เมื่อเรือนเวลาระดับไอคอนอย่าง Datograph Perpetual ถูกนำกลับมาตีความใหม่ในตัวเรือนแพลทินัมประดับเพชร
ย้อนกลับไปในปี 2006 คือช่วงเวลาที่ A. Lange & Söhne เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการนาฬิกามาแล้ว ด้วยการรวมเอาสองกลไกซับซ้อนอย่างโครโนกราฟและปฏิทินถาวรมาไว้บนหน้าปัดเดียวกันเป็นครั้งแรก ผ่านมาสองทศวรรษเต็มในการเดินทางของ Datograph Perpetual แบรนด์หัตถศิลป์จากกลาสฮุตเตอได้เลือกฉลองวาระครบรอบ 20 ปีด้วยผลงานรุ่นจำกัดเพียง 50 เรือนทั่วโลก และการกลับมาครั้งนี้เป็นการดึงตัวเรือนและสายแพลทินัมอันหนักแน่นกลับมาใช้อีกครั้ง พร้อมกับเพิ่มรายละเอียดเพชรเจียระไนทรงบาแก็ตต์บนหลักชั่วโมง ตัดกับพื้นหน้าปัดสีดำสนิทได้อย่างน่าทึ่ง ถ้าลองย้อนมองพัฒนาการของ Datograph ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ชัดว่า Lange นั้นเป็นแบรนด์ที่ไม่ค่อยวิ่งตามกระแสตามฤดูกาลอยู่แล้ว แต่จะเน้นความสม่ำเสมอในการขัดเกลาสิ่งที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้วให้เฉียบคมยิ่งขึ้นมากกว่า ทั้งการเลือกใช้วัสดุอย่างแพลทินัมที่มีน้ำหนักเฉพาะตัวสูง บวกกับสายโลหะที่เข้าคู่กันตั้งแต่แรกเริ่มนั้น น่าจะให้สัมผัสบนข้อมือที่แตกต่างจากการใส่สายหนังอย่างสิ้นเชิง มันแน่น มั่นคง และแสดงตัวตนอย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องพยายามเรียกร้องความสนใจ และความน่าสนใจของเรือนนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของวาระครบรอบเพียงอย่างเดียว แต่เราจะพูดถึงวิธีการจับคู่เพชรลงบนนาฬิกาคอมพลิเคชั่นสายเทคนิค และแน่นอนแหละว่าในระดับของ Lange การใส่เพชรลงบนหน้าปัดคงไม่ได้มีไว้เพื่อโชว์ความหรูหราแบบฉาบฉวยแน่ๆ เพราะหลักชั่วโมงทรงบาแก็ตต์ที่วางเรียงบนหน้าปัดสีดำจะทำหน้าที่คล้ายตัวดักแสง เพิ่มมิติการมองเวลาให้คมชัดขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความเคร่งขรึมและสมดุลของเลเอาต์หน้าปัดอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน

หากใครเป็นแฟนตัวยงของแบรนด์นี้ คงจำกันได้ดีว่าในยุคเปิดตัวปี 2006 Datograph Perpetual นั้นปรากฏกายด้วยตัวเรือนแพลทินัมและหน้าปัดสีเงิน โดยจะมีสายโลหะเป็นออปชันเสริม ก่อนที่จะยุติการผลิตไปในปี 2011 แล้วการกลับมาของรุ่นฉลองครบรอบ ครั้งนี้จึงเป็นการนำทั้งสององค์ประกอบดั้งเดิมกลับมารวมกันอีกครั้ง คนที่ติดตามแบรนด์มานานจะเห็นเลยว่า จุดเด่นที่ชวนให้นั่งพิจารณากันจริงจังจะอยู่ที่ตัวสายโลหะแพลทินัมมากกว่าองค์ประกอบอื่นๆ เพราะภาพจำยุคหลังของ A. Lange & Söhne มักผูกติดอยู่กับสายหนังจระเข้บนนาฬิกาสไตล์คลาสสิก ทำให้สายโลหะที่เคยมีให้เลือกในยุคก่อนค่อยๆ หายไป จนเหลือเพียง Odysseus เรือนสปอร์ตเท่านั้นที่มีสายโลหะประจำการ และการปรากฏตัวของสายแพลทินัมใน Datograph Perpetual จึงเป็นอะไรที่แปลกตาและหาได้ยากในไลน์นาฬิกาซับซ้อนของแบรนด์ยุคปัจจุบัน


แม้โครงสร้างหลักของสายจะยังคงใช้การร้อยข้อต่อขนาดเล็กหลายแถวตามแบบฉบับดั้งเดิมเอาไว้ แต่ถ้าลองสังเกตดีๆ จะเห็นชัดเลยว่ารายละเอียดเชิงลึกนั้นเผยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางภาษาดีไซน์ ข้อสายรุ่นแรกปี 2006 ที่มีความโค้งมนอ่อนช้อย ในขณะที่สายรุ่นใหม่ได้รับการปรับเส้นสายให้มีความเหลี่ยมคมมากขึ้น ซึ่งใกล้เคียงกับภาษาออกแบบของ Odysseus อย่างเห็นได้ชัด มันก็สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของ Lange ที่ค่อยๆ ขยับออกจากกลิ่นอายอาร์ตเดโคในยุคแรก สู่ความคลีนและทันสมัยขึ้น แม้นักสะสมรุ่นเก๋าบางคนอาจจะยังคิดถึงคาแรกเตอร์ของสายทรงโค้งดั้งเดิมอยู่บ้างก็ตาม

ส่วนการทำงานภายในนั้น ยังคงขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ L952.1 กลไกไขลานที่รับหน้าที่ประจำการมาอย่างยาวนาน ด้วยอัตราความถี่ 2.5 เฮิรตซ์ และพลังสำรอง 36 ชั่วโมง ตัวกลไกอาจดูราวกับฟอสซิลที่ยังมีชีวิตในโลกยุคปัจจุบัน แต่นั่นคือส่วนหนึ่งของเสน่ห์อันไร้กาลเวลาที่ยังมีให้เห็น ส่วนตัวมองว่าการคงความคลาสสิกอย่างตรงไปตรงมา แล้วผสานเข้ากับสถาปัตยกรรมกลไกซ้อนชั้นและงานขัดแต่งด้วยมืออันไร้ที่ติจากซัคโซนี ทำให้ตัวเลขทางเทคนิคบนกระดาษกลายเป็นเรื่องรองไปเลยทันที มาดูในแง่ของการใช้งาน อย่างที่บอกไปว่าฟังก์ชั่นโครโนกราฟ ปฏิทินถาวรของ Lange นั้นมีภาษาที่ไม่เหมือนใคร แทนที่จะใช้หน้าปัดย่อยสามวงตามพิมพ์นิยมทั่วไป Datograph Perpetual ยังคงเค้าโครงแบบสองวงย่อยตามต้นฉบับเอาไว้ ภายใต้เลเอาต์ที่ดูแน่น แต่การอ่านค่ากลับทำได้ง่ายเพราะการจัดลำดับชั้นข้อมูล ลองดูบนหน้าปัดเราจะเห็นตำแหน่งวันที่ถูกขับให้เด่นชัดผ่านหน้าต่าง Outsize Date ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา มีวันและเดือนแยกไปอยู่บนวงย่อย 4 และ 8 นาฬิกาแทน ส่วนฟังก์ชั่นรองอย่างกลางวัน/กลางคืนและปีอธิกสุรทินจะซ่อนไว้อย่างกลมกลืน ปิดท้ายด้วยดิสก์ข้างขึ้น-ข้างแรมจะอยู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา นั่นเอง และทั้งหมดนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกรายละเอียดการใช้งานจริงล้วนได้รับการคิดมาอย่างรัดกุม ทั้งฟังก์ชั่น Flyback ที่ช่วยให้รีเซ็ตและจับเวลารอบใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องหยุดก่อน การปรับตั้งปฏิทินถาวรทำได้สองทาง ปุ่มกดที่ 10 นาฬิกาที่ช่วยเลื่อนทุกค่าไปข้างหน้าพร้อมกันเมื่อนาฬิกาหยุดเดินไม่นาน หรือจะใช้หมุดกดปรับแยกเฉพาะจุดข้างตัวเรือนสำหรับกรณีทิ้งไว้นาน พร้อมระบบความปลอดภัยที่ป้องกันการกดซ้ำโดยไม่ดึงเม็ดมะยม และล็อกปุ่มกดอัตโนมัติในช่วง 22.00 น. ถึง 02.00 น. เพื่อป้องกันความเสียหายของเฟืองกลไกอย่างชาญฉลาด

ข้อมูลทางเทคนิค
- ชื่อรุ่น: A. Lange & Söhne Datograph Perpetual (Limited Edition 50 Pieces)
- ตัวเรือน: แพลทินัม (Platinum) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มิลลิเมตร หนา 13.5 มิลลิเมตร
- หน้าปัด: สีดำสนิท ประดับหลักชั่วโมงด้วยเพชรเจียระไนทรงบาแก็ตต์ (Baguette-cut Diamonds) พร้อมหน้าต่างแสดงวันที่ขนาดใหญ่ (Outsize Date)
- ฟังก์ชั่น: โครโนกราฟจับเวลาพร้อมระบบ Flyback, ปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar) แสดงวัน เดือน ปีอธิกสุรทิน แสดงเวลาแบบกลางวัน/กลางคืน (Day/Night Indicator) และดิสก์แสดงข้างขึ้น-ข้างแรม (Moon-phase)
- กลไก: กลไกไขลาน คาลิเบอร์ L952.1 ความถี่ 2.5 เฮิรตซ์ (18,000 ครั้ง/ชั่วโมง) พลังงานสำรอง 36 ชั่วโมง
- สาย: สายโลหะแพลทินัม (Platinum Bracelet) ข้อสายดีไซน์สี่เหลี่ยมเรียบคม

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Jaeger-LeCoultre พาเปิดเบื้องหลังความนิ่งและสมาธิของ หวัง ชุ่น นักกีฬาว่ายน้ำโอลิมปิก ในซีรีส์สารคดี The Hour Before
เปิดตำนาน Ulysse Nardin ‘Freak’
Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

