สำรวจเบื้องหลังหนึ่งในนาฬิกาไอคอนแห่งศตวรรษที่ 21 ผ่านมุมมองของผู้กำกับการสร้างสรรค์ผู้สานต่อจิตวิญญาณและนวัตกรรมของ Chanel Watchmaking

Date:

บทสัมภาษณ์ Arnaud Chastaingt ผู้อำนวยการฝ่าย Chanel Watch Creation Studio

มีนาฬิกาเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าของวงการนาฬิการ่วมสมัยได้อย่างแท้จริง และ CHANEL J12 คือหนึ่งในนั้น ผลงานการออกแบบระดับไอคอนนี้ได้พลิกมุมมองของผู้คนต่อความหมายของ ‘นาฬิกาสปอร์ตหรู’ จวบจนปัจจุบัน J12 ก็ยังคงเป็นหนึ่งในเรือนเวลาที่เป็นที่จดจำได้มากที่สุดในโลก ด้วยการผสานความงามอันโดดเด่น วัสดุล้ำสมัยอย่างเซรามิก และความเชี่ยวชาญด้านการทำนาฬิกาสวิสเข้าไว้ด้วยกัน

เรื่องราวของ J12 เริ่มต้นจากจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นสายอันเพรียวสง่างามและสมรรถนะของเรือยอชต์แข่งขัน Jacques Helleu อดีตผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Chanel Watches ได้จินตนาการถึงนาฬิกาที่สะท้อนทั้งความสง่างาม ประสิทธิภาพ และสไตล์เหนือกาลเวลา จุดเปลี่ยนสำคัญของ J12 คือการบุกเบิกการใช้เซรามิกในโลกนาฬิกาหรู จนถึงวันนี้ เซรามิกยังคงเป็นหัวใจสำคัญ ประกอบกับดีไซน์ที่ก้าวข้ามกรอบของนาฬิกาสำหรับเพศใดเพศหนึ่ง ด้วยเส้นสายที่สะอาดตา สีแบบโมโนโครมจนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

เวลาผ่านไปกว่าสองทศวรรษครึ่ง หลังการเปิดตัว J12 ยังคงเป็นมาตรฐานของการออกแบบนาฬิกาหรูร่วมสมัย การบุกเบิกการใช้เซรามิก รูปลักษณ์ที่จดจำได้ในทันที และการพัฒนาเชิงเทคนิคอย่างต่อเนื่อง ล้วนทำให้ J12 ครองสถานะเป็นหนึ่งในไอคอนที่แท้จริงที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

“J12 ถือกำเนิดขึ้นจากการสร้างสรรค์อันกล้าหาญและแตกต่างอย่างถึงราก โดยไม่ยอมประนีประนอมต่อข้อจำกัดใดๆ และไม่เคยรอการยอมรับจากใคร มันก้าวเข้าสู่วงการราวกับการปฏิวัติ ท้าทายกรอบความคิดและธรรมเนียมดั้งเดิม
ของโลกนาฬิกาอย่างสิ้นเชิง พลังแห่งการสร้างสรรค์อันเป็นอิสระนี้ได้เปลี่ยนมุมมองที่ผมมีต่อนาฬิกาไปอย่างสิ้นเชิง และกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในชีวิต
ของผม”

Arnaud Chastaingt ผู้อำนวยการฝ่าย Chanel Watch Creation Studio

ในช่วงงานแสดงนาฬิกา Watches and Wonders 2026 ทาง Revolution Thailand ได้มีโอกาสพูดคุยกับเมอซิเออร์ชาสแตงต์ ถึงมุมมองการสร้างสรรค์ผลงานสุดไอคอนิกอย่าง J12 รวมถึงคอลเลกชันพิเศษอย่าง Coco Game ด้วย  

คุณร่วมงานกับ CHANEL มาตั้งแต่ปี 2013

ผมยังจำได้ดีว่า CHANEL คือเมซงเพียงแห่งเดียวที่เป็น ‘ความฝัน’ อย่างแท้จริงสำหรับผม ผมไม่ได้พูดเช่นนี้เพียงเพราะวันนี้ผมทำงานอยู่ที่นี่ แต่ตั้งแต่ยังเด็ก ผมก็หลงใหลใน CHANEL มาโดยตลอด แม้ในตอนนั้นผมจะไม่รู้เลยว่าความฝันนี้จะมีวันเป็นจริงได้หรือไม่ แต่เมื่อได้รับการติดต่อจาก CHANEL มันให้ความรู้สึกราวกับว่าความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตได้กลายเป็นจริง

CHANEL น่าจะเป็นเมซงเพียงแห่งเดียวที่ทำให้ผมยอมละทิ้งเส้นทางอาชีพเดิมเพื่อก้าวเข้ามา ผมไม่เคยมองว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็น ‘งาน’ หากแต่มันคือความหลงใหล สำหรับนักออกแบบจำนวนมาก การได้ทำงานให้กับเมซงคือความฝันสูงสุดในชีวิต

เป้าหมายสูงสุดของคุณในการออกแบบให้ CHANEL คืออะไร และคุณต้องการถ่ายทอดสิ่งใดผ่านผลงานของคุณ

เป้าหมายของผมน่ะหรือ? การสร้างสรรค์คือสิ่งเดียวที่ผมทำได้อย่างแท้จริง ขออภัยหากคำตอบนี้ฟังดูเรียบง่ายเกินไป แต่สำหรับผม นั่นคือภาษาของชีวิต เป็นวิธีที่ผมใช้สื่อสารกับโลก ผมสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ มาตั้งแต่จำความได้ วันนี้ผมอายุ 46 ปีแล้ว และนับตั้งแต่วัยเด็ก การสร้างสรรค์ก็คือสิ่งที่ผมทำมาโดยตลอด


ผมมักพูดอยู่เสมอว่า หน้าที่ของผมคือการฝันและการสร้างแรงบันดาลใจ ฝันเพื่อให้ผู้อื่นได้ร่วมฝันไปด้วย Chanel คือสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับนักออกแบบ เพราะที่นี่คือ ‘เฮาส์แห่งการสร้างสรรค์’ อย่างแท้จริง อย่างที่หลายคนทราบ CHANEL ก้าวเข้าสู่โลกแห่งนาฬิกาในปี 1987 ดังนั้นเมื่อเทียบกับแบรนด์นาฬิกาอื่นๆ อีกมากมาย เราถือว่ายังเป็นผู้เล่นรุ่นใหม่ แต่ตั้งแต่วันแรกของการเดินทาง การสร้างสรรค์ก็เป็นหัวใจสำคัญของงานนาฬิกาของเมซงมาโดยตลอด และยังคงเป็นเช่นนั้นจนถึงทุกวันนี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณ CHANEL อย่างยิ่ง ที่มอบโอกาสอันล้ำค่านี้ให้ผมได้สร้างสรรค์นาฬิกาสำหรับเมซงแห่งนี้ และได้ถ่ายทอดจินตนาการของผมผ่านผลงานที่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกแห่งเมซง

ในเมื่อ J12 เป็นไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คุณมองนาฬิกาคอลเลกชันนี้อย่างไร  เป็นไอคอนแห่งแฟชั่น ความสำเร็จทางเทคนิค หรือสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม 

เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก เพราะจริงๆ แล้วผมไม่เคยมอง J12 ผ่านกรอบความคิดเช่นนั้นมาก่อน สำหรับ CHANEL นาฬิกา J12 คือหนึ่งในผลงานระดับไอคอนของเมซง เช่นเดียวกับน้ำหอม N°5 กระเป๋า 2.55 แจ็กเก็ตทวีด และนาฬิกา Première ทั้งหมดล้วนเป็นผลงานอันเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนของ CHANEL ได้อย่างชัดเจน

J12 เป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของวิสัยทัศน์ด้านการทำนาฬิกาของ Chanel กล่าวได้ว่า CHANEL ก้าวเข้าสู่โลกแห่งเรือนเวลาด้วยความมั่นใจและสง่างามตั้งแต่วันแรก ความเป็นเลิศด้านงานฝีมือและเทคนิคการผลิตเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเสมอมา แต่สิ่งที่นำพาเราเข้าสู่วงการนี้คือวิสัยทัศน์ด้านการสร้างสรรค์

เราไม่เคยพยายามจำกัด J12 ให้อยู่ในหมวดหมู่ใดหมวดหมู่หนึ่ง สำหรับเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือ J12 ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ของ CHANEL อย่างแท้จริง ผู้คนอาจนิยามมันแตกต่างกันไปตามมุมมองของตนเอง แต่สำหรับเรา J12 คือหนึ่งในไอคอนอันโดดเด่นของเมซง อย่างไม่ต้องสงสัย

นอกเหนือจากโลกแห่งการทำนาฬิกาแล้ว J12 สะท้อนรหัสการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ Chanel อย่างไร 

J12 สะท้อนตัวตนของ CHANEL ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านการใช้สีดำและสีขาว ซึ่งเป็นสองสีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเมซงแห่งนี้ หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ J12 ประสบความสำเร็จ คือเอกลักษณ์อันโดดเด่นของมัน เมื่อใครสักคนสวมใส่ J12 แม้อยู่ห่างออกไปหลายเมตร คุณก็สามารถจดจำได้ในทันที และสีดำกับสีขาวคือหัวใจสำคัญของเอกลักษณ์นั้น

อีกองค์ประกอบที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ‘ความสบายในการสวมใส่’ กาเบรียล ชาเนลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง และทันทีที่คุณสวม J12 คุณจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น ในขณะเดียวกัน วัสดุเซรามิกที่ใช้ยังมีความแข็งแกร่งและทนทานเป็นพิเศษ สำหรับกาเบรียล ชาเนล ความสบายเป็นสิ่งจำเป็น แต่คุณภาพก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และแน่นอนว่า ‘สไตล์’ คืออีกสิ่งที่ขาดไม่ได้ J12 หลอมรวมคุณค่าเหล่านี้ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จนกลายเป็นผลงานที่สะท้อนจิตวิญญาณของชาเนลได้อย่างงดงาม

ก่อนหน้านี้ คุณเป็นผู้แปลงโฉม J12  ใหม่ในปี 2019

ใช่ครับ นาฬิการุ่นนี้มีความหมายพิเศษต่อผมมาโดยตลอด ตอนที่ผมอายุราวยี่สิบปีและเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ผมหลงใหลใน J12 อย่างมาก ต่อมาเมื่อได้เข้าร่วมงานกับ CHANEL ผมก็ยิ่งให้ความเคารพต่อการออกแบบของมัน เพราะนี่คือหนึ่งในผลงานที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมก้าวเข้าสู่วงการนาฬิกา

เมื่อถึงปี 2019 และเราตัดสินใจพัฒนา J12 ให้ก้าวไปอีกขั้น นั่นกลายเป็นหนึ่งในโจทย์การออกแบบที่ท้าทายที่สุดในชีวิตการทำงานของผม บางครั้งสำหรับนักออกแบบ การเริ่มต้นจากหน้ากระดาษเปล่าอาจง่ายกว่าการเข้าไปปรับปรุง ‘ไอคอน’ ที่ผู้คนรักและจดจำอยู่แล้ว

ผมตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่า ‘ความอ่อนน้อมถ่อมตน’ คือกุญแจสำคัญของโครงการนี้ ผมไม่ใช่ผู้สร้างการปฏิวัติครั้งแรกของ J12 ผู้ที่ทำเช่นนั้นคือดีไซเนอร์รุ่นก่อน หน้าที่ของผมคือการทำความเข้าใจและให้เกียรติต่อผลงานชิ้นนั้น ในบางแง่มุม กระบวนการสร้างสรรค์ของผมในครั้งนั้นคล้ายกับงานของศัลยแพทย์มากกว่านักออกแบบ ผมต้องค่อยๆ ปรับแต่งอย่างแม่นยำและระมัดระวัง โดยไม่ทำลายจิตวิญญาณดั้งเดิมของเรือนเวลา

มันเป็นประสบการณ์ทางความคิดสร้างสรรค์ที่งดงามอย่างยิ่ง แต่ก็แตกต่างจากโครงการอย่างคอลเลกชัน Coco Game ซึ่งผมมีอิสระในการสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ในกรณีของ J12 ความรับผิดชอบของผมคือการทำให้ไอคอนเรือนนี้ยังคงร่วมสมัย ทันต่อยุคสมัย และมีความหมายต่อทั้งปัจจุบันและอนาคต โดยไม่สูญเสียตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้มันกลายเป็นตำนาน

แล้วผลงานที่คุณออกแบบในปีนี้ล่ะ คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อได้เห็นผลงาน J12 ทั้งหมดมารวมอยู่ด้วยกันในปีนี้

มันเป็นความรู้สึกแปลกอยู่เสมอ เมื่อได้เห็น ‘ลูกๆ’ ของตัวเองทั้งหมดอยู่ในห้องเดียวกัน หลังจากใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาและสร้างสรรค์พวกมันขึ้นมา แต่ไม่นานนัก ความคิดของผมก็มักจะพุ่งไปสู่อนาคต ปัจจุบันผมกำลังทำงานกับคอลเลกชันของปี 2028 และ 2029 แล้ว

เมื่อมองดูผลงานทั้งหมดเหล่านี้ สิ่งแรกที่ผมนึกถึงไม่ใช่ตัวผมเอง แต่เป็นทีมงานของผม รวมถึงทุกคนที่โรงงานผลิต (Manufacture) เพราะหากไม่มีพวกเขา ความฝันทั้งหมดก็คงเป็นเพียงภาพร่างบนกระดาษเท่านั้น

พวกเขามักมองทุกความท้าทายเป็นโอกาสเสมอ บางครั้งแนวคิดของผมก็ยากต่อการนำไปสร้างให้เป็นจริง แต่พวกเขาก็หาทางออกได้ทุกครั้ง สิ่งเดียวที่ผมสามารถมอบให้พวกเขาได้คือ ‘เวลา’ เวลาที่เพียงพอในการค้นหาคำตอบที่ดีที่สุด โดยยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพอันเข้มงวดของ CHANEL ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นเมื่อผมมองเห็นคอลเลกชันเหล่านี้ สิ่งแรกที่ผมคิดถึงจึงเป็นผู้คนเบื้องหลัง ผู้ที่ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้จริง

J12 มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนมุมมองต่อการใช้เซรามิกไฮเทคในวงการนาฬิกาหรู คุณมองว่านวัตกรรมด้านวัสดุมีบทบาทอย่างไรต่อการออกแบบของ CHANEL

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา CHANEL ได้ยกระดับเซรามิกให้กลายเป็นวัสดุล้ำค่าชนิดหนึ่งอย่างแท้จริง เซรามิกเป็นวัสดุที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมอย่างมาก แม้ว่าผมจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงคือทีมงานที่โรงงานผลิต เซรามิกเป็นวัสดุที่ซับซ้อนอย่างน่าอัศจรรย์ และยังมีอีกหลายแง่มุมที่เต็มไปด้วยความลึกลับ

ในฐานะนักสร้างสรรค์ ผมคิดว่าการไม่รู้ข้อจำกัดทางเทคนิคทุกอย่างอาจเป็นเรื่องดี หากคุณรู้มากเกินไป บางครั้งคุณอาจเริ่มหวาดกลัวที่จะสำรวจแนวคิดบางอย่าง ผมชอบรักษาความไร้เดียงสาในเชิงสร้างสรรค์เอาไว้ เพราะไม่เช่นนั้น ข้อจำกัดต่างๆ อาจกลายเป็นสิ่งที่ขัดขวางการฝัน ยกตัวอย่างเช่น โครงการนาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกระดานหมากรุก ผมต้องการให้ส่วนสีดำทั้งหมดผลิตจากเซรามิกล้วน ไม่มีใครรู้ในตอนนั้นว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่ แต่ทีมงานก็ตั้งโจทย์ท้าทายให้กับตนเอง และใช้ความเชี่ยวชาญทั้งหมดเพื่อทำให้มันเกิดขึ้นจริง นั่นเป็นครั้งแรกที่เราสามารถบรรลุสิ่งนั้นได้

สำหรับผม นวัตกรรมมักเริ่มต้นจาก ‘ความฝัน’ เสมอ Jacques Helleu ผู้สร้าง J12 รุ่นแรก ไม่ได้เริ่มต้นจากความฝันที่จะใช้เซรามิก เขาเพียงแค่ฝันถึงนาฬิกาสีดำเรือนหนึ่งเท่านั้น จากนั้นทีมงานโรงงานผลิตจึงค้นหาวัสดุที่สามารถถ่ายทอดสีดำในแบบที่เขาต้องการ พร้อมทั้งตอบโจทย์มาตรฐานคุณภาพของ CHANEL นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เซรามิกกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว J12

เช่นเดียวกันกับ J12 X-Ray ความฝันของผมเรียบง่ายมาก ผมเพียงต้องการสร้าง J12 ที่โปร่งใสทั้งหมด เพื่อเผยให้เห็นโครงสร้างอันงดงามภายในเรือนเวลา และทีมงานโรงงานผลิตก็คือผู้ที่ทำให้ความฝันนั้นเป็นจริงผ่านนวัตกรรมทางเทคนิค ผมไม่ได้แสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพียงเพราะมันเป็นเทคโนโลยีใหม่ สำหรับผม ‘การสร้างสรรค์’ ต้องมาก่อนเสมอ หากวัสดุหรือเทคโนโลยีใหม่สามารถช่วยให้แนวคิดหนึ่งมีชีวิตขึ้นมาได้ เราก็จะสำรวจและพัฒนามันต่อไป แต่จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งยังคงเป็นเรื่องของสไตล์ ความคิดสร้างสรรค์ และวิสัยทัศน์ทางศิลปะเสมอ

ผมภูมิใจในทีมงานมาก เพราะพวกเขาทุ่มเททั้งเวลาและความพยายามอย่างมหาศาลเพื่อค้นหาวิธีทำให้แนวคิดนี้เกิดขึ้นจริง มันเป็นงานที่ท้าทายอย่างยิ่ง แต่สุดท้ายพวกเขาก็ทำสำเร็จ อย่างที่คุณทราบ กระดานหมากรุกชิ้นนี้ได้พบเจ้าของของมันแล้ว ผู้ที่ตกหลุมรักมันเป็นบุคคลที่น่ารักและมีเสน่ห์มาก คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าความผูกพันทางอารมณ์ระหว่างผู้คนกับวัตถุชิ้นหนึ่งจะนำพาไปสู่เรื่องราวแบบใด และสำหรับผม การได้รู้ว่าผลงานชิ้นนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวชีวิตของใครบางคน เป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่ง

J12 Superleggera Caliber 12.1 ขนาด 42 มม. ผลิตจากเซรามิกและสตีล

ปีนี้คุณยังนำเสนอคอลเลกชันพิเศษ Coco Game  คอลเลกชันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อท้าทายขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของวงการนาฬิกา หรือมีจุดประสงค์อื่น

สำหรับ CHANEL  การทำงานผ่าน ‘ธีม’ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร นี่คือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการสร้างสรรค์ของเมซงมาโดยตลอด ผมเข้าใจดีว่าในโลกของการทำนาฬิกาแบบดั้งเดิม วิธีคิดเช่นนี้อาจไม่ใช่เรื่องที่พบเห็นบ่อยนัก แต่สำหรับเรา เราใช้แนวทางนี้มาอย่างต่อเนื่องหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็น คอลเลกชัน Electro, Couture O’Clock หรืออีกหลายคอลเลกชันที่ผ่านมา

สำหรับผม การเริ่มต้นจากธีมหนึ่งธีมแล้วตีความมันออกมาในรูปแบบของคอลเลกชันทั้งชุด เป็นกระบวนการที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก เราเริ่มจากการนำผลงานที่มีอยู่แล้วมาถ่ายทอดใหม่ผ่านสีสัน บรรยากาศ และอารมณ์ของธีมนั้น จากนั้นในระดับของนาฬิกาชั้นสูง เราก็สามารถผลักดันจินตนาการให้ไกลยิ่งขึ้น สร้างสรรค์เรือนเวลาที่มีการแสดงออกทางศิลปะมากขึ้น และเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธีมเดียวกัน

สำหรับผม นี่คือสนามเด็กเล่นแห่งความคิดสร้างสรรค์อันยอดเยี่ยม มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราต้องการท้าทายขนบธรรมเนียมของวงการเพียงเพื่อการท้าทายเท่านั้น แต่เพราะนี่คือวิธีคิดและวิธีสร้างสรรค์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดของ CHANEL เรามองนาฬิกาเช่นเดียวกับที่เมซงมองแฟชั่น น้ำหอม เครื่องประดับ หรือผลงานศิลปะอื่นๆ นั่นคือการเริ่มต้นจากแรงบันดาลใจ แล้วปล่อยให้จินตนาการนำทางการสร้างสรรค์

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

CHANEL ฉลองครบรอบ 25 ปี ด้วยนาฬิกา J12 รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน

CHANEL J12 ผลงานปฏิวัติวงการนาฬิกาที่สามารถรักษาสมดุลระหว่างความงามเชิงดีไซน์กับความจริงจังทางวิศวกรรม

สานต่อตำนาน การกลับมาของ CHANEL PREMIÈRE GALON ที่ผสมผสานความคลาสสิกและนวัตกรรมได้อย่างลงตัว

Share post:

More like this

นาฬิกาพกกำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง แต่เราเคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อนแล้วไม่ใช่หรือ?

คำแนะนำของเราคือ จงโอบรับกระแสนี้ในฐานะการชื่นชมศาสตร์แห่งเรือนเวลา มากกว่าการตามแฟชั่น เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงของนาฬิกาพกอยู่ที่คุณค่าทางประวัติศาสตร์ งานช่างฝีมือ และความซับซ้อนทางกลไกอันน่าทึ่ง WORDS: Nick Scott นาฬิกาพก แผ่นเสียงไวนิล เครื่องพิมพ์ดีด...

Minute Repeater Flying Bridges แกรนด์คอมพลิเคชันที่บอกเล่า 235 ปีแห่งงานช่างของ Girard-Perregaux

Minute Repeater Flying Bridges แกรนด์คอมพลิเคชันล่าสุดของ Girard-Perregaux  สัญลักษณ์ของจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมาตลอดกว่า 235 ปี  “Never...

4 ผลงานกลไกซับซ้อนของ A. Lange & Söhne ที่นักสะสมทุกคนควรรู้จัก

นับตั้งแต่ Ferdinand Adolph Lange ก่อตั้งโรงงานผลิตนาฬิกาในปี 1845 และ Walter Lange...

ทำความรู้จักนาฬิกาจาก 6 Microbrand ที่สร้างแบรนด์โดยไม่พึ่งพามรดกเชิงประวัติศาสตร์

เมื่อไม่มีมรดกเป็นแต้มต่อ นาฬิกา Microbrand จะสร้างตัวตนและความหมายของตัวเองขึ้นมาได้อย่างไร บทความนี้จะพาไปรู้จักกับ 6 Microbrand ที่สร้างตัวตนจากวิสัยทัศน์ของนักออกแบบ งานฝีมือแบบดั้งเดิม อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม...