolab นี่ไม่ใช่แค่รุ่นลิมิเต็ดเกาะกระแส แต่คืองานวิศวกรรมที่พร้อมเผชิญแรงสั่นสะเทือนและฝุ่นดวงจันทร์บนตัวเรือนเหล็ก 904L ที่คมคายที่สุดในพ.ศ. นี้

Louis Moinet ส่ง 4 รุ่นใหม่ เป็นตัวแทนต่อยอดมรดกของแบรนด์ในบริบทร่วมสมัย ภายในงาน Watches and Wonders 2026 

1816 สองรุ่นเพื่อสดุดีนาฬิกาโครโนกราฟเรือนแรก Time to Race รุ่นใหม่ และ Skydance นาฬิกาสุภาพสตรีที่หลายคนรอคอย  ปี...

Arnold & Son เผยโฉมทูร์บิญองรุ่นบางเฉียบ Ultrathin Tourbillon Onyx Edition อีกหนึ่งรุ่นในงาน Watches and Wonders 2026  

ทรงพลังด้วยหน้าปัดหินออนิกซ์เนื้อแมตต์ มาในสองวัสดุเรดโกลด์ 5N และแพลตินัม หลังจากเผยโฉม HM Pietersite นาฬิกาหน้าปัดหินแร่หายากมาเป็นทีเซอร์ก่อนเริ่มต้นเข้าสู่งาน Watches...