ARCEAU Rocabar de rire ศิลปะการเล่าเรื่องผ่านการสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดด้วยนาฬิกาที่สะท้อนความขี้เล่นและหรูหรา
ในโลกของนาฬิกาหรู เรามักจะเห็นดีไซน์ที่สะท้อนถึงความหรูหราและความประณีตในทุกๆ รายละเอียด แต่บางครั้งก็มีการออกแบบที่ทำให้เราหยุดและยิ้มออกมาได้ เช่นเดียวกับนาฬิกาอาร์โซ (Arceau) รุ่น Rocabar ที่ทำให้เราเห็นภาพม้าแสนขี้เล่นได้อย่างชัดเจน ภายใต้การออกแบบที่สวยงาม ที่ยังเป็นการเล่าเรื่องผ่านเทคนิคสุดสร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร ด้วยการนำเสนอลายขนม้า งานแกะสลักละเอียด และการวาดภาพย่อส่วนที่ถ่ายทอดความเป็นม้าในแบบที่เราคาดไม่ถึง การใส่ลูกเล่นเข้าไปเป็นการสร้างโลกใหม่ที่เราอยากจะเข้าไปสำรวจ
นาฬิกาอาร์โซ Rocabar นั้นเป็นนาฬิกาหรูที่สวมใส่ได้ในทุกวัน เป็นหนึ่งในเรือนเวลาที่มีการเล่าเรื่องที่พาดผ่านสัญลักษณ์แห่งความสง่างามที่ถูกตีความใหม่อย่างสร้างสรรค์จนทุกๆ ครั้งที่มองไปที่หน้าปัด เราแทบจะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของม้าที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสน่ห์ที่แอบแฝงอยู่ในทุกๆ ลายเส้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นาฬิกาอาร์โซ (Arceau) และม้าแสนขี้เล่นในโลกแห่งจินตนาการ การออกแบบที่ไม่เหมือนใคร
ย้อนกลับไปในปี 1978 การออกแบบนาฬิกาอาร์โซ (Arceau) ของอองรี ดอริญี (Henri d’Origny) ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับวงการนาฬิกาหรู ด้วยการผสมผสานระหว่างความคิดสร้างสรรค์และฝีมืออันประณีตจากบ้านแอร์เมส (Hermès) ที่ไม่เคยหยุดนิ่งกับการท้าทายขอบเขตของการออกแบบ งานของดอริญีไม่ได้แค่เพียงสร้างนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังสื่อสารถึงเอกลักษณ์ของงานหัตถศิลป์ที่สามารถทำให้เราไม่เพียงแค่ดูนาฬิกา แต่รู้สึกถึงเรื่องราวและจิตวิญญาณที่อยู่ในทุกๆ ส่วนของมัน
ตัวเรือนรูปทรงกลมที่ดูเรียบง่ายภายนอกนั้น กลับซ่อนความน่าสนใจไว้ในรายละเอียดหูตัวเรือนที่ออกแบบให้มีรูปร่างเหมือนโกลนม้าแบบอสมมาตร ซึ่งเป็นการตีความรูปลักษณ์ของม้าผ่านงานหัตถศิลป์ที่เรียบหรูและเต็มไปด้วยความพิเศษ ถ้าคุณมองมันจากมุมไหนก็ตาม จะเห็นความกลมกลืนระหว่างศิลปะและเทคนิคที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกันแต่กลับผสานเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
และสำหรับรุ่น Rocabar ที่ได้มีการออกแบบภาพม้าแสนขี้เล่นในหน้าปัด เราจะเห็นถึงการผสมผสานอย่างลงตัวของงานฝีมือการแกะสลักและการวาดภาพย่อส่วนที่ถูกถ่ายทอดโดย ดิมิทรี ไรบัลต์เชนโค่ (Dimitri Rybaltchenko) ซึ่งเป็นผู้ที่เคยสร้างผลงานนี้ในรูปแบบของผ้าพันคอไหม “โรคาบาร์ เดอ เยร์” (Rocabar de rire) มาก่อนหน้านี้ ผลงานของเขามักจะสะท้อนถึงโลกแห่งจินตนาการที่เต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน จนกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของการคิดนอกกรอบที่ไม่เคยหยุดอยู่กับความเป็นไปได้ที่จำกัด
สิ่งที่น่าสนใจคือว่า งานออกแบบนี้ไม่ได้แค่เพียงสร้างม้าในรูปแบบที่เราคุ้นเคย แต่มันทำให้เรารู้สึกเหมือนม้าในหน้าปัดมีชีวิต ขยับตัวและส่งความรู้สึกสนุกสนานให้กับผู้ที่ได้สัมผัส และนี่คือการนำเสนอที่เหนือกว่าความคาดหมายจากแอร์เมส ที่ไม่เพียงแต่เน้นความหรูหรา แต่ยังมีความละเอียดในทุกรายละเอียด ที่ทุกการมองเห็นจะทำให้เราค้นพบมุมใหม่ๆ ของความงามที่ซ่อนอยู่ในงานศิลป์อันยอดเยี่ยมนี้

ความขี้เล่นของม้าและการเคลื่อนไหวที่มีชีวิตชีวา
ม้าแสนซนที่ดูเหมือนจะชอบการหยอกล้อและเล่นอย่างอ่อนโยนนี้ ดูเหมือนจะมีชีวิตชีวาในแบบที่ไม่เคยคาดคิด ราวกับเป็นตัวตลกที่พร้อมจะทำให้ผู้ชมยิ้มได้ทุกเมื่อ ด้วยท่าทางที่หยอกเย้าและขี้เล่น ม้าตัวนี้รักที่จะวิ่งเหยาะๆ และชอบการวิ่งเล่นที่ดูเหมือนจะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มันยังมีความน่ารักในแบบที่ไม่ธรรมดา เมื่อซุกตัวใต้ผืนผ้าห่มขนสัตว์ที่ตกแต่งด้วยลวดลายแถบ สีสันสดใส ราวกับได้พบกับความอบอุ่นที่เติมเต็มความสุขในใจ
ไม่เพียงแค่ภาพที่ถูกวาดขึ้นมาอย่างอ่อนหวาน แต่ความขี้เล่นของม้ายังได้รับการถ่ายทอดผ่านการเคลื่อนไหวที่แทบจะไม่เหมือนกับสิ่งใด โดยการใช้จักรกลสปริงที่เชื่อมต่อกับปุ่มกดที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา การขับเคลื่อนเหล่านี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาของม้าในแต่ละท่าทางที่แสดงออกอย่างพริ้วไหว เหมือนกับการเล่นซ่อนหากับลิ้นที่แลบออกมาอย่างขบขัน
งานแกะสลักมือและการวาดภาพที่ประณีตนี้ถูกผสมผสานเข้ากับเทคนิคการต่อลายขนม้าที่เปี่ยมไปด้วยสีสัน บนพื้นหลังที่เต็มไปด้วยลวดลายแถบ ซึ่งกลายเป็นฉากที่ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่มันยังเปล่งประกายความสนุกสนานที่น่าสนใจ ความสำเร็จของงานนี้ไม่ได้มาจากการออกแบบแค่เพียงด้านความงามเพียงอย่างเดียว แต่มันเกิดจากการทุ่มเทและการใส่ใจในทุกรายละเอียดของการสร้างสรรค์ การหลอมรวมเทคนิคต่างๆ ให้กลายเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่าในทุกๆ การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายใต้หน้าปัดที่มีขนาดเล็กมาก
ทุกๆ ส่วนของการออกแบบนี้เต็มไปด้วยความพิถีพิถัน ที่ทำให้ม้าตัวนี้ไม่เพียงแต่เป็นตัวละครในภาพวาด แต่กลายเป็นสิ่งที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา บนเรือนเวลาที่มีความซับซ้อนในความเรียบง่าย
การเล่นกับมิติและลวดลายที่ประณีต
ในทุกๆ รายละเอียดของงานนี้ ช่างแกะสลักได้ใช้วิธีการดั้งเดิมในการสร้างสรรค์รูปร่างของม้า ด้วยการใช้สิ่วและเครื่องมือสลักที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ทุกการเคลื่อนไหวของมือช่างนั้นล้วนเต็มไปด้วยความใส่ใจ และเปี่ยมไปด้วยความละเอียด ที่เปลี่ยนรูปทรงธรรมดาให้กลายเป็นความงามที่มีมิติอย่างลงตัว เหมือนกับการปลุกชีวิตให้กับรูปร่างที่เคยสงบในจินตนาการ
เมื่อรูปร่างของม้าได้รับการสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว, ศิลปินที่มีทักษะในการวาดภาพย่อส่วนจึงเข้ามาทำหน้าที่สำคัญในการค้นหาโทนสีที่สมบูรณ์แบบเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของภาพ เขาใช้ความชำนาญในการเลือกสีที่เข้ากันอย่างประณีต ก่อนจะเริ่มวาดระบายภาพลงบนพื้นผิวที่เตรียมไว้ ซึ่งทุกชั้นของสีที่ถูกทาแสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันในแต่ละขั้นตอน จากนั้นภาพที่ดูเหมือนจะเรียบง่าย ก็เผยให้เห็นถึงเฉดสีที่หลากหลายและซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ภายใน ผลงานนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การระบายสี แต่คือการนำสีต่างๆ มาสร้างมิติที่ลึกซึ้งให้กับรูปร่างของม้า และทำให้มันดูเหมือนจะเคลื่อนไหวและมีชีวิตชีวาในทุกๆ มุม
ขั้นตอนสุดท้ายในการสร้างสรรค์ความสมบูรณ์แบบนั้นต้องอาศัยความระมัดระวังอย่างยิ่ง ช่างฝีมือจะต้องค่อยๆ เลือกสรรเส้นขนม้าทุกเส้นอย่างละเอียดรอบคอบ ทรงเส้นของขนม้าที่เปล่งประกายอยู่ในเฉดสีต่างๆ ถูกนำมาตัดและติดกาวลงบนฐานทองเหลืองทีละชิ้น ความเรียบง่ายในขั้นตอนนี้กลับซ่อนความยุ่งยากและความประณีตในทุกๆ การเคลื่อนไหวที่ต้องการความเชี่ยวชาญในการทำให้แต่ละชิ้นส่วนกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนกับการสร้างลวดลายที่ซ่อนอยู่ในความงามที่ไม่มีที่สิ้นสุด
การผสมผสานทั้งหมดนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความละเอียดในการทำงาน แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงจินตนาการที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหรูหราและศิลปะที่พริ้วไหวในทุกรายละเอียด
ความหรูหราและความประณีตในทุกการออกแบบ
นาฬิกา อาร์โซ นั้นไม่เพียงแต่เป็นตัวแทนของความคิดสร้างสรรค์จากแอร์เมส แต่ยังเป็นการผสมผสานความหรูหราและศิลปะเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืน ลวดลายสัญลักษณ์ของการขี่ม้า “โรคาบาร์” ที่ได้รับการถ่ายทอดผ่านผ้าห่มลวดลายแถบตกแต่งพู่บนชายแบบดั้งเดิมของเครื่องอานม้าของแอร์เมส กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความประณีตของงานฝีมือและการรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันมีคุณค่าของแบรนด์ อารมณ์ของม้าแสนขี้เล่นในหน้าปัดนั้น ถูกล้อมกรอบด้วยตัวเรือนไวท์โกลด์ที่หรูหรา มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. ที่ช่วยเสริมให้เรือนเวลานี้ดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ทุกฟังก์ชันในนาฬิกา อาร์โซ นั้นถูกขับเคลื่อนโดยกลไกแมนูแฟคเจอร์ แอร์เมส เอช1837 (H1837) ที่มาพร้อมความแม่นยำในการแสดงชั่วโมง นาที และฟังก์ชัน “ออน-ดีมานด์ อิมพัลส์” ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ความประณีตของการตกแต่งยังถูกแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ผ่านการออกแบบสะพานจักรและโรเตอร์ที่ตกแต่งด้วยลวดลาย “สปริงกลิ้ง ออฟ เอชส” ซึ่งสามารถชมได้ผ่านฝาหลังกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่ใสสะอาด การออกแบบทั้งหมดนี้สร้างความประทับใจในความสง่างามและความพิถีพิถันที่ไม่เคยตกยุค
นาฬิกาทุกเรือนยังมีการเสริมความโดดเด่นด้วยสายหนังจระเข้ที่ถ่ายทอดความหรูหราไปยังทุกๆ ส่วนของตัวเรือน สายหนังที่มีเฉดสีเทา แดง และสีฟางนั้นไม่เพียงแค่เสริมความงามให้กับนาฬิกา แต่ยังแสดงถึงการสรรสร้างความสมบูรณ์แบบในทุกมิติของการออกแบบ อีกทั้งนาฬิกาแต่ละเรือนยังได้รับการประทับหมายเลขประจำตัวเรือน เพื่อยืนยันว่าเป็นรุ่นผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 12 เรือน ซึ่งทำให้ความพิเศษของนาฬิกานี้ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น
ความประทับใจกับเจ้าม้าขี้เล่นเรือนนี้
ทุกครั้งที่ได้เห็นเข็มนาฬิกาค่อยๆ เคลื่อนผ่านม้าตัวน้อยบนหน้าปัด ความรู้สึกบางอย่างก็แทรกซึมขึ้นมาโดยไม่ทันรู้ตัว ไม่ใช่เพราะวัสดุหรู ไม่ใช่เพราะชื่อแบรนด์ แต่เพราะความเงียบสงบในจังหวะเคลื่อนไหวของรายละเอียดเล็กๆ เหล่านั้น… ทำให้หยุดมองอยู่ตรงนั้นนานกว่าที่ควรจะเป็น
เจ้าม้าจอมซนเหมือนกำลังหัวเราะเบาๆ อยู่ในโลกเล็กๆ ของตัวเอง ลวดลายขนม้าที่ถูกร้อยเรียงอย่างประณีตบนหน้าปัด ทำให้เผลอจินตนาการถึงเสียงฝีเท้าในทุ่งโล่ง งานสลักและภาพย่อส่วนที่บรรจงลงสีทีละชั้น สะกดสายตาราวกับอยู่ตรงหน้าจริงๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เมื่อมองนานเข้า… กลับรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังเงียบเรื่องหนึ่งที่เล่าเรื่องโดยไม่ใช้คำพูดเลยสักคำ
ทุกอย่างเกิดขึ้นบนพื้นที่เล็กจิ๋วเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตร แต่กลับเต็มไปด้วยชีวิต ช่วงเวลา และอารมณ์ที่แน่นขนัด คล้ายกับว่าใครบางคนซ่อนจินตนาการของทั้งชีวิตไว้ในกลไกที่ซ่อนอยู่หลังหน้าปัดนี้ไม่ได้รู้สึกว่าอยากมีไว้ครอบครอง แค่รู้สึกขอบคุณที่ได้เห็น ได้สัมผัส และได้เงียบอยู่กับมันสักพัก เหมือนบทสนทนาเงียบๆ ที่ไม่ต้องเอ่ยคำใด

คุณลักษณะทางเทคนิค
ARCEAU Rocabar de rire
(รุ่นผลิตจำนวนจำกัด 12 เรือน)
กลไก: กลไก แมนูแฟคเจอร์ แอร์เมส เอช1837 (Manufacture Hermès H1837) จักรกลไขลานอัตโนมัติ รังสรรค์ขึ้นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง: 26 มม. (11 ½’’’) ความหนา 3.7 มม.
สำรองพลังงาน: 50 ชั่วโมง
ความถี่: 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 เฮิรตซ์) แท่นเครื่องตกแต่งลายเกรนวงกลมและลายขดก้นหอย สะพานจักรและโรเตอร์ขึ้นลานตกแต่งด้วยงานขัดแบบซาติน พร้อมด้วยลวดลาย ‘สปริงกลิ้ง ออฟ เอชส’ (‘sprinkling of Hs’)
ฟังก์ชัน: ชั่วโมง, นาที, ภาพซึ่งเคลื่อนไหวได้แบบ “ออน-ดีมานด์ อิมพัลส์” (“on-demand impulse”) โดยเปิดใช้งานด้วยปุ่มกด ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ตัวเรือน รูปทรงกลม, ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. ไวท์โกลด์ กระจกหน้าปัดและฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบกันแสงสะท้อน กันน้ำได้ระดับ 30 เมตร ปุ่มกด ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา
หน้าปัด: ประดับฝังไว้ด้วยรูปหัวของม้าบนฐานทองเหลือง ภาพซึ่งเคลื่อนไหวได้แบบ “ออน-ดีมานด์ อิมพัลส์” รูปม้าแบบนำมาติดบนหน้าปัดเคลื่อนไหวได้ตกแต่งด้วยงานแกะสลักมือ และการวาดภาพย่อ
สาย: หนังจระเข้สีน้ำเงินเข้ม หรือบลูอะบิสส์ (Bleu abysse)
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง
ภาพ | ที่มา: Hermès

