Gérald Genta เปิดตัวนาฬิกาทั้งสองรุ่นที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของตัวเรือน Maestro อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งออกแบบโดยผู้ก่อตั้งเมซง  

Date:

ฉลอง 25 ปีด้วย Maestro Tiger’s Eye Tourbillon ลิมิเต็ด 3 เรือนใน Dubai Watch Week

ในงาน Dubai Watch Week นี้ แบรนด์ได้เปิดตัวนาฬิกาใหม่ที่ได้รับการคาดหวังมากที่สุดชิ้นหนึ่งของงาน Maestro 9.0 Tourbillon ‘Tiger’s Eye’ ผลงานสร้างสรรค์นี้ผลิตจำกัดเพียง 3 เรือนเท่านั้น ซึ่งตามคำกล่าวของ Federico Ziviani ซีอีโอ คือ “บทสนทนาระหว่างความกล้าหาญทางศิลปะและกลไกนาฬิกาแบบสวิสที่ไม่มีการประนีประนอม” ในการสัมภาษณ์พิเศษกับนิตยสาร Revolution เขาบอกว่ามันเป็นการยืนยันปรัชญาของพวกเขาอีกครั้งว่า การออกแบบและกลไกนั้นแยกจากกันไม่ได้ และเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จตลอด 25 ปีของแบรนด์

การฉลอง 25 ปีด้วยความร่วมมือระดับโลก

Gerald Charles ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 โดย เฌอรัลด์ ชาร์ลส์ เจนต้า (Gérald Charles Genta) และเป็นผู้สืบทอดลายเซ็นสุดท้ายของหนึ่งในนักออกแบบนาฬิกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในปี 2003 คุณเจนต้าได้มอบความไว้วางใจให้บริษัทแก่ตระกูลซิวิอานี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทส่วนตัว และยังคงมีส่วนร่วมจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 2011 ปัจจุบัน ภายใต้การนำของ เฟเดริโก ซิวิอานี แบรนด์ได้ฉลองการครบรอบหนึ่งในสี่ของศตวรรษ (25 ปี) ขณะที่ยังคงขุดค้นจากเอกสารสำคัญของ คุณเจนต้า ซึ่งเป็นคอลเลกชันงานออกแบบที่ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน เพื่อตีความให้เข้ากับคนรุ่นใหม่

นาฬิกา Maestro 9.0 เปิดตัวในฐานะบทที่สองของการร่วมมือกับ Ahmed Seddiqi ก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน ความร่วมมือดังกล่าวได้ผลิต Maestro 2.0 Ultra-Thin Tiger’s Eye ซึ่งเป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน 20 เรือนที่ดึงดูดความสนใจของนักสะสม

การเปิดตัวร่วมกันเหล่านี้เป็นการเฉลิมฉลองเหตุการณ์สำคัญสองอย่างคือ การครบรอบ 75 ปีของ Seddiqi และการครบรอบ 25 ปีของ Gerald Charles สำหรับ คุณซิวิอานี การร่วมมือครั้งนี้ “ไม่ได้เกี่ยวกับความเป็นเอกสิทธิ์ (exclusivity) เท่านั้น แต่เกี่ยวกับการให้เกียรติมิตรภาพด้วยผลงานที่สะท้อนถึงตลาดนี้”

กลไกทูร์บิญองของ Maestro 9.0 อยู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา โดยถูกติดตั้งไว้ในกรงไทเทเนียมที่ออกแบบพิเศษเป็นรูปทรงโลโก้ GC ซึ่งเป็นการยืนยันภาษาทางเทคนิคของแบรนด์ กลไกนี้ขับเคลื่อนด้วยมวลแกว่ง (oscillating mass) ที่ทำจากโรสโกลด์ 22K ซึ่งตกแต่งด้วยลวดลายรังผึ้ง (honeycomb pattern) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Gerald Charles

นาฬิกามาพร้อมกลไกหยุดเข็มวินาที (stop-seconds mechanism) ซึ่งเป็นองค์ประกอบด้านความแม่นยำที่มักพบในนาฬิกาเครื่องมือ (tool watches) มากกว่าในนาฬิการะดับสูง (haute horlogerie) ส่วนหน้าปัดนั้นถูกตัดมาจากหินควอตซ์ไทเกอร์อาย (Tiger’s eye quartz)

มรดกของ Gérald Genta และปรัชญา “Design and Mechanics are Indivisible”

คุณซิวิอานี อธิบายสุนทรียศาสตร์ของนาฬิกาเรือนนี้ว่าเป็น “บาโรกแบบมินิมอล” (minimal baroque) ตัวเรือน Maestro ที่พลิ้วไหวมีรากฐานมาจากภาพสเก็ตช์ต้นฉบับของ เฌอรัลด์ เจนต้า ถูกนำมาจัดวางคู่กับหน้าปัดที่ตัดองค์ประกอบแสดงเวลา (indices) ออกไป ทำให้แสงสีทองที่เลื่อนไหลของหินเข้าครอบงำแทน

ในขณะที่ Maestro 9.0 ถูกสงวนไว้สำหรับนักสะสมเพียง 3 คนเท่านั้น นาฬิการุ่นน้องที่บางเพียง 9 มม. อย่าง Maestro 2.0 Ultra-Thin ก็เป็นฉากเปิดตัวที่เผยโฉมไปในเดือนกันยายน นาฬิการุ่นนี้ผลิตจำกัดในจำนวนที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นที่ 20 เรือน ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติที่บางเพียง 3.7 มม. ประกอบด้วยชิ้นส่วน 189 ชิ้น นาฬิกาที่บางเฉียบเป็นพิเศษนี้เป็นตัวอย่างของความเป็นนาฬิกาที่สวมใส่ได้ง่าย (wearability) สำหรับคุณซิวิอานี รุ่น 2.0 คือ “การบรรลุความกลมกลืนระหว่างตัวเรือน สายนาฬิกา และหน้าปัด” ซึ่งเป็นความร่วมมืออย่างพิถีพิถันกับ โมฮัมเหม็ด อับดุลมากีด เซดดิคี (Mohammed Abdulmagied Seddiqi) ซีอีโอของ Ahmed Seddiqi

การตกแต่งผิวตัวเรือนแบบ ‘Colormix’ ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ โดยเป็นการเคลือบผิวสีบรอนซ์-น้ำตาลที่นำมาใช้ภายนอกเป็นครั้งแรก และสายยางวัลคาไนซ์สีทราย ยังเป็นการสื่อถึงภูมิทัศน์ทะเลทรายของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย นาฬิการุ่น Tiger’s Eye เหล่านี้เป็นเกียรติแก่ตระกูล Seddiqi ซึ่งมีบทบาทในการกำหนดรูปแบบของ Dubai Watch Week ที่ได้ยกระดับเมืองนี้ให้เป็นหนึ่งในเวทีที่มีพลวัตที่สุดของวงการนาฬิกา

Gerald Charles Maestro Tiger’s Eye Dubai Watch Week
หน้าปัดที่ไม่มีเครื่องหมายบอกเวลา ช่วยให้แสงสีทองที่เคลื่อนตัวของหินโดดเด่น
"นาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนถึงลูกค้าในท้องถิ่น ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเคารพของแบรนด์ต่อตลาด ในขณะเดียวกัน เรากำลังเสริมสร้างชื่อเสียงของเราในหมู่นักสะสม ผู้ที่รู้จัก Gerald Charles ในฐานะเมซงที่ผสมผสานความกล้าหาญทางศิลปะเข้ากับงานฝีมือแบบสวิส"

นอกเหนือจากนาฬิการุ่น Maestro ใหม่แล้ว Gerald Charles ยังเพิ่มความโดดเด่นอีกหนึ่งรุ่น คือ Masterlink Gem Set ซึ่งเป็นการวิวัฒนาการอันหรูหราของการออกแบบสายนาฬิกาแบบอินทิเกรตที่ไม่สมมาตรของแบรนด์ แรงบันดาลใจจากรุ่น Sarawak ปี 2007 ของมิสเตอร์เจนต้า ซึ่งเป็นนาฬิกาที่ไม่สมมาตรฝังอัญมณีที่มีเพียงเรือนเดียวที่สร้างขึ้นสำหรับราชวงศ์ซาราวัก นาฬิกา Masterlink Gem Set ยังคงสานต่อมรดกแห่ง “ความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะและความเชี่ยวชาญทางเทคนิค”

นาฬิการุ่นนี้มีให้เลือกสามสี (แซฟไฟร์สีน้ำเงิน แซฟไฟร์สีแดง และซาโวไรต์สีเขียว) แต่ละสีผลิตจำกัดเพียงสิบบาเรือน โดยเป็นการนำการฝังอัญมณีมาสู่ตระกูล Masterlink เป็นครั้งแรก ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 38 มม. มีขอบหน้าปัดไวท์โกลด์ที่ฝังพลอยเจียระไนทรงบาเก็ต 60 เม็ดแบบมองไม่เห็นขอบโลหะ (invisibly set) โดยพลอยแต่ละเม็ดถูกตัดตามสั่งเพื่อให้เข้ากับรูปทรงเรขาคณิตที่ไม่สมมาตรของตัวเรือน

หน้าปัดสีเงินที่มีโครงสร้างสองระดับและลวดลายแนวตั้งแบบนูน สื่อถึงลายทางแบบอิตาลี (Italian pinstriped tailoring) ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจในการออกแบบที่ คุณซิวิอานี มักนำมาใช้ ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์แบบบางพิเศษที่มีไมโครโรเตอร์ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ และให้พลังงานสำรอง 50 ชั่วโมง

Gerald Charles Maestro Tiger’s Eye Dubai Watch Week
กรอบไวท์โกลด์ประดับด้วยเพชรทรงบาแกตต์ 60 เม็ด โดยแต่ละเม็ดได้รับการเจียระไนตามรูปทรงที่ไม่สมมาตรของตัวเรือน
Gerald Charles
มีให้เลือก 3 สี และแต่ละสีมีจำนวนจำกัดเพียง 10 เรือน
หน้าปัดสีเงินที่มีโครงสร้างสองชั้นและลวดลายนูนแนวตั้ง สะท้อนถึงการตัดเย็บแบบลายเส้นอิตาลี

Dubai Watch Week เวทีสำหรับแบรนด์อิสระ

สำหรับคุณซิวิอานี งาน Dubai Watch Week “เป็นโอกาสที่จะยืนยันตัวตนและความทะเยอทะยานของเรา” ปีนี้แบรนด์ได้จัดบูธเดี่ยวเป็นครั้งแรก ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 159 ตารางเมตร ทำให้ Gerald Charles เป็นแบรนด์อิสระที่เพิ่งก่อตั้งเพียงรายเดียวที่ได้รับพื้นที่ขนาดนี้ “เราจะจัดมาสเตอร์คลาสที่อุทิศให้กับงานศิลปะชั้นสูง (Métiers d’Art) เพื่อเน้นย้ำถึงความรู้ความชำนาญ (savoir-faire) ของเรา นอกจากนี้ เรายังได้ปิดพิพิธภัณฑ์ในสตูดิโอเจนีวาของเรา เพื่อนำชิ้นส่วนที่มักจะเก็บไว้ในสวิตเซอร์แลนด์มาที่ดูไบ ซึ่งเป็นโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับมรดกของเมซงโดยตรง”

สำหรับคุณซิวิอานี ช่วงนี้เป็นเรื่องของการเชื่อมโยงยุคสมัยและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ในแบบที่เกี่ยวข้อง “การเติบโตของเราสะท้อนถึงมากกว่าความสำเร็จทางการค้า มันแสดงถึงการวางตำแหน่งทางวัฒนธรรมในวงการนาฬิกาอิสระ” เขากล่าว

ในขณะที่งาน Dubai Watch Week ดำเนินไป Maestro 9.0 Tourbillon จะดึงดูดความสนใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยทูร์บิญองกรอบไทเทเนียมและหน้าปัดที่เปล่งประกาย ในระบบนิเวศน์ของการทำนาฬิกาที่เสียงของแบรนด์อิสระกำลังกำหนดภูมิทัศน์มากขึ้นเรื่อย ๆ Gerald Charles ยืนหยัดเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ความต่อเนื่องและการสร้างสรรค์ใหม่เป็นพลังที่ส่งเสริมกัน

“ท้ายที่สุดแล้ว” คุณซิวิอานีสรุป “Gerald Charles ไม่ได้เป็นเพียงช่างทำนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ดูแลวิสัยทัศน์ทางศิลปะ ในงานทำนาฬิกา สถานที่ของเราถูกกำหนดโดยความคิดสร้างสรรค์ที่กล้าหาญ ความเป็นอิสระ และความแท้จริง เราปรารถนาที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักสะสมผ่านเรื่องราวที่เชื่อมโยงมรดกและประสิทธิภาพสมัยใหม่ โดยผสมผสานการออกแบบเหนือกาลเวลาเข้ากับมาตรฐานทางเทคนิคสูงสุด”

ข้อมูลทางเทคนิค
Maestro 2.0 Ultra-Thin Tiger’s Eye

รุ่น: Maestro 2.0 Ultra-Thin Tiger’s Eye

กลไก: กลไก Swiss Manufacture 2.0 สำรองพลังงาน 50 ชั่วโมง
ฟังก์ชัน: เข็มชั่วโมง นาที และวินาทีแบบศูนย์กลาง
ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล งานตกแต่งสีน้ำตาลแบบ ‘Colormix’ ขนาด 39 × 41 มม.
หน้าปัด: Tiger’s Eye พร้อมเข็มทรงแท่งเคลือบ Super-LumiNova สีขาว
สายนาฬิกา: ยาง vulcanised สี Sand หัวเข็มขัดสเตนเลสสตีล Colormix ขัดเงา
ลิมิเต็ด: 20 เรือน

Maestro 9.0 Tourbillon Tiger’s Eye

รุ่น: Maestro 9.0 Tourbillon Tiger’s Eye

กลไก: กลไก Swiss Manufacture 9.0 สำรองพลังงาน 50 ชั่วโมง กันน้ำ 100 ม.
ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล งานตกแต่งสีน้ำตาลแบบ ‘Colormix’ 39 × 41 มม.
ฟังก์ชัน: เข็มชั่วโมงและนาทีแบบศูนย์กลาง เข็มวินาทีบนตูร์บิญองตำแหน่ง 6 นาฬิกา ระบบหยุดเข็มวินาที
งานตกแต่ง: บริดจ์ตกแต่งลวดลาย colimaçon, Côtes de Genève และ perlage
หน้าปัด: Tiger’s Eye พร้อมเข็มทรงแท่งเคลือบ Super-LumiNova สีขาว
สายนาฬิกา: ยาง vulcanised สี Sand หัวเข็มขัดสเตนเลสสตีล Colormix ขัดเงา
ลิมิเต็ด (Limited Edition): เพียง 3 เรือนทั่วโลก

Masterllink Gem Set (Blue Sapphire)
Masterllink Gem Set (Red Sapphire)
Masterllink Gem Set (Green Tsavorite)

รุ่น: Masterlink Gem Set (Blue Sapphire / Red Sapphire / Green Tsavorite)

กลไก: กลไกอัตโนมัติแบบบางพิเศษพร้อมไมโครโรเตอร์ สำรองพลังงาน 50 ชั่วโมง กันน้ำ 100 ม.
ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล 38 มม. หนา 7.9 มม.
หน้าปัด: สีเงิน หน้าปัดสองชั้นพร้อมลายตั้งและหลักชั่วโมงประดับไพลินหรือซาโวไรต์
ขอบ bezel: ไว์โกลด์ประดับอัญมณีทรง baguette 60 เม็ด (ไพลิน/ซาโวไรต์)
สายนาฬิกา: สายสเตนเลสสตีลแบบอินทิเกรต พร้อมตัวล็อกซ่อน
ลิมิเต็ด: สีละ 10 เรือน

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Schwarz Etienne (ชวาร์ซ เอเตียนน์) เปิดตัวนาฬิการุ่น 1902 GMT ในสีเงินและสีน้ำเงิน
การไต่เต้าที่กล้าหาญของ Christopher Ward (The Audacious Ascent of Christopher Ward)
Bell & Ross BR-X3 Tourbillon Micro-Rotor การยกระดับนาฬิกานักบินสู่ศิลปะชั้นสูง

Share post:

More like this

เมื่อ Bremont เปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ด้วยซีรีส์ Air Force Blue นาฬิกานักบินจำเป็นต้องมีหน้าปัดสีน้ำเงินจริงหรือ?

สำรวจรายละเอียดเชิงลึกของ Bremont Altitude Air Force Blue แคปซูลคอลเลกชันล่าสุดที่นำเฉดสีน้ำเงินลึกของกองทัพทหารอากาศมาถ่ายทอดลงบนตัวเรือนไทเทเนียมและเหล็ก 904L ครบทั้ง 4 รุ่นยอดนิยม

แฟนๆ ว่าไงใจกล้าพอไหมที่จะทำตัวเรียบร้อย? เมื่อ Hublot ยอมดรอปความซ่าแล้วหันมาซบโทนสีมินิมอลกับ Hublot Spirit of Big Bang Essential Taupe

เมื่อแบรนด์สายซ่าขอดรอปโทนสีฉูดฉาด เจาะลึก Hublot Spirit of Big Bang Essential Taupe บทที่ 5 จาก Essential Series ที่มาพร้อมสีเทาอมน้ำตาล (Taupe) ความหรูหราแบบเงียบเชียบที่ท้าทายสายตานักสะสมทั่วโลก

หัตถศิลป์หรือแฟชั่น? มาแกะรอยความลึกซึ้งบนหน้าปัดของ Louis Vuitton Color Blossom คอลเลกชัน

ส่องอินไซด์ล่าสุดของ Louis Vuitton Color Blossom เรือนเวลารุ่นใหม่ขนาด 26 มิลลิเมตร ที่ย่อส่วนงานเจียระไนหินสีและเปลือกหอยมุกธรรมชาติชั้นสูง ลงบนตัวเรือนรูปทรงมนโค้งอันเป็นเอกลักษณ์ จากฝีมือของสตูดิโอ La Fabrique du Temps

Moritz Grossmann เฉลิมฉลองสองศตวรรษด้วยสีสันและวัสดุสดใหม่ในนาฬิการุ่น TEFNUT Silver-Plated by Friction 

ครั้งแรกกับวัสดุเยลโลว์โกลด์ การจับคู่สีที่ดูแปลกตา และการกลับมาของโลโก้วินเทจ ต้องบอกว่า ถ้ามองนาฬิการุ่นนี้ไกลๆ ในครั้งแรกเรามองเห็นนาฬิกา dress watch หน้าตาคลาสสิกเรือนหนึ่ง แต่เมื่อซูมอินดูรายละเอียดใกล้ๆ...