Corum หวนคืนสู่ความคลาสสิกปี 1996 ด้วย Golden Book รุ่นใหม่ พร้อมสลักวลีระดับตำนานของ Ernest Hemingway

Date:

ยามใหม่แห่งเรือนเวลาชั้นสูง เมื่อศิลปะการแกะสลักทองคำหลอมรวมกับกลไกทรงหนังสือ

Corum หวนคืนสู่ความคลาสสิกระดับตำนานด้วยการนำ Golden Book กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง นาฬิการุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1996 และยังคงเป็นหนึ่งในผลงานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดในคอลเลกชัน Corum Heritage โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการคารวะต่อโลกวรรณกรรม งานฝีมือชั้นสูง และความงดงามเชิงกลไก ตัวเรือนถูกออกแบบมาในรูปทรงของหนังสือย่อส่วน ซึ่งเมื่อเปิดฝาปกออกจะพบกับคำคมอันทรงคุณค่าของนักเขียนระดับโลก Ernest Hemingway แกะสลักไว้ภายในว่า “Now is no time to think of what you do not have. Think of what you can do with what you have.” ข้อความนี้ไม่เพียงแต่เป็นรายละเอียดเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยเติมเต็มแรงบันดาลใจทางวรรณกรรม และเปลี่ยนการดูเวลาให้กลายเป็นห้วงเวลาแห่งการย้อนคิดและไตร่ตรอง

การกลับมาภายใต้รหัสเรือนเวลา Ref. G29.157.FW0.4N ยังคงรักษาแนวคิดอันเป็นหัวใจหลักนับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกไว้อย่างครบถ้วน พร้อมผสานการเลือกใช้วัสดุเลค่าเข้ากับโครงสร้างกลไกที่มีความบางเป็นพิเศษ ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีขนาดกว้าง 29 มิลลิเมตร ยาว 36 มิลลิเมตร และบางเพียง 7.6 มิลลิเมตร เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความหรูหราและการใช้งานในชีวิตประจำวัน Corum จึงเลือกใช้ตัวเรือนหลักที่ทำจากวัสดุไทเทเนียม Grade 5 น้ำหนักเบา ประกบเข้ากับฝาปิดแบบบานพับที่ผลิตจากทองคำโรสโกลด์ 18K (18K 5N Rose Gold) ซึ่งทำหน้าที่ซ่อนหน้าปัดไว้ด้านในและมอบรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ฝาหลังตัวเรือนเป็นแบบแผ่นเรียบช่วยให้เรือนเวลามีทรวดทรงที่ดูสะอาดตา และรองรับประสิทธิภาพการกันน้ำได้ที่ระดับ 30 เมตร (3 ATM)

ภายใต้ฝาปกหนังสือที่เปิดออก จะพบกับหน้าปัดลงยาเนื้อทองเหลืองสีขาวเคลือบเงาอันเรียบหรู ตกแต่งด้วยเข็มทรง Baton สีดำที่บอกเวลาชั่วโมงและนาทีอย่างคมชัดและสบายตา งานดีไซน์หน้าปัดที่เน้นความมินิมอลนี้สะท้อนถึงปรัชญาของนาฬิกาที่ต้องการให้โครงสร้างสถาปัตยกรรมอันแปลกตาของตัวเรือนทรงหนังสือโดดเด่นเป็นจุดสายตาหลัก

ในส่วนของขุมพลัง Corum Golden Book ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขขอด Calibre CO157 ประกอบด้วยทับทิม 17 เม็ด ทำงานด้วยความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง (3 Hz) สามารถสำรองพลังงานได้ประมาณ 46 ชั่วโมง แสดงผลเฉพาะเวลาชั่วโมงและนาที ตัวกลไกจับคู่มากับสายยาง Vulcanised สีดำ ตกแต่งพื้นผิวลายหนังเพื่อสร้างความร่วมสมัยตัดกับสไตล์คลาสสิกของตัวเรือน สายมีความกว้าง 22 มิลลิเมตรบริเวณหูสายและบีบเรียวลงเหลือ 18 มิลลิเมตรบริเวณหัวล็อก โดยตัวหัวล็อกแบบเข็มผลิตจากทองคำโรสโกลด์ 18K (18K 5N Rose Gold) เข้าคู่กับฝาปิดอย่างลงตัว

Corum Golden Book Heritage จับคู่มากับสายหนังจระเข้สีดำเข้มเย็บมืออย่างประณีต ให้สัมผัสการสวมใส่ที่หรูหรา นุ่มสบาย และมั่นคง ถือเป็นงานศิลปะสวมใส่ได้ที่ตอกย้ำปรัชญาของ Corum สำหรับนักสะสมเรือนเวลาชั้นสูงที่มองหาความโดดเด่นและเปี่ยมด้วยเรื่องราวเชิงศิลปะอย่างแท้จริง

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Corum Golden Book (Ref. G29.157.FW0.4N)
  • ตัวเรือน: ไทเทเนียม Grade 5 ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประกบฝาปิดบานพับทองคำโรสโกลด์ 18K สลักวลี Ernest Hemingway ฝาหลังแบบเรียบ กันน้ำ 30 เมตร
  • หน้าปัด: หน้าปัดลงยา (White lacquered brass) พร้อมเข็มทรง Baton สีดำ
  • ฟังก์ชัน: แสดงเวลาชั่วโมงและนาที
  • กลไก: กลไกไขขอด Calibre CO157 (17 ทับทิม, ความถี่ 21,600 vph / 3 Hz) สำรองพลังงานประมาณ 46 ชั่วโมง
  • สาย: สายยาง Vulcanised สีดำ ตกแต่งพื้นผิวลายหนัง (ขนาด 22/18 มม.) พร้อมหัวล็อกแบบเข็มทองคำโรสโกลด์ 18K

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Bell & Ross BR-03 GMT Green Lum เมื่อแสงออโรราและสปิริตนักบิน หลอมรวมเป็นเรือนเวลา GMT สายลุยยามค่ำคืน
Panerai หวนคืนสู่เกลียวคลื่น เผยโฉมสองเรือนเวลาใหม่ตระกูล Luna Rossa 
ทำไมนาฬิกาพกของ Louis Vuitton เรือนนี้ ถึงถูกยกให้เป็นผลงานศิลปะชิ้นเดียวในโลกที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของเรือนเวลา?

Share post:

More like this

Panerai ฉลองครบรอบ 100 ปีร้านแรกในฟลอเรนซ์ด้วย Luminor Firenze 8 Giorni รุ่นใหม่

พาไปทำความรู้จัก Panerai Luminor Firenze 8 Giorni สองรุ่นพิเศษฉลอง 100 ปีร้านดั้งเดิมบนจัตุรัส Piazza San Giovanni ในตัวเรือน Platinumtech และสเตนเลสสตีล

พาชม Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code นาฬิกาไร้เข็มทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มาในโทนสีพาสเทลแสนหวาน

Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code เรือนเวลารูปทรงสี่เหลี่ยมไร้เข็มในโทนสีพาสเทล 3 เฉดสีใหม่ ผลิตจำกัดสีละ 99 เรือน ผสานงานพ่นทรายแบบ Matte เข้ากับกลไก Jumping Hour สไตล์ดิจิทัลจักรกลได้อย่างลงตัว

นี่คือนาฬิกาเรือนแรกที่ฝังเพชรบน Balance Wheel กับ Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino

ย้อนดูเบื้องหลัง Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino เรือนเวลา Pièce Unique ที่กล้าท้าทายกฎวิศวกรรมเรือนเวลาด้วยการฝังเพชร 54 เม็ดลงบน Balance Wheel พร้อมเทคนิคการคัดสรรพลอยพาสเทลแบบ Invisible Setting ทั้งเรือน

Arceau Samarcande กับศิลปะการเล่นซ่อนแอบกับกลไกชั้นสูงในแบบฉบับของ Hermès

หน้าปัด Openwork ฉลุช่องรูปหัวม้าแอบซ่อนกลไกมินิตรีพีทเตอร์อันล้ำเลิศ ถ้าพูดถึงงานเรือนเวลาเผยกลไกในรูปแบบสเกเลตันและโอเพนเวิร์ก เมซง Hermès Horloger ถือเป็นหนึ่งในเมซงที่สามารถผลิตผลงานเรือนเวลาในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่มองแวบแรกก็สามารถระบุได้เลยว่านี่คือผลงานของ Hermès แน่นอน...