Frederique Constant นำเสนอความหลากหลายของหน้าปัดนาฬิกาด้วยชุดสีใหม่บนนาฬิกา 6 รุ่น รวมถึงนาฬิกา Worldtimer อีก 2 รุ่น

Date:

สีรุ้งของสีเขียว สีกุหลาบ สีส้ม และสีลาเวนเดอร์ กระจายไปทั่วบนบางคอลเลกชั่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของแบรนด์ ตั้งแต่นาฬิกา Worldtimer อันโด่งดังไปจนถึงคอลเลกชั่นนาฬิกายอดนิยมสำหรับผู้หญิง

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้ดื่มด่ำไปกับอาหารฝรั่งเศส-สวิส และอาหารญี่ปุ่นแบบฟิวชั่น กันอย่างเต็มอิ่มที่ร้าน L’Abeille ซึ่งตั้งอยู่ในถนนที่ปูด้วยหินกรวดในย่านไทรเบกา ของนิวยอร์ก ร้านอาหารแห่งนี้เป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับ Frederique Constant ซึ่งเป็นการผสมผสานสิ่งที่ดีที่สุดของนาฬิกาสวิสเข้ากับทรัพยากรของ Citizen แห่งประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด

การผสมผสานของ 2 วัฒนธรรมนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงอาหารจานเด็ดที่เราได้ลิ้มลองและนาฬิกาสุดตระการตาที่เราได้มีโอกาสชมก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้เท่านั้น ขณะที่ Jeffrey Cohen ประธานของ Citizen Watch America ยกแก้วต้อนรับเราในค่ำคืนนั้น

เขากล่าวว่า “การให้ความสำคัญกับอาหารแต่ละคอร์สเป็นพิเศษ จากเชฟใหญ่ Mitsunobu Nagae ได้คัดสรรจานสีสำหรับอาหารของเราโดยเฉพาะเพื่อสะท้อนถึงสิ่งที่คุณจะได้เห็นในคอลเล็กชั่นล่าสุดที่เปิดตัวในค่ำคืนนี้และในแค็ตตาล็อกในปีหน้า”

สิ่งนี้ดึงดูดความสนใจของฉัน และฉันใช้เวลาที่เหลือในคืนนั้นอย่างเพลิดเพลินไปกับสีน้ำตาลอบอุ่น สีครีม และสีกลาง ๆ อื่น ๆ ควบคู่ไปกับสีที่ตัดกันของสีกุหลาบ สีเขียว สีส้ม และสีม่วง นี่อาจเป็นเรื่องราวของสีที่เราคาดหวังได้จากคอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดของ Frederique Constant

และแล้วความสัมพันธ์นี้ก็ถูกเฉลยด้วยการเปิดตัวนาฬิกาใหม่ล่าสุดของแบรนด์ ได้แก่ นาฬิกาเวอร์ชั่นใหม่ 2 รุ่นที่เพิ่มเข้ามาในคอลเล็กชั่น Worldtimer อันเป็นที่รัก และเวอร์ชั่นใหม่ 4 รุ่นที่เพิ่มเข้ามาในคอลเล็กชั่นสำหรับผู้หญิง

อาจกล่าวได้ว่าการเปิดตัวนาฬิกา Wolrdtimer ใหม่อีก 2 เวอร์ชั่น ถือเป็นการเปิดตัวที่น่าตื่นเต้นที่สุดในคืนนี้ ซึ่งจากกลไกอินเฮาส์มากกว่า 30 คาลิเบอร์ของ Frederique Constant นั้น กลไก Wolrdtimer บอกเวลาทั่วโลกถือเป็นนาฬิกาที่โดดเด่นที่สุด

โดยแบรนด์นี้เปิดตัวกลไกฟังก์ชั่นเวิลด์ไทม์คาลิเบอร์นี้เป็นครั้งแรกเมื่อกว่าทศวรรษที่แล้วซึ่งก็คือปี 2012 และได้รับการยอมรับในทันทีด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และใช้งานง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ รวมถึงราคาที่จับต้องได้ โดยฟังก์ชันที่มีความซับซ้อนนี้ทำการปรับตั้งได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้องค์ประกอบเพียงชิ้นเดียวนั่นก็คือ เม็ดมะยม

สำหรับเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดในกลุ่มนาฬิกา Worldtimer ของ Frederique Constant นั้นมีอยู่ 2 เวอร์ชั่น ได้แก่ เวอร์ชั่นตัวเรือนสเตนเลสสตีล และเวอร์ชั่นตัวเรือนโรสโกลด์ 18K ทั้งสองมาในตัวเรือนขนาด 42 มม. บรรจุกลไกอินเฮาส์คาลิเบอร์ FC-718 ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจนผ่านฝาหลังแบบกรุกระจกใส

กลไก FC-718 นี้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนกลไกที่มีความซับซ้อนซึ่งเป็นที่มาของชื่อคอลเลกชั่นนี้ โดยผู้สวมใส่จะสามารถทราบเวลาของ 24 เมืองทั่วโลกที่ปรากฎอยู่บนดิสก์บอกเวลา 24 ชั่วโมงได้ ร่วมกับ การแสดงวันที่ด้วยเข็มขนาดเล็ก โดยทุกอย่างจะถูกควบคุมการปรับตั้งโดยเม็ดมะยม

รายละเอียดที่สะดุดตาของนาฬิกา Worldtimer ทั้ง 2 เวอร์ชั่นใหม่ คือ หน้าปัด โดยก่อนหน้านี้ Frederique Constant ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นนี้ด้วยการใช้สีขาวเป็นตัวแทนของเวลากลางวัน และใช้สีดำเป็นตัวแทนของเวลากลางคืน ร่วมด้วยสีน้ำเงินซึ่งเป็นตัวแทนของท้องทะเล

แต่ตอนนี้ทางแบรนด์ได้เติมเต็มคอลเลกชั่นนี้ด้วยสีเขียวซึ่งเป็นตัวแทนของผืนดิน พื้นหลังสีเขียวฟอเรสต์กรีนที่สวยงามนี้มาพร้อมกับการตกแต่งลายซันเบิร์สต์ที่เปล่งประกายลักษณะของแผนที่โลกออกมาอย่างละเอียดอ่อนด้วยระดับแสงที่เปลี่ยนไปตามแสงตกกระทบ

และให้ความตัดกันอย่างสมบูรณ์แบบกับการตกแต่งแบบขัดเงาของพื้นทวีปต่าง ๆ เพื่อให้อ่านเวลาได้ชัดที่สุด อีกทั้งเข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงแต่ละชิ้นก็ได้รับการเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวาด้วยปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้อ่านเวลาได้แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย

นอกจากนาฬิกา Wolrdtimer แล้ว ก็ยังมีนาฬิกาใหม่ 4 เวอร์ชั่นจากคอลเลกชั่นยอดนิยมสำหรับผู้หญิง 2 คอลเลกชั่นของ Frederique Constant ได้แก่ Classic Slimline และ Highlife โดยปีนี้ถือเป็นการครบรอบ 10 ปีของคอลเลกชั่น Classic Slimline จึงถือเป็นโอกาสอันสมควรแก่การเฉลิมฉลอง แม้ว่า Highlife รุ่นดั้งเดิมจะมีประวัติยาวนานกว่าเล็กน้อย (ตั้งแต่ปี 1999) แต่ต่อมารุ่นดังกล่าวก็หายไปจากแค็ตตาล็อกของแบรนด์ และเพิ่งได้รับการฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้วในปี 2020 เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้กับคอลเลกชั่นของแบรนด์

ตลอดประวัติศาสตร์ของทั้ง 2 รุ่นเรือธง เราได้เห็นการผลิตนาฬิกาหลายรุ่นสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดในวันนี้เน้นไปที่นาฬิกาสำหรับผู้หญิงเป็นหลัก โดยมีจุดสนใจอยู่ที่หน้าปัดนาฬิกาโดย Frederique Constant ได้เพิ่มสีสันใหม่ที่สวยงามให้กับแต่ละคอลเลกชั่นถึง 2 สี

โดยสำหรับรุ่น Classic Slimline ขนาดเรือน 30 มม. คุณสามารถเลือกหน้าปัดสีขนมิงค์โทนกลาง ๆ หรือสีชมพูเข้มได้ แต่ละรุ่นมีการประดับเพชรอย่างสวยงามบนวงขอบตัวเรือนเพื่อให้ดูงามหรูโดยสมบูรณ์ ส่วนสำหรับรุ่น Highlife ขนาดเรือน 34 มม. นั้น คุณสามารถเลือกหน้าปัดสีใหม่สุดสนุกได้ 2 สี ได้แก่ สีลาเวนเดอร์ และสีส้ม

เวอร์ชั่นใหม่ทั้งหก มีจำหน่ายแล้ววันนี้ โดยนาฬิกา Worldtimer ทั้ง 2 เวอร์ชั่นเป็นการผลิตขึ้นแบบจำนวนจำกัด โดยเวอร์ชั่นเรือนสเตนเลสสตีลทำขึ้นเพียง 718 เรือน และรุ่นเรือนโรสโกลด์ 18K อีกเพียง 36 เรือน ส่วนนาฬิกาสำหรับผู้หญิงหน้าปัดสีใหม่ทั้งหลายถูกรวมเข้าอยู่ในคอลเลกชั่นปกติ

ข้อมูลทางเทคนิค: Classic Worldtimer Manufacture Ref. FC-718KWWM4H9

กลไก: อัตโนมัติ อินเฮาส์ คาลิเบอร์ FC-718 ทุกฟังก์ชั่นปรับตั้งด้วยเม็ดมะยม
ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง นาที วินาที วันที่ด้วยเข็ม เวลาเวิลด์ไทม์
ตัวเรือน: โรสโกลด์ 18K แบบ 3 ชิ้น ขัดเงา ขนาด 42 มม.
หน้าปัด: สีกากีและสีเงิน ตกแต่งรูปแผนที่โลก
สาย: หนังจระเข้สีเขียวเข้ม เย็บตะเข็บด้วยด้ายสีขาว ล็อกด้วยบานพับ

ข้อมูลทางเทคนิค: Classic Worldtimer Manufacture Ref. FC-718KWM4H6

กลไก: อัตโนมัติ อินเฮาส์ คาลิเบอร์ FC-718 ทุกฟังก์ชั่นปรับตั้งด้วยเม็ดมะยม
ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง นาที วินาที วันที่ด้วยเข็ม เวลาเวิลด์ไทม์
ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล แบบ 3 ชิ้น ขัดเงา ขนาด 42 มม.
หน้าปัด: สีกากีและสีเงิน ตกแต่งรูปแผนที่โลก
สาย: หนังจระเข้สีเขียวเข้ม เย็บตะเข็บด้วยด้ายสีขาว ล็อกด้วยบานพับ

ข้อมูลทางเทคนิค: Classics Slimline Ladies Reference FC-220LBD1SD26B

กลไก: ควอตซ์ คาลิเบอร์ FC-220
ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง นาที วันที่
ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล แบบ 3 ชิ้น ขัดเงา ขนาด 30 มม. วงขอบตัวเรือนประดับเพชร 68 เม็ดน้ำหนัก 0.054 กะรัต
หน้าปัด: สีมิงค์อ่อน ตกแต่งลายซันเรย์
สาย: สเตนเลสสตีลแบบ 7 แถว ขัดเงา

ข้อมูลทางเทคนิค: Classics Slimline Ladies Reference FC-220LPD1SD26B

กลไก: ควอตซ์ คาลิเบอร์ FC-220
ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง นาที วันที่
ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล แบบ 3 ชิ้น ขัดเงา ขนาด 30 มม. วงขอบตัวเรือนประดับเพชร 68 เม็ดน้ำหนัก 0.054 กะรัต
หน้าปัด: สีชมพู ตกแต่งลายซันเรย์
สาย: สเตนเลสสตีลแบบ 7 แถว ขัดเงา

ข้อมูลทางเทคนิค: Highlife Ladies Automatic Reference FC-303LPD2NH6B

กลไก: อัตโนมัติ คาลิเบอร์ FC-303
ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง นาที วินาที วันที่
ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล แบบ 3 ชิ้น ปัดลายและขัดเงา ขนาด 34 มม.
หน้าปัด: สีม่วง ลาเวนเดอร์ ตกแต่งลายแบบลูกโลกบนพื้นที่ส่วนกลาง
สาย: สเตนเลสสตีล ปัดลายและขัดเงา ตัวล็อกแบบบานพับ และสายยางสีขาว ตัวล็อกหัวเข็มขัด

ข้อมูลทางเทคนิค: Highlife Ladies Automatic Reference FC-303OD2NH6B

กลไก: อัตโนมัติ คาลิเบอร์ FC-303
ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง นาที วินาที วันที่
ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล แบบ 3 ชิ้น ปัดลายและขัดเงา ขนาด 34 มม.
หน้าปัด: สีส้ม แทนเจอรีน ตกแต่งลายแบบลูกโลกบนพื้นที่ส่วนกลาง
สาย: สเตนเลสสตีล ปัดลายและขัดเงา ตัวล็อกแบบบานพับ และสายยางสีขาว ตัวล็อกหัวเข็มขัด

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

ที่มา:by Cait Bazemore

Share post:

More like this

The Sphere Series 5 ผลงานรุ่นล่าสุดจาก Hautlence ที่นำเสนอลูกบอลแกะสลักสีขาวหมุนวนบนแกนสามแกนเพื่อบอกเวลาแบบ Jump Hour

สัมผัสมุมมองใหม่แห่งโลกเรือนเวลาผ่าน Hautlence The Sphere Series 5 งานประติมากรรมกลไกสามมิติบนตัวเรือนไทเทเนียมไร้ขา ที่ผสมผสานลูกบอลบอกชั่วโมงแบบ Jump Hour และเข็มนาที Retrograde เข้ากับสุนทรียภาพสีโมโนโครมได้อย่างลงตัว

Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ทำไมเรือนนี้ถึงน่าสนใจในตลาดนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำ?

เปิดตัว Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ความสนุกของหน้าปัดเรือนนี้อยู่ที่เทคนิคพิมพ์ 3 มิติ (3D-printed surface treatment) ซึ่ง Oris ตั้งใจจำลองพื้นผิวของ "สาหร่ายเคลป์" เวลาโดนแสงแดดส่องผ่านน้ำทะเลสว่างวูบวาบ

Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

เจาะลึก Urwerk UR-300 Time Quantum การปฏิวัติระบบ Wandering Hours ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ด้วยการสลัดแขนยึดสมมาตรแบบเดิม ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง T-Frame คานสลับตำแหน่งกระโดดเปลี่ยนองศาในเสี้ยววินาที พร้อมตัวเรือนไทเทเนียมรูปทรงใหม่สุดล้ำ

Jaeger-LeCoultre พาเปิดเบื้องหลังความนิ่งและสมาธิของ หวัง ชุ่น นักกีฬาว่ายน้ำโอลิมปิก ในซีรีส์สารคดี The Hour Before 

Jaeger-LeCoultre ร่วมมือกับ หวัง ชุ่น แชมป์กีฬาว่ายน้ำโอลิมปิก ในซีรีส์ The Hour Before สะท้อนความเหมือนของความแม่นยำ การฝึกฝน และเศษเสี้ยววินาทีระหว่างโลกกีฬาและเรือนเวลา