Breitling เชิดชูเกียรติ ‘เอ็ดดี้ เมิกซ์’ ราชาแห่งจักรยาน ผ่านเรือนเวลารุ่นพิเศษ Top Time B01

Date:

Breitling Top Time B01 Eddy Merckx นาฬิการุ่นพิเศษฉลองราชาจักรยาน 525 เรือนทั่วโลก

สำหรับคอมมูนิตี้สองล้อ ชื่อของ Eddy Merckx (เอ็ดดี้ เมิกซ์) ไม่ใช่แค่ระดับตำนาน แต่เขาคือ GOAT (Greatest of All Time) ตลอดกาลของวงการนี้อย่างแท้จริง ตลอดเส้นทางอาชีพตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1960 ถึงปลายปี 1970

ยอดนักปั่นชาวเบลเยียมคนนี้ได้สร้างสถิติสุดมหัศจรรย์ที่ดูยังไงก็แทบเป็นไปไม่ได้ และยังคงไม่มีใครทำลายได้จนถึงยุคปัจจุบัน ด้วยผลงานการคว้าชัยชนะรวมถึง 525 ครั้ง, แชมป์แกรนด์ทัวร์ 11 สมัย, แชมป์โลก 3 สมัย และถ้วยรางวัลจากรายการระดับมอนูเมนต์คลาสสิกอีก 19 ครั้ง

Eddy Merckx

ประจวบเหมาะกับการเปิดฉากสัปดาห์แห่ง Tour de France 2026 การแข่งขันจักรยานทางไกลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประจำปี ณ เมืองบาร์เซโลนา ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 นี้ Breitling จึงได้ถือโอกาสเผยโฉม Top Time B01 Eddy Merckx เพื่อเชิดชูเกียรติและสืบสานตำนานอันยิ่งใหญ่ของ เอ็ดดี้ เมิกซ์

โดยนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นผลิตจำกัด (Limited Edition) เรือนนี้ ถือเป็นภาคต่อจากรุ่น Top Time Coppi และ Top Time Bartali เมื่อปีที่แล้ว ที่เคยออกมาอุทิศให้แก่ Fausto Coppi และ Gino Bartali สองตำนานนักปั่นชาวอิตาลีคู่ปรับตลอดกาลแห่งยุคหลังสงครามโลก

หากย้อนกลับไปในทศวรรษ 1960 ยุคของ Willy Breitling คอลเลกชัน Top Time ได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะไลน์นาฬิกาโครโนกราฟที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว สะท้อนถึงความเร็ว สไตล์ และจิตวิญญาณของยุคสมัยได้อย่างชัดเจน จึงไม่มีคอลเลกชันไหนจะเหมาะไปกว่านี้อีกแล้วในการนำมาสร้างสรรค์เพื่ออุทิศให้แก่ เอ็ดดี้ เมิกซ์ ยอดนักปั่นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬา เจ้าของฉายา “The Cannibal” (จอมเขมือบ) ที่ได้มาเพราะความกระหายในชัยชนะแบบไม่เคยปรานีใคร

นอกจากนี้ ดีเอ็นเอระหว่าง Breitling กับวงการจักรยานยังหยั่งรากลึกเกินกว่าที่คุณคิด เพราะยาวนานก่อนที่ Top Time จะเปิดตัว แบรนด์ได้ผลิตอุปกรณ์จับเวลาที่มีความแม่นยำสูงเพื่อรองรับโลกแห่งการแข่งขันกีฬามาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 รวมถึงนาฬิกาจับเวลาสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ และภายในทศวรรษ 1930 Breitling ก็ได้ก้าวขึ้นมาพัฒนาอุปกรณ์จับเวลาที่ใช้ในการแข่งขันจักรยานอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

Top Time B01 Eddy Merckx

มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 41 มม. แมตช์คู่กับปุ่มกดจับเวลาทรงหัวเห็ด (Mushroom Pushers) ย้อนยุค โดดเด่นกระแทกตาด้วยหน้าปัดสีเหลืองสด ซึ่งตั้งใจสื่อถึง “เสื้อสามารถสีเหลือง” (Yellow Jersey) ของผู้นำเวลารวมในรายการ Tour de France ตัดด้วยหน้าปัดย่อยจับเวลาสีเงินทรงสี่เหลี่ยมมน หรือ “Squircle” อันเป็นเอกราชของ Breitling พร้อมเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova ที่เข็มชั่วโมงและนาทีช่วยให้ระบุเวลาได้ชัดเจนในทุกสภาวะแสง

ลูกเล่นรอบหน้าปัดตรงสเกล Tachymeter ก็เท่ไม่เบา เพราะถูกแทนที่ข้อความ Units Per Hour เดิม ด้วยชื่อ Eddy Merckx ในโทนสีส้มแมนดารินสุดจี๊ด และเช่นเดียวกับรุ่น Coppi และ Bartali หน้าปัดที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาได้รับการประทับลายเซ็นของเขาเอาไว้ด้วย ส่วนฝาหลังกระจกแซฟไฟร์สลักข้อความ “Eddy Merckx Tribute” และตัวเลข “One of 525” เพื่อตอกย้ำถึงจำนวนแชมป์ทั้งหมดในชีวิตนักปั่นระดับพระกาฬของเขา

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังระดับท็อปอย่างกลไกอินเฮาส์ Breitling Manufacture Caliber 01 กลไกโครโนกราฟอัตโนมัติที่มาพร้อมระบบควบคุมแบบคอลัมน์วีล (Column Wheel) และระบบส่งกำลังเวอร์ติคัลคลัตช์ (Vertical Clutch) การันตีความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ผ่านการรับรองจาก COSC พร้อมสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 70 ชั่วโมง โดยตัวเรือนมาพร้อม 2 ออปชันสุดคลาสสิกให้เลือกแมตช์ ไม่ว่าจะเป็นสายหนังวัวฉลุรู (Perforated) สีดำเย็บตะเข็บขาว หรือสายถักสเตนเลสสตีล (Mesh Bracelet) เพื่อคงจิตวิญญาณความวินเทจอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Top Time ไว้อย่างครบถ้วน

Breitling Top Time B01 Eddy Merckx
รายละเอียดทางเทคนิค
  • กลไก: กลไกอินเฮาส์อัตโนมัติโครโนกราฟ Breitling Manufacture Caliber 01, ได้รับการรับรองความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์จาก COSC, สำรองพลังงาน 70 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง, นาที, วินาทีเปิดย่อย (Small Seconds) และระบบจับเวลาโครโนกราฟ (Chronograph)
  • ตัวเรือน: วัสดุสเตนเลสสตีล ขนาด 41.0 มิลลิเมตร ความหนา 13.30 มิลลิเมตร, ประสิทธิภาพการกันน้ำ 100 เมตร (10 บาร์)
  • หน้าปัด: พื้นหน้าปัดสีเหลืองสด พร้อมวงหน้าปัดย่อยจับเวลาสีเงิน
  • สายนาฬิกา: สายหนังวัวคาล์ฟสกินสีดำฉลุรูพร้อมตัวล็อกแบบบานพับ (Folding Clasp) หรือสายถักสเตนเลสสตีลพร้อมตัวล็อกแบบปีกผีเสื้อ (Butterfly Clasp)
  • จำนวนการผลิต: ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 525 เรือนทั่วโลก

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

Blancpain ขยายคอลเลกชัน Villeret ด้วยขนาดใหม่ที่เปิดพื้นที่ให้เดรสวอทช์คลาสสิกเข้าถึงผู้สวมใส่ได้หลากหลายขึ้น
ฉลอง 225 ปี ทูร์บิญอง Breguet ปล่อยนาฬิกาชิ้นโบแดง 4 เรือนรวด สะเทือนวงการไฮเอนด์ 
บอกลาความหนาเทอะทะและสายที่ไม่พอดีข้อมือไปได้เลย เพราะนี่คือการแก้เกมครั้งใหญ่ของ Grand Seiko ที่แฟนๆ ทั่วโลกเคยบ่น 

Share post:

More like this

Longines แต้มสีฟ้าลงบนหน้าปัดที่เคยเคร่งขรึม ในรุ่น Conquest Heritage Central Power Reserve

เมื่อ Longines พาเรือนเวลาวินเทจปี 1959 ข้ามเวลามาจับคู่กับหน้าปัดสีฟ้าอ่อนโอพาลีน ละทิ้งความเคร่งขรึมแล้วแทนที่ด้วยความขี้เล่นของกลไกดิสก์บอกพลังงานสำรองกึ่งกลางหน้าปัดที่ขยับตำแหน่งไปตามการขึ้นลาน

Hublot เปิดคอลเลกชันฤดูร้อน 2026 ด้วยเซรามิกเฉดสีพาสเทล ที่ดูผ่อนคลายขึ้นแต่ยังคงความซับซ้อนเชิงกลไกไว้ครบถ้วน

Hublot เปิดตัวคอลเลกชันฤดูร้อน 2026 ผ่านนาฬิกาเซรามิก 6 รุ่นใหม่ที่ผสมผสานเฉดสีพาสเทลและโมโนโครมเข้ากับกลไกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Unico Chronograph ไปจนถึง Tourbillon พร้อมสะท้อนอีกมุมของงานวัสดุศาสตร์ที่สวมใส่ง่ายขึ้น

Parmigiani Fleurier อวดโฉม Tonda PF Sport Chronograph Ultra Cermet ด้วยหน้าปัด Mineral Blue

นิยามใหม่ของนาฬิกาสปอร์ตไฮเอนด์! Parmigiani Fleurier ส่ง Tonda PF Sport Chronograph ตัวเรือนวัสดุล้ำอนาคต Ultra-Cermet มาในเฉดสีใหม่ Mineral Blue ที่ผสานความดุดันเข้ากับความสดใสสไตล์ซัมเมอร์ พร้อมขุมพลังกลไกความถี่สูง

เมื่อความสมบูรณ์แบบระดับพิพิธภัณฑ์มาอยู่บนข้อมือ นี่คือ Greubel Forsey “Balancier QM” นิยามใหม่ของศาสตร์การขัดแต่งด้วยมือ

พาชมรายละเอียด Greubel Forsey Balancier QM ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 39.60 มม. รุ่นแรกที่มาพร้อมมาตรฐานงานตกแต่งด้วยมือระดับพิเพิธภัณฑ์ Qualité Musée และแฮร์สปริงแบบอินเฮาส์ ผลิตจำกัดเพียง 33 เรือน