Audemars Piguet ตอกย้ำมรดก 150 ปี ด้วยการคว้า “Grosse Pièce” นาฬิกาพกสุดซับซ้อนแห่งศตวรรษที่ 20 คืนสู่ Le Brassus

Date:

Audemars Piguet คว้า ‘Grosse Pièce’ นาฬิกาพกกลไกทูร์บิญองกลับคืน AP Museum

Audemars Piguet (AP) ผู้ผลิตนาฬิกาชั้นสูงจากสวิตเซอร์แลนด์ ได้ประกาศการเข้าครอบครองเรือนเวลาที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สุดชิ้นหนึ่งของแบรนด์ นั่นก็คือ S. Smith & Son Astronomical Watch หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Grosse Pièce” การกลับคืนสู่ Le Brassus ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีของแบรนด์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เสื่อมคลายในการอนุรักษ์มรดกการประดิษฐ์นาฬิกาและยกย่องศิลปะแห่งการบอกเวลาอย่างแท้จริง

นาฬิกาพกเรือนนี้ถูกประมูลไปในงาน Sotheby’s Important Watches sale ที่นิวยอร์ก เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2025 ในฐานะส่วนหนึ่งของ Olmsted Complications Collection ซึ่งเป็นคอลเลกชันสำคัญของโลก Grosse Pièce ถูกสั่งผลิตขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1914 แต่กว่าจะแล้วเสร็จก็กินเวลาไปถึงปี ค.ศ. 1921 และน่าเหลือเชื่อที่ผลงานระดับมาสเตอร์พีซชิ้นนี้ถูกเก็บซ่อนจากสาธารณชนจนกระทั่งถึงช่วงทศวรรษ 1990

ความซับซ้อนที่ไม่มีใครเทียบเคียง ด้วย 19 กลไกในเรือนเดียว

“Grosse Pièce” ซึ่งแปลว่า “ชิ้นงานขนาดใหญ่” ในภาษาฝรั่งเศส ตามขนาดและความซับซ้อนของมันนั้น ถูกสร้างขึ้นจากเยลโล่โกลด์ 18 กะรัต มันถูกยกย่องให้เป็นนาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Watch) ที่ซับซ้อนที่สุด เท่าที่ Audemars Piguet เคยสร้างมา และยังเป็นหนึ่งในนาฬิการุ่นแรกๆ ที่มีคุณสมบัติในการแสดงแผนที่ท้องฟ้า

มุมมองด้านหลังของนาฬิกา ‘Grosse Pièce’ ที่มีความซับซ้อนระดับสูง © ได้รับความเอื้อเฟื้อภาพจาก Audemars Piguet

เรือนเวลาอันเป็นเอกลักษณ์นี้รวบรวม 19 กลไกซับซ้อน (Complications) ไว้ในที่เดียว ซึ่งรวมถึงฟังก์ชันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเวลาและดาราศาสตร์อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการแสดง แผนที่ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือกรุงลอนดอน ที่มีดาวถึง 315 ดวง เวลาสุริยะคติ (Sidereal Time) ปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar) ข้างขึ้นข้างแรม (Moon Phases) และสมการเวลา (Equation of Time)

นาฬิกาพกหนึ่งเดียวที่มีความซับซ้อนเหนือธรรมดา

นอกจากฟังก์ชันดาราศาสตร์แล้ว ยังมีกลไกซับซ้อนด้านเสียงและการจับเวลาที่น่าทึ่ง ทั้งนาทีรีพีทเตอร์ (Minute Repeater) กรองด์และเปอติท โซเนอรี (Grande and Petite Sonnerie) ที่สามารถตีบอกเวลาได้ และโครโนกราฟที่ใช้ในการวัดช่วงเวลา นอกจากจะเป็นนาฬิกาที่ซับซ้อนที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 ของ AP แล้ว ยังเป็นนาฬิกาพกที่มีทูร์บิญอง (Tourbillon) เพียงเรือนเดียวของแบรนด์ในยุคนั้นอีกด้วย

การรักษามรดกให้คงอยู่ต่อไปอีกหลายต่อหลายรุ่น

การกลับมาของ “Grosse Pièce” สู่ฐานที่มั่นใน Le Brassus ในช่วงปีแห่งการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ของ Audemars Piguet นอกจากจะเป็นการซื้อขาย ยังเป็นการตอกย้ำถึงการสืบทอดความรู้และอัจฉริยภาพในการประดิษฐ์นาฬิกาที่สืบทอดมายาวนานนับศตวรรษ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมผลงานที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานทางวิศวกรรมชิ้นนี้ต่อไป

ข้อมูลทางเทคนิค 
  • ชื่อรุ่น: ‘Grosse Pièce’ หมายเลข 16869 (ผลิตให้กับ S. Smith & Son, Ltd. ในช่วงปี ค.ศ. 1914–1921)
  • ตัวเรือน: ตัวเรือนเยลโล่โกลด์ 18 กะรัต ขนาด 85 มม. เป็นแบบเปิดสองด้าน มีบานพับห้าข้อ พร้อมปุ่มเลื่อนควบคุมฟังก์ชันตีบอกเวลาสำหรับเลือกโหมดเงียบ/ตีบอก (Silent/Striking) และโหมดตีบอกควอเตอร์/ชั่วโมง
  • หน้าปัด: หน้าปัดคู่ (Double Dial) หน้าปัดแรกเป็นอีนาเมลสีขาว แสดงเวลาปกติพร้อมปฏิทินถาวร โครโนกราฟพร้อมมาตร 60 นาที/12 ชั่วโมง ข้างขึ้นข้างแรม และสมการเวลา หน้าปัดที่สองแสดงเวลาสุริยะคติ 24 ชั่วโมง พร้อมแผนที่ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือกรุงลอนดอน ซึ่งประกอบด้วย 315 ดวงดาวในพื้นหลังอีนาเมลสีน้ำเงิน
  • ฟังก์ชัน: 19 ฟังก์ชันซับซ้อน ได้แก่ ทูร์บิญอง 1 นาที มินิทรีพีทเตอร์ กรองด์/เปอติท โซเนอรี (Grande/Petite Sonnerie) โครโนกราฟ ปฏิทินถาวร ข้างขึ้นข้างแรม สมการเวลา มาตรพลังงานสำรอง และเวลาสุริยะคติ 24 ชั่วโมง 
  • กลไก: กลไกจักรกลหมายเลข 16869 แบบ English style พร้อมแผ่นสามส่วนสี่ (three-quarter plate) กลไกจักรกลอกแบบ Swiss lever  
  • สาย: เป็นนาฬิกาพก (Pocket Watch) ที่มีห่วงยึดสายแบบหมุนได้ (Thief-proof swivel bow) ที่ถูกประทับตรา English Hallmarks สำหรับใช้ในการคล้องสายสร้อยนาฬิกาพก

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Streamliner Genesis 2 องค์ที่สองแห่งไตรภาค การกลับสู่ “เนื้อแท้” ที่จับต้องได้
การอัปเดตครั้งใหม่ที่ลงตัวและน่าประทับใจกับ Lange 1 Daymatic พร้อมปรับโฉมด้วยสีฮันนี่โกลด์และสีน้ำตาล
Chopard Mille Miglia Classic Chronograph Tribute to Sir Stirling Moss

Share post:

More like this

Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph สลัดลุคนาฬิกาสปอร์ตสายลุย ลดขนาดลงมา 37 มม. จับคู่กับเฉดสีชมพูและขอบหน้าปัดเพชร

เมื่อนาฬิกาสปอร์ตสายลุยลดขนาดลงมาอยู่ที่ 37 มิลลิเมตร แต่อัดแน่นด้วยวิศวกรรมกลไกจับเวลารุ่นล่าสุด Audemars Piguet นำเสนอ Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph (Ref. 26430IS) ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 37 มิลลิเมตร ที่ปรับสัดส่วนความหนาเหลือเพียง 11.5 มิลลิเมตร

เปิดมุมมองความคิดเห็นต่อวงการนาฬิกาของเด็กยุคใหม่: เมื่อเรือนเวลากลายเป็นมากกว่าแค่เครื่องบอกเวลา และการลงทุนในยุคดิจิทัล

เจาะลึกนิยามใหม่ของเรือนเวลาในมุมมองคนรุ่นใหม่ จากเครื่องบอกเวลาสู่งานศิลปะ สินทรัพย์ทางเลือก และวัฒนธรรม Pop Culture ที่ขับเคลื่อนด้วยทรงพลังของกระแสโซเชียล

ตอกย้ำกระแสนาฬิกาพก? เมื่อสิงโตคำรามจากผ้าพันคอไหม ย้ายไปอยู่บนฝา Pocket Watch ด้วยงานต่อไม้ชิ้นเล็กระดับเศษมิลลิเมตรหน้าตาจะเป็นอย่างไร?

เบื้องหลังการรังสรรค์นาฬิกาพกเรือนพิเศษ Slim d’Hermès Pocket Roaaaaar! ประจำปี 2026 ที่ผสานความงามของฝาเปิดงานต่อลายไม้ 10 ชนิดเข้ากับหน้าปัดลงยา Grand Feu และกลไกอัตโนมัติบางพิเศษ H1950 ผลิตจำกัดเพียงสีละ 3 เรือนเท่านั้น

Changes the Game? เมื่อรางวัลออสการ์ของโลกนาฬิกา ยอมทุบกำแพงเรื่องเพศ รื้อกฎเดิม จะมีอะไรซ่อนอยู่หลังกติกาใหม่ของ GPHG 2026 บ้าง?

ความเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของเวที GPHG ครั้งที่ 26 กับการประกาศเปิดรับสมัครผลงานปี 2026 ภายใต้เงื่อนไขใหม่ที่ยกเลิกการแบ่งเพศนาฬิกา และการเปิดช่องให้กรรมการล่ารายชื่อแบรนด์นอกประกวดมารับรางวัล