นี่คือการเผยโฉมของจิตวิญญาณญี่ปุ่นที่โลกนาฬิกาเฝ้ารอคอย…มีอะไรน่าสนใจบ้างมาดูกัน
การปรากฏตัวครั้งแรกของ Credor ในงาน Watches & Wonders Geneva 2026 ถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นสุดๆ เพราะแบรนด์ระดับสูงจากญี่ปุ่นที่เคยเก็บตัวเงียบอยู่ในกลุ่มนักสะสมวงในมานานกว่า 50 ปี ได้เวลาออกมาโชว์งานฝีมือระดับพระกาฬให้ชาวโลกได้เห็นแบบเต็มตา โดยปีนี้เน้นไปที่ตระกูล Goldfeather ที่สะท้อนความบางเบาดุจขนนกผ่านงานศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ประณีตจนน่าเหลือเชื่อ มาดูกันว่าปีนี้มีอะไรมาให้เราตื่นเต้นกันบ้าง
Goldfeather Imari Nabeshima Porcelain Dial
นาฬิกาเดรสตัวเรือนสเตนเลสสตีลรุ่นนี้ดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่ถ้าได้จ้องหน้าปัดดีๆ จะพบกับความมหัศจรรย์ของเครื่องปั้นดินเผา “อิมาริ นาเบชิมะ” (Imari Nabeshima) จากเตาเผาชื่อดังอย่าง Hataman Touen ความว้าวอยู่ที่ลวดลายขนนกที่ดูมีมิติซ้อนทับกันอย่างนุ่มนวล โดยช่างต้องวาดลายขนนกสีเข้มลงไปก่อนเคลือบเงา แล้วค่อยวาดขนนกแบบโปร่งแสงทับลงไปอีกชั้นหลังการเคลือบ เพื่อให้เกิดเลเยอร์ที่ดูลึกซึ้ง

กระบวนการนี้ต้องผ่านการเผาถึง 5 ครั้งเพื่อให้ได้เฉดสีที่ถูกต้อง และต้องฝนหน้าปัดเซรามิกให้เหลือความหนาเพียง 1 มิลลิเมตรเพื่อให้ตัวเรือนยังคงความบางเฉียบตามคอนเซปต์ Goldfeather ภายในบรรจุกลไกไขลาน Cal. 6890 ที่บางเพียง 1.98 มม. แม้พลังงานสำรอง 37 ชั่วโมงจะดูน้อยไปนิดตามมาตรฐานสมัยใหม่ แต่ความบางระดับ 8.3 มม. บนข้อมือนั้นมอบความสง่างามที่ยากจะหาใครเทียบ ผลิตจำกัดเพียง 60 เรือนเท่านั้น
Goldfeather Urushi Lacquer Dial
รุ่นนี้ขยับความหรูหราขึ้นมาอีกขั้นด้วยตัวเรือนแพลทินัมและหน้าปัดงานลงรัก “อุรุชิ” (Urushi) ที่ไล่เฉดสีจากสีดำตรงขอบหน้าปัดเข้าสู่สีน้ำเงินเข้มตรงกลาง ซึ่งต้องบอกว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก เพราะสีน้ำเงินเป็นเฉดสีที่คุมโทนได้ยากที่สุดในงานลงรัก ความประณีตยังรวมไปถึงการทำหน้าปัดให้มีความโค้งมนเล็กน้อยเพื่อให้ดูมีมิติ การวางหลักชั่วโมงและตัวอักษรใช้เทคนิค “ทากะ มากิเอะ” (Taka maki-e) ที่เป็นการถมแลคเกอร์ให้เป็นทรงนูนแล้วปิดท้ายด้วยผงแพลทินัมแทนการใช้ทองคำตามปกติ ผลลัพธ์ที่ได้คือความนิ่ง สุขุม และลุ่มลึกแบบสุดตัว โดยผลิตออกมาเพียง 25 เรือนทั่วโลก

Goldfeather Tourbillon Engraved
ปิดท้ายด้วยงานโชว์กึ๋นทางวิศวกรรมที่มาพร้อมงานศิลปะการแกะสลักแบบจัดเต็ม กับนาฬิกาทูร์บิญองที่บางจนน่าตกใจเพียง 8.6 มม. ซึ่งถือว่าบางมากสำหรับนาฬิกาที่มีกลไกซับซ้อนขนาดนี้ หน้าปัดโดดเด่นด้วยลายแกะสลักแนวรัศมี (Radial engraved) ที่ให้ผิวสัมผัสดูนุ่มนวลราวกับผ้าไหม ส่วนสเกลนาทีใช้เทคนิคการแกะสลักแบบ “นานาโกะ” (Nanako) ที่เป็นจุดเล็กๆ เรียงกันอย่างเป็นระเบียบเป๊ะๆ

ความอลังการยังลามไปถึงด้านหลังตัวเรือนที่คุณจะเห็นลายแกะสลักที่ลากยาวต่อเนื่องจากกรงทูร์บิญองแผ่รัศมีออกไปทั่วชิ้นส่วนกลไก Caliber 6850 ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำระดับเทพในการวางตำแหน่งชิ้นส่วนให้ลายแกะสลักเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ การผสมผสานลาย “นานาโกะ” และ “อาราชิ” (Arashi) ทำให้กลไกดูมีมิติและดูเป็นงานแฮนด์เมดชั้นสูงอย่างแท้จริง ด้วยค่าตัวระดับเกือบสองแสนยูโรและผลิตเพียง 25 เรือน นี่คือประกาศนียบัตรที่ยืนยันว่า Credor พร้อมแล้วที่จะยืนเคียงข้างแบรนด์ระดับท็อปของสวิสในเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ
ข้อมูลทางเทคนิค
1. Goldfeather Imari Nabeshima Porcelain Dial
- ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล (Stainless Steel) หนา 8.3 มม.
- หน้าปัด: เครื่องปั้นดินเผา “อิมาริ นาเบชิมะ” (Imari Nabeshima) หนา 1 มม. ลายขนนกซ้อนเลเยอร์
- ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมง และนาที
- กลไก: ไขลาน (Manual Winding) Cal. 6890 บางเพียง 1.98 มม. สำรองพลังงาน 37 ชั่วโมง
- สาย: สายหนังจระเข้ (Crocodile Strap)
2. Goldfeather Urushi Lacquer Dial
- ตัวเรือน: แพลทินัม (Platinum)
- หน้าปัด: ลงรัก “อุรุชิ” (Urushi) ไล่เฉดดำ-น้ำเงินเข้ม พร้อมหลักชั่วโมงเทคนิค “ทากะ มากิเอะ” (Taka maki-e) ผงแพลทินัม
- ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมง และนาที
- กลไก: ไขลาน (Manual Winding) ตระกูล Cal. 68
- สาย: สายหนังคุณภาพสูงสีดำ
3. Goldfeather Tourbillon Engraved
- ตัวเรือน: Platinum/Gold หนาเพียง 8.6 มม.
- หน้าปัด: แกะสลักลายรัศมี (Radial Engraved) และลายจุด “นานาโกะ” (Nanako)
- ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมง นาที และทูร์บิญอง (Tourbillon)
- กลไก: ไขลาน (Manual Winding) Cal. 6850 ตกแต่งลายแกะสลัก “นานาโกะ” และ “อาราชิ”
- สาย: สายหนังจระเข้
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Oris The Star กลับมาเกิดใหม่ และกลไก Artelier ก็กลับมาอีกครั้ง
Grand Seiko เปิดตัว Spring Drive U.F.A. Ushio 300 Diver สองรุ่น ภายในงาน Watches and Wonders 2026
Vacheron Constantin ในงาน Watches and Wonders 2026: ฉลอง 30 ปี Overseas ด้วยสถิติ Ultra-Thin ใหม่

