เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จ 25 ปี นาฬิกา CHANEL J12 รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันจึงเป็นการแสดงความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาชั้นสูงของเมซง
WORDS : Wei Koh
แปลและเรียบเรียง : Pimpilai Boonjong

หากคุณอยากรู้ว่า นาฬิกาของ CHANEL ไม่ธรรมดาอย่างไร ผมขอให้คุณลองชมนาฬิการุ่น J12 Bleu X-Ray ที่เปิดตัวในงาน Watches & Wonders 2025 นาฬิกาซึ่งผลิตขึ้นมาเพื่อฉลองครบรอบ 25 ปีของคอลเลกชัน J12 นี้ถือเป็นการประกาศศักดาของเมซงได้อย่างสมศักดิ์ศรี นั่นเพราะ หนึ่ง เป็นดีไซน์ J12 สุดไอคอนิกที่ Jacques Helleu ออกแบบไว้เมื่อปี 2000 และได้รับการตีความใหม่เรื่อยมานับตั้งแต่ปี 2013 ภายใต้การควบคุมดูแลทิศทางการสร้างสรรค์ของ Arnaud Chastaingt อดีตดีไซเนอร์ผู้เงียบขรึมแต่เปี่ยมด้วยความสามารถของ Cartier สอง ชูความสามารถในการประดับอัญมณีของเมซง ดังจะเห็นได้จากแซฟไฟร์ทรงบาแก็ตต์ที่ประดับรอบขอบตัวเรือนและข้อกลางของสาย ซึ่งตอกย้ำความสามารถอันไม่ธรรมดาของ Châtelain โรงงานผลิตนาฬิกาและจิวเวลรี่ของ CHANEL ซึ่งมีทีมงานมากถึง 25 คนที่เชี่ยวชาญการประดับอัญมณี สาม นวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์ ดังจะเห็นได้จากตัวเรือนและสายแซฟไฟร์คริสตัลสีน้ำเงินใส
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในเรื่องการพัฒนาวัสดุสุดล้ำอื่นๆ แม้ว่าทางโรงงานจะลือชื่อในวงการจากการเป็นผู้ผลิตนาฬิกาและสายเซรามิกให้กับ CHANEL และแบรนด์อื่นๆ (ถ้าคุณสงสัยว่าแบรนด์นาฬิกาหรูหลายๆ แบรนด์จ้างโรงงานที่นี่ผลิตตัวเรือนและสายเซรามิกสวยๆ หรือเปล่า คำตอบคือเป็นไปได้) สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด กลไกสเกเลตันอินเฮาส์ Calibre 3.1 ซึ่งการออกแบบให้ก้านเม็ดมะยมสอดเข้ามาตรงอินเด็กซ์ 3 นาฬิกานั้นเป็นวิธีที่ฉลาดมาก และติดอยู่กับแซฟไฟร์คริสตัลทั้งสองแผ่น ทำให้กลไกดูราวกับลอยอยู่กลางตัวเรือน ดูน่าตื่นตาราวกับใช้เวทมนตร์


Frédéric Grangié ชายผู้ดูแลแผนกนาฬิกาและจิวเวลรี่ของ CHANEL กล่าวว่า “เราภูมิใจในสิ่งที่เราทำ แต่เรายังคงความถ่อมตนเสมอ ในปี 2027 ที่จะถึงเร็วๆ นี้ เราจะอยู่ในโลกนาฬิกาครบ 40 ปี ถ้าเทียบกับมาตรฐานการทำนาฬิกาสวิสก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่น้อยมากๆ แต่ก็ถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญซึ่งเกิดขึ้นในช่วงยุค ’90s และเราใช้แนวทางแบบเดียวกับที่เราใช้ในการทำทุกสิ่งตั้งแต่แฟชั่นไปจนถึงน้ำหอม ซึ่งก็คือ เราจริงจังในการผลิตนาฬิกาและแสดงความเป็นตัวเราผ่านความจริงจังนี้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราซื้อโรงงาน Châtelain ในปี 1993 นับแต่นั้น เราก็ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้ของเราโดยไม่หยุดนิ่ง”
Grangié เล่าแบบไม่โอ้อวดเลย แม้ว่าในความจริง CHANEL จะเป็นผู้เล่นที่สำคัญในโลกนาฬิกา นอกจากโรงงาน Châtelain ซึ่งรวม 60 สาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการผลิตนาฬิกาและจิวเวลรี่ไว้ในที่เดียวแล้ว CHANEL ยังลงทุนในแบรนด์ F.P. Journe และผลิตหน้าปัด
นาฬิกาอันน่าทึ่งหลายรุ่นที่โรงงาน Journe’s Calendrier de Genève ทางเมซงยังถือหุ้นในแบรนด์ Romain Gauthier ซึ่งได้ทำงานร่วมกันในการออกแบบกลไก ซึ่งรวมถึง Calibre 1 ด้วย นอกจากนี้ ทางเมซงยังเป็นเจ้าของร่วมของโรงงานผลิตกลไก Kenissi ซึ่งผลิตกลไกให้แบรนด์ต่างๆ รวมถึง Tudor และ Breitling และยังมีหุ้นเล็กๆ ในแบรนด์พันธมิตรอย่าง Bell & Ross และเมื่อไม่นานมานี้ ทางเมซงยังลงทุนในแบรนด์ MB&F ของ Max Büsser ด้วยก้าวที่สำคัญเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า CHANEL ไม่ได้ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ หากแต่เลือกที่จะก้าวไปบนหนทางอันยาวไกลที่เต็มไปด้วยขวากหนามเพื่อให้มั่นใจได้ว่าความจริงจังและความตั้งใจในการผลิตนาฬิกาจะดำเนินสืบไปอย่างยั่งยืน
J12 Bleu…เวลาและห้วงความรู้สึก
ในขณะที่ J12 Bleu X-Ray อาจถือเป็นนาฬิกาที่หายากและมีราคาสูงเกินเอื้อมสำหรับนักสะสมส่วนใหญ่ Chanel ได้ผลิตนาฬิกา J12 Bleu ทำจากเซรามิกสีน้ำเงินในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า Grangié เล่าว่า “นี่คือการแสดงออกถึงความเชี่ยวชาญด้านเซรามิกของเรา เราควบคุมกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่วัตถุดิบที่ผลิตในเยอรมนีโดยบริษัทที่เราเป็นเจ้าของ [Inmatec Technologies] ไปจนถึงการผลิตชิ้นส่วนนาฬิกาที่ Châtelain อย่างที่คุณได้เห็นที่นี่ มันทำให้เราตอบสนองการแสดงออกของเราได้อย่างแท้จริง สำหรับสีน้ำเงินนี้ Arnaud ได้ให้มีการทดลองและพัฒนาหลายครั้งก่อนที่เราจะตัดสินใจเลือกสีน้ำเงินด้านอันน่าดึงดูดใจนี้”
เซรามิกสีน้ำเงินของ CHANEL ยิ่งดูน่าทึ่งเมื่ออยู่ในนาฬิการุ่น J12 Bleu Diamond Tourbillon Calibre 5 รุ่นใหม่ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกลไกที่ น่าประทับใจอย่างกลไก Calibre 5 ซึ่งเปิดตัวในปี 2024 โดยใช้กลไกเบสเดียวกับ Calibre 1 ที่กล่าวถึงข้างต้นที่ทางเมซงพัฒนาร่วมกับ Romain Gauthier กลไกนี้มีบริดจ์วงกลมทำหน้าที่รองรับเฟืองทั้งหมดสำหรับชุดเฟืองของกลไก นอกจากนี้ เฟืองกลางของกรงทูร์บิญองของ Calibre 5 ยังประดับด้วยเพชรเม็ดเดี่ยวเจียระไน 65 เหลี่ยม (0.18 กะรัต)

ในส่วนของตัวเรือนเซรามิก Arnaud Chastaingt เล่าว่า
“การจะได้มาซึ่งสีน้ำเงินเฉดนี้ เราต้องทดลองผลิตผลงานต้นแบบ 24 ครั้ง และทดลองมาแล้ว 150 เฉด แค่ขั้นตอนนี้ก็กินเวลาถึง 5 ปี แต่สุดท้าย สีที่ได้นั้นเกิดจากการตัดสินใจเลือกตามความรู้สึกครับ” Grangié เสริมว่า “เฉดสีที่เราเลือกนั้นเข้ากันได้ดีกับสีดำ เนื่องจากทั้งสองสีทำให้เกิดการคอนทราสต์ที่ลงตัว มันทำให้นึกถึงวิธีที่ Gabrielle Chanel เล่นกับสีน้ำเงินและสีดำซึ่งเป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก (ในยุคของเธอ) เนื่องจากคนมองว่ามันไม่ไปด้วยกัน”
Arnaud Chastaingt



ผสานดีไซน์เข้ากับความเชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกา
หากได้ลองสวม J12 Bleu X-Ray หรือ J12 Bleu Diamond Tourbillon ไว้บนข้อมือ จะรู้ได้ทันทีว่า Chastaingt นั้นใส่ใจในเรื่องของหลักสรีรศาสตร์อย่างมาก นาฬิกาทั้งสองรุ่นมาพร้อมตัวเรือน 38 มม. ซึ่งส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าเป็นขนาดที่เหมาะกับนาฬิกาสไตล์สปอร์ตชิคที่สายเชื่อมติดกับ ตัวเรือน ทั้งสองรุ่นยังมีความสมูธซึ่งให้ความรู้สึกสบายข้อมืออย่างที่สุด และในขณะเดียวกัน วิชวลของนาฬิกาก็ยังโดดเด่นจนดึงดูดสายตาคุณได้ในทันที
การพูดว่า CHANEL เก่งเรื่องการผลิตนาฬิกาจากเซรามิกก็คงเหมือนกับการพูดว่าสตราดิวาริอุสเก่งเรื่องการผลิตคันชักไวโอลินจากไม้ หนึ่งสิ่งที่ทำให้ CHANEL แตกต่างจากแบรนด์นาฬิกาส่วนใหญ่ก็คือการขัดแต่งเซรามิกจนเหมือนกับโลหะล้ำค่า ในหมวดการผลิตนาฬิกาชั้นสูงอย่างผลงานรุ่น J12 Bleu Diamond Tourbillon Calibre 5 จะยิ่งประจักษ์ในจุดเด่นนี้ได้อย่างชัดเจนจากการขัดเงาขอบเอียง ซึ่งรวมถึงขอบตรงกลางด้วย แต่สิ่งที่คุณมองไม่เห็นก็คือเซรามิกจะต้องผ่านการขัดเงาแบบกระจกก่อนที่จะทำการเคลือบพื้นผิวแบบด้าน ดังนั้น ในกรณีของนาฬิกา CHANEL พูดได้เลยว่าทุกๆ รายละเอียดที่อยู่ในงานออกแบบคือสิ่งที่ต้องใส่ใจ จำ Calibre 1 ที่มีสะพานวงกลมสำหรับชุดเฟืองได้ใช่ไหม? จริงๆ แล้ว กลไกนี้สร้างขึ้นโดย Romain Gauthier ตามคำแนะนำของ Chastaingt เขาอธิบายว่า “ผมกำลังหาซิกเนเจอร์ในแง่วิชวล จากนั้นผมก็คิดว่า CHANEL มักจะดึงเอาอดีตมาใช้อ้างอิง เพื่อสร้างสิ่งใหม่สำหรับอนาคต แนวคิดวงกลมที่สมบูรณ์จึงกลายเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดใจ เราจึงตัดสินใจใช้สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจในนาฬิกาทุกเรือนของเรา”
“ความท้าทายคือกลไกที่ผลิตขึ้นตามภาพสเก็ตช์ของ Arnaud เราไม่พยายามปรับรูปแบบความงามของนาฬิกาให้เข้ากับกลไก หากแต่ตรงกันข้าม คุณสามารถเห็นได้จาก Calibre 1
กลไกสเกเลตัน Calibre 3.1 และ Calibre 5 Tourbillon ซึ่งเป็นกลไก อินเฮาส์ว่าดีไซน์และการผลิตนาฬิกานั้นผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว”
Frédéric Grangié เล่า
เขานิ่งคิดพลางหัวเราะก่อนจะเล่าต่อไปว่า “บางทีอาจจะเพราะว่าเรายังใหม่และไม่รู้วิธีที่ดีกว่านี้ก็ได้” แม้ว่าเขาจะกล่าวด้วยความถ่อมตน แต่เขาและ Chastaingt นั้นเข้าใจสิ่งที่กำลังทำอยู่เป็นอย่างดี นั่นก็คือการสร้างสรรค์นาฬิกาที่ประณีตที่สุดของวงการ โดยยึดมั่นในความจริงจัง และการนำเสนออัตลักษณ์ของ CHANEL อย่างกล้าหาญ
ข้อมูลทางเทคนิค
J12 Bleu Diamond Tourbillon Calibre 5
- กลไก: กลไกไขลาน Calibre 5 สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที และฟลายอิ้งทูร์บิญอง
- ตัวเรือน: 38 มม. เซรามิกแบบด้าน และสตีลเคลือบสีดำ ขอบตัวเรือนประดับบลูแซฟไฟร์
บาแก็ตต์ 34 เม็ด กันน้ำลึก 50 เมตร - หน้าปัด: หน้าปัดสีน้ำเงินด้านโอเพนเวิร์ก กรงฟลายอิ้งทูร์บิญอง
ประดับเพชรเดี่ยว (0.18 กะรัต) - สาย: เซรามิกสีน้ำเงินด้าน ขอบขัดเงา ตัวล็อกแบบพับเคลือบสีดำ
- จำนวน: จำกัดเพียง 55 เรือน
J12 Bleu X-Ray
- กลไก: กลไกไขลาน Calibre 3.1 สำรองพลังงาน 55 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที
- ตัวเรือน: ขนาด 38 มม. แซฟไฟร์คริสตัลสีน้ำเงิน และไวท์โกลด์ 18K เคลือบสีดำ
กันน้ำลึก 30 เมตร - หน้าปัด: แซฟไฟร์คริสตัลใส
- สาย: แซฟไฟร์คริสตัลสีน้ำเงินเคลือบสีดำ และไวท์โกลด์ 18K เคลือบสีดำ ประดับบลูแซฟไฟร์ทรงบาแก็ตต์ 138 เม็ด (~10.15 กะรัต) และตัวล็อกไวท์โกลด์ 18K เคลือบสีดำ
- จำนวน: จำกัดเพียง 12 เรือน
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่
5 นาฬิกาเซรามิค เรือนเวลาแห่งความงามที่แฝงความทนทาน
5 เทรนด์นาฬิกาแห่งปี 2025 จากเวที Watches and Wonders Geneva
ศิลปะแห่งการลงยา งานฝีมือเหนือกาลเวลาแห่งโลกเรือนเวลา

