เมื่อความจัดจ้านของสตรีทแวร์ปะทะโครงสร้างล้ำยุค เจาะลึกวิสัยทัศน์เบื้องหลัง AP x AMBUSH ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไรนะ?

Date:

ถอดรหัสแนวคิดการตัดทอนสิ่งเร้าของ Yoon & Verbal สู่เรือนเวลาไทเทเนียมขนาด 38.5 มิลลิเมตร ที่ใช้สีแดงของกรงทัวร์บิญองเป็นศูนย์กลางของพลังงาน

Audemars Piguet Royal Oak Concept Flying Tourbillon Yoon and Verbal

ในการทำคอลลาบอเรชันระหว่างแบรนด์นาฬิกาชั้นสูงกับศิลปินร่วมสมัย สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นคือการแต่งแต้มสีสันหรือการนำโลโก้ไปจัดวางในพื้นที่เปิด แต่สำหรับ Audemars Piguet กับผลงานล่าสุดที่พัฒนาร่วมกับ Yoon Ahn และ Verbal สองผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นระดับโกลบอลอย่าง AMBUSH กลับเลือกเดินในทิศทางที่ตรงกันข้าม พวกเขาไม่ได้เพิ่มสิ่งแปลกปลอมเข้าไปเพื่อตอกย้ำตัวตน แต่เลือกที่จะ “ตัดทอน” สิ่งเร้าบนหน้าปัดลง เพื่อเปิดทางให้โครงสร้างทางวิศวกรรมได้ทำหน้าที่เล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา

เรือนเวลารุ่นพิเศษ Royal Oak Concept Flying Tourbillon “Yoon and Verbal” ที่เปิดตัวในจำนวนจำกัด 150 เรือนนี้ คือการผสมผสานมุมมองแบบมินิมัลลิสต์เข้ากับสถาปัตยกรรมสามมิติอันเป็นอัตลักษณ์ของตระกูล Concept ได้อย่างน่าสนใจ

ความผูกพันของนักสะสม และการเลือกสัดส่วนที่พอดีกับข้อมือ

สำหรับ Verbal ต้องบอกว่าเขาคือหนึ่งในผู้คร่ำหวอดในวงการเพลง และเป็นผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม เรียกได้ว่าไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับ Audemars Piguet ในฐานะนักสะสมนาฬิกาตัวยง เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า Royal Oak Concept รุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 2002 คือหนึ่งในของสะสมที่เขารักมากที่สุด เพราะมันคือจุดเริ่มต้นของตระกูลนาฬิกาที่ท้าทายขนบเดิมๆ ของอุตสาหกรรมเวลา

เมื่อได้รับโจทย์ให้มาร่วมออกแบบเรือนเวลารุ่นใหม่ ทั้งคู่จึงเลือกที่จะนำเสนอมุมมองที่เน้นเนื้อหาและความหมาย (Substance over trend) โดยเลือกใช้ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 38.5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นสัดส่วนที่กะทัดรัดและคล่องตัวเมื่อเทียบกับรุ่นดั้งเดิมในอดีตที่มีขนาด 44 มิลลิเมตร ตัวเรือนโดดเด่นด้วยการเล่นระดับของพื้นผิวผ่านเทคนิคการพ่นทราย (Sandblasted) การขัดซาติน (Satin-brushed) และการขัดเงา (Polished) ช่วยขับเน้นเหลี่ยมมุมตามหลักเรขาคณิตให้ชัดเจน เม็ดมะยมทำจากเซรามิกสีดำขันเกลียว แนบสนิทไปกับสถาปัตยกรรมของตัวเรือนอย่างลงตัว

สีแดงบนหน้าปัดอเวนเจอรีน กับการอ้างอิงถึงแกนกลางโลก

หลังจากที่เราได้เห็นเรือนเวลานี้ สิ่งที่สะดุดสายตาเป็นอันดับแรกเมื่อมองมาที่หน้าปัดคือ กรงฟลายอิ้งทูร์บิญอง (Flying Tourbillon) ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ที่ทำมาจากอะลูมิเนียมอโนไดซ์สีแดงสด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ Audemars Piguet ที่มีการใช้เทคนิคทำสีแดงบนชิ้นส่วนนี้

Verbal ได้อธิบายถึงแนวคิดเบื้องหลังการเลือกใช้สีแดงไว้ว่า 

“สีแดงเป็นสีที่มีพลังสำหรับพวกเราเสมอมา และกรงทูร์บิญองก็เปรียบเสมือนหัวใจของนาฬิกา มันคือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ทุกอย่างเคลื่อนไหว สีแดงทำให้นึกถึงแกนกลางของโลก ซึ่งเป็นจุดกำเนิด เป็นแหล่งพลังงาน และท้ายที่สุดแล้ว มันคือจุดเริ่มต้นของการที่มนุษย์เราใช้วัดค่าของเวลา”

การเลือกใช้สีแดงสดบนกรงทูร์บิญองนั้นถูกขับให้เด่นชัดขึ้น ด้วยพื้นหลังของหน้าปัดหิน Black Aventurine (อเวนเจอรีนสีดำ) ที่ให้ประกายระยิบระยับคล้ายท้องฟ้ายามค่ำคืน ล้อมรอบด้วยการเจียรขอบมุมสีเงินเทาขัดเงาแบบกระจก (Mirror-polished silver grey-toned bevels) โครงสร้างหน้าปัดถูกออกแบบให้เป็นแบบกึ่งสเกเลตัน (Partly openworked) เพื่อเปิดเผยให้เห็นการจัดวางชุดเกียร์และจักรกลภายใน ช่วยลดทอนความหนาแน่นและสร้างมิติความลึกที่มองเห็นทางเดินของพลังงานได้อย่างชัดเจน

กลไก Calibre 2982 พลังงานไขลานที่ถูกเปิดเผย

ในส่วนของหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนนาฬิกาเรือนนี้ คือกลไกไขลานด้วยมือ Calibre 2982 ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากกลไกทูร์บิญองรหัส 2964 ของแบรนด์ โดยทีมวิศวกรของ AP ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างสถาปัตยกรรมภายในเพื่อให้สอดรับกับแนวคิดมินิมัลลิสต์ของ Yoon และ Verbal โดยการตัดสิ่งรบกวนสายตาออกไปทั้งหมด

จักรกลฟลายอิ้งทูร์บิญองทำหน้าที่ต้านทานแรงดึงดูดของโลกเพื่อรักษาความเที่ยงตรง โดยตัวกรงจะหมุนครบรอบทุกๆ 1 นาที ความพิเศษของระบบฟลายอิ้งทูร์บิญองคือการยึดโครงสร้างจากด้านล่างเพียงด้านเดียว ทำให้ไม่มีสะพานจักรด้านบนมาบดบังสายตา ผู้สวมใส่จึงสามารถมองเห็นการทำงานของบาลานซ์วีลและเอสเคปเมนต์ได้อย่างเต็มที่จากฝั่งหน้าปัด

ชิ้นส่วนต่างๆ ของกลไกผ่านการตกแต่งด้วยมืออย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นการพ่นทรายระดับไมโคร (Microblasting) การขัดซาติน และการลบเหลี่ยมมุม กลไกชุดนี้ทำงานด้วยความถี่ 3 เฮิรตซ์ (21,600 ครั้งต่อชั่วโมง) และสามารถสำรองพลังงานได้ยาวนาน 72 ชั่วโมง เมื่อพลิกไปด้านหลัง ฝาหลังแซฟไฟร์จะเผยให้เห็นแผ่นเพลตขัดแต่งโทนสีดำร่วมสมัย พร้อมสลักข้อความ “Audemars Piguet”, “Y/V” และ “Limited Edition” เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์การร่วมมือในครั้งนี้

ระบบสายถอดเปลี่ยนง่ายและลวดลายไมโครโมเสก

สิ่งที่ประทับใจมากๆ สำหรับนาฬิกาเรือนนี้ เราได้เห็นว่าเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและมีความเป็นสตรีทแวร์ นาฬิการุ่นนี้จึงเป็นรุ่นแรกในขนาด 38.5 มิลลิเมตรที่ได้รับการติดตั้งระบบถอดเปลี่ยนสายได้ด้วยตัวเอง (Interchangeable strap system) ช่วยให้ผู้สวมใส่ปรับเปลี่ยนอารมณ์ของนาฬิกาได้อย่างสะดวก ตัวนาฬิกามาพร้อมกับสายยางสีดำลาย “Micro-mosaic” และมีสายยางสีแดงลวดลายเดียวกันแถมมาให้ในชุดกล่อง ความน่าสนใจของการออกแบบสายคือการปั๊มลายบุนวม (Quilted pattern) ไว้ที่บริเวณซับในของสายยาง ซึ่งช่วยเพิ่มความนุ่มนวลและลดการเสียดสีเมื่อสัมผัสกับผิวข้อมือ

ข้อมูลทางเทคนิค 
  • รุ่น: Audemars Piguet Royal Oak Concept Flying Tourbillon “Yoon and Verbal” Limited Edition (หมายเลขอ้างอิง: 26643TI.OO.D002CA.01)
  • ตัวเรือน: วัสดุไทเทเนียม (Titanium) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 38.5 มิลลิเมตร ความหนา 11.4 มิลลิเมตร ประสิทธิภาพการกันน้ำ 20 เมตร
  • หน้าปัด: หินอเวนเจอรีนสีดำ (Black aventurine) โครงสร้างแบบกึ่งโอเพ่นเวิร์ก เข็มนาฬิกาทองคำขาว 18 กะรัตเคลือบสีดำพร้อมสารเรืองแสงสีเทา ขอบหน้าปัดด้านในสีดำพร้อมสเกลนาที
  • กลไก: กลไกไขลานด้วยมือ คาลิเบอร์ 2982 (Calibre 2982) พร้อมระบบฟลายอิ้งทูร์บิญอง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกลไก 29.5 มิลลิเมตร ทำงานด้วยความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง (3 เฮิรตซ์) พลังงานสำรองขั้นต่ำ 72 ชั่วโมง
  • สายและตัวล็อก: สายยางสีดำลาย “Micro-mosaic” พร้อมซับในลายบุนวม ติดตั้งตัวล็อกบานพับไทเทเนียมสลักอักษร AP (มาพร้อมสายยางสีแดงเพิ่มเติมในชุด และสามารถสั่งซื้อสายสีเทาแยกต่างหากได้)
  • จำนวนการผลิต: ลิมิเต็ดอิดิชัน 150 เรือนทั่วโลก

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
The Royal Pop? เมื่อ Audemars Piguet อาจจะเลือกทิ้งความเคร่งขรึม เพื่อเดิมพันกับความสนุกที่โลกต้องจับตาว่าอะไรจะเกิด!!
นาฬิกา collaboration การหลอมรวมนวัตกรรมและงานคราฟต์แมนชิพชั้นยอดที่แสดงถึงความแน่นแฟ้นในอุตสาหกรรมนาฬิกา
เจาะลึกไฮไลต์ Grand Seiko จากงาน Watches and Wonders 2026

Share post:

More like this

Louis Vuitton เผยโฉม Tambour Spin Time 5 รุ่นใหม่ในคอลเลกชันถาวร ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเมื่อปีที่แล้ว

ยลโฉมคอลเลกชัน Tambour Spin Time ประจำปี 2026 จาก Louis Vuitton ที่ผสานกลไกจั๊มป์อورดอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับสีสันสดใหม่ ทั้งหน้าปัดโอปอล์ออสเตรเลีย, สีเขียวมะกอก, ฟ้า Spin Time Air, Antipode และฟลายอิ้งทูร์บิญองหน้าปัดแซลมอนในตัวเรือนแพลตตินัม

NOMOS Orion Gold Neomatik “New Black” นิยามใหม่ของเดรสวอทช์ความเรียบหรูระดับไฮเอนด์ 

NOMOS Glashütte เปิดตัว Orion Gold Neomatik “New Black” เดรสวอทช์ตัวเรือนทองคำแท้ 18k ขนาด 36.4 มม. จับคู่หน้าปัดสีดำ Galvanised และกลไกอินเฮาส์แบบบางพิเศษ DUW 3001 สำรองพลังงาน 43 ชั่วโมง มอบความเรียบหรูสไตล์มินิมอลเยอรมันอย่างแท้จริง

Girard-Perregaux ต่อยอดการฉลองครบรอบ 50 ปี โมเดล Laureato ด้วย Laureato Fifty Tourbillon Micro-Rotor 39 m

นอกจากขนาดตัวเรือนที่เล็กลงแล้วยังยกระดับไปอีกขั้นด้วยทูร์บิญองและไมโครโรเตอร์ เราได้เห็นพัฒนาการของนาฬิกาสปอร์ตหรูรุ่น Laureato จาก Girard-Perregaux อย่างต่อเนื่อง และในปีที่ 50 ของนาฬิการะดับไอคอนิกรุ่นนี้เราก็ได้เห็น การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยพร้อมกับการก้าวไปอีกขั้นของ...

การปรับโฉมครั้งใหม่ของนาฬิกาแข่งระดับตำนานกับ TAG Heuer Carrera Chronograph Sport 42 มม. รุ่นใหม่

TAG Heuer เผยโฉม Carrera Chronograph Sport รุ่นใหม่ที่ปรับสัดส่วนตัวเรือนลงเหลือ 42 มม. เพื่อความเพรียวบางและสวมใส่สบายยิ่งขึ้น พร้อมหน้าปัดดีไซน์ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์ Calibre TH20-00 สำรองพลังงาน 80 ชั่วโมง มีให้เลือกถึง 5 เวอร์ชัน