เมื่อ LM Split Escapement จาก MB&F พบกับความเชี่ยวชาญด้านการแกะสลักของ Eddy Jaquet

Date:

มีใครจำวรรณกรรมแสนคลาสสิกเรื่องเก่า ๆ ได้ไหม?

เมื่อพูดถึงงานฝีมือทางศิลปะ ชื่อ Eddy Jaquet นั้นเป็นที่เคารพนับถือจากผู้ที่เข้าใจในฝีมืออันงดงามของเขา ครั้งนี้ Jaquet ได้ร่วมงานกับ MB&F เพื่อนำเสนอนาฬิการุ่นที่สองที่สลักลวดลายด้วยชิ้นส่วน 8 ชิ้นโดยเป็นการต่อยอดจากซีรีส์นาฬิกา Legacy Machine (LM) Split Escapement หลังจากความสำเร็จของซีรีส์ Jules Verne นาฬิการุ่นใหม่ที่ผลิตขึ้นอย่างมีเอกลักษณ์เหล่านี้นำแรงบันดาลใจมาจากวรรณกรรมยอดนิยมอีกครั้ง อันได้ได้แก่ Robinson Crusoe, The Three Musketeers, The Last of the Mohicans, The Jungle Book, The Call of the Wild, Moby Dick, Treasure Island และ Robin Hood

นำเสนองานของ Eddy Jaquet ทั้งด้านหน้าและส่วนกลาง

ความร่วมมือระหว่าง Eddy Jaquet กับ MB&F เริ่มต้นขึ้นในปี 2011 ด้วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นก็คือ การแกะสลักชื่อของช่างทำนาฬิกาชื่อดัง 2 คน คือ Kari Voutilainen และ Jean-François Mojon บนบริดจ์ของกลไก Legacy Machine เป็นเวลาหลายปีที่ Jaquet ทำหน้าที่นี้ แม้ว่างานนี้จะดำเนินไปอย่างแม่นยำไร้ที่ติ แต่ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากความสามารถอันล้ำลึกของเขาอย่างเต็มที่ Maximilian Büsser เคยไตร่ตรองถึงการใช้พรสวรรค์ของ Jaquet ในขอบเขตจำกัดเช่นนี้ โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนกับการเล่นเพลง “Für Elise” บนไวโอลินของ Stradivarius ซึ่งนับว่าน่าชื่นชมแต่ก็ยังขาดศักยภาพทั้งหมดของเครื่องดนตรีชนิดนี้ไป

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในปี 2021 เมื่อ Jaquet แสดงความปรารถนาที่จะรับโปรเจ็กต์ที่ท้าทายมากขึ้น และ MB&F ก็เห็นด้วย โดยวางแผนให้นาฬิกา Legacy Machine Split Escapement เป็นพื้นฐานในการผลิตนาฬิกาซีรีส์แรกของเขา ซึ่งทั้งหมดได้รับการแกะสลักด้วยฉากที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยายอันโด่งดังของ Jules Verne ความสำเร็จของซีรีส์นี้ โดยเฉพาะรุ่น Around the World in Eighty Days ได้รับรางวัล Artistic Crafts Award ของ GPHG ในปี 2021 และนาฬิกาซีรีส์ดังกล่าวก็จำหน่ายหมดไปอย่างรวดเร็ว

การเล่าถึงเรื่องราวคลาสสิกในวัยเด็กอีกครั้ง

การออกแบบของรุ่น LM Split Escapement ที่มีฐานหน้าปัดขนาดใหญ่ทำให้ Jaquet มีผืนผ้าใบที่เหมาะสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานของเขา โดยหน้าปัดนี้ทำหน้าที่เป็นเบสเพลทของกลไกด้วย จึงมีความหนาที่แตกต่างกันโดยในบางส่วน แผ่นเบสเพลทนี้มีความหนาเพียง 0.35 มม. เท่านั้น จึงต้องทำการสัมผัสอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้โลหะทะลุ

เพื่อรองรับพื้นที่สำหรับการแกะสลักของ Jaquet ให้มากขึ้น MB&F ได้ทำการปรับเปลี่ยน LM Split Escapement อย่างละเอียดอ่อนแต่มีความสำคัญ โดยขนาดตัวเรือนได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับการแกะสลักมากขึ้น และมีการนำวงขอบตัวเรือนที่บางขึ้นมาใช้ นอกจากนี้ หน้าปัดย่อยสำหรับแสดงวันที่และพลังงานสำรองยังได้รับการออกแบบใหม่ให้มีพื้นที่เปิดกว้างมากขึ้น ทำให้ Jaquet มีพื้นที่ผิวเพิ่มขึ้นในการแสดงฉากที่ซับซ้อนของเขา

ภาพแกะสลักทุกภาพในซีรี่ส์ใหม่นี้พัฒนาขึ้นจากการมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งของ Jaquet กับเนื้อหาต้นฉบับ ผลงานของเขาไม่ได้เพียงหยิบยืมภาพประกอบที่มีอยู่แล้ว แต่ยังนำเสนอการตีความที่สดใหม่และเป็นส่วนตัวอย่างลึกซึ้งอีกด้วย กระบวนการของ Jaquet เกี่ยวข้องกับการอ่านนวนิยายแต่ละเล่มซ้ำอีกครั้งและสังเคราะห์ฉาก ตัวละคร และช่วงเวลาที่สะท้อนถึงตัวเขา ความเอาใจใส่ในรายละเอียดของเขานั้นชัดเจน ตั้งแต่ฉากที่เมาคลีซุกตัวอยู่ในอุ้งเท้าของรามาในเรื่อง The Jungle Book ไปจนถึงฉากต่อสู้ใน The Three Musketeers หน้าปัดแต่ละชิ้นจึงเปรียบเสมือนผืนผ้าใบที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันสมบูรณ์

นาฬิกาทุกเรือนในซีรี่ส์นี้มาในตัวเรือนสเตนเลสสตีลพร้อมหน้าปัดย่อยสีดำ ตัดสีกับเบสเพลทไวท์โกลด์ โดยนาฬิกาแต่ละเรือนจะมาคู่กับภาพวาดต้นฉบับที่มีลายเซ็นของ Jaquet อยู่ และเลนส์มาโคร Loupe System X6 ที่ช่วยให้เจ้าของนาฬิกาสามารถสำรวจทุกรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของภาพแกะสลักด้วยความชื่นชมอันสมควรได้รับ ตัวอย่างเช่น ในชิ้นภาพ Robinson Crusoe ที่ผู้ได้ชมจะพบกับเครื่องหมายนับจำนวนขนาดเล็ก ๆ ที่แกะสลักไว้บนไม้กางเขน ซึ่งเป็นรายละเอียดที่แทบมองไม่เห็นหากไม่ได้ใช้อุปกรณ์ขยายภาพในการมอง

Jaquet ใช้การผสมผสานระหว่างพื้นผิวด้านและพื้นผิวขัดเงาเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ทางภาพที่เปลี่ยนไปตามการเคลื่อนไหวของนาฬิกา แต่ละฉากดูมีชีวิตชีวาขึ้นเมื่อแสงสะท้อนจากส่วนต่าง ๆ ของภาพแกะสลัก ที่ช่วยเพิ่มความลึกและความมีชีวิตชีวาให้กับเรื่องราว

ข้อมูลทางเทคนิค: MB&F x Eddy Jaquet Legacy Machine Split Escapement

กลไก: ไขลาน LM Split Escapement พัฒนาสำหรับ MB&F โดย Stephen McDonnell พลังงานสำรอง 72 ชั่วโมง
ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง นาที วันที่ และพลังงานสำรอง
ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 44.5mm หนา 18.2 มม. กันน้ำได้ 30 เมตร
หน้าปัด: ไวท์โกลด์ สลักภาพด้วยมือ
สาย: หนังจระเข้สีน้ำเงินเนวีเข้ม
จำนวนการผลิต: แบบยูนีกพีซ 8 เรือน โดยแต่ละเรือนใช้ภาพต่างกัน

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

ที่มา:by Katherine Arteche

Share post:

More like this

เมื่อ Bremont เปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ด้วยซีรีส์ Air Force Blue นาฬิกานักบินจำเป็นต้องมีหน้าปัดสีน้ำเงินจริงหรือ?

สำรวจรายละเอียดเชิงลึกของ Bremont Altitude Air Force Blue แคปซูลคอลเลกชันล่าสุดที่นำเฉดสีน้ำเงินลึกของกองทัพทหารอากาศมาถ่ายทอดลงบนตัวเรือนไทเทเนียมและเหล็ก 904L ครบทั้ง 4 รุ่นยอดนิยม

แฟนๆ ว่าไงใจกล้าพอไหมที่จะทำตัวเรียบร้อย? เมื่อ Hublot ยอมดรอปความซ่าแล้วหันมาซบโทนสีมินิมอลกับ Hublot Spirit of Big Bang Essential Taupe

เมื่อแบรนด์สายซ่าขอดรอปโทนสีฉูดฉาด เจาะลึก Hublot Spirit of Big Bang Essential Taupe บทที่ 5 จาก Essential Series ที่มาพร้อมสีเทาอมน้ำตาล (Taupe) ความหรูหราแบบเงียบเชียบที่ท้าทายสายตานักสะสมทั่วโลก

หัตถศิลป์หรือแฟชั่น? มาแกะรอยความลึกซึ้งบนหน้าปัดของ Louis Vuitton Color Blossom คอลเลกชัน

ส่องอินไซด์ล่าสุดของ Louis Vuitton Color Blossom เรือนเวลารุ่นใหม่ขนาด 26 มิลลิเมตร ที่ย่อส่วนงานเจียระไนหินสีและเปลือกหอยมุกธรรมชาติชั้นสูง ลงบนตัวเรือนรูปทรงมนโค้งอันเป็นเอกลักษณ์ จากฝีมือของสตูดิโอ La Fabrique du Temps

Moritz Grossmann เฉลิมฉลองสองศตวรรษด้วยสีสันและวัสดุสดใหม่ในนาฬิการุ่น TEFNUT Silver-Plated by Friction 

ครั้งแรกกับวัสดุเยลโลว์โกลด์ การจับคู่สีที่ดูแปลกตา และการกลับมาของโลโก้วินเทจ ต้องบอกว่า ถ้ามองนาฬิการุ่นนี้ไกลๆ ในครั้งแรกเรามองเห็นนาฬิกา dress watch หน้าตาคลาสสิกเรือนหนึ่ง แต่เมื่อซูมอินดูรายละเอียดใกล้ๆ...