เมื่อความอ่อนช้อยของดีไซน์ยุค 80 บรรจบกับความเรียบง่ายร่วมสมัย
การหยิบเอาความอ่อนช้อยของอัญมณีมาวางไว้บนข้อมือคือจุดแข็งที่ Baume & Mercier ถนัดมาตลอด ล่าสุดกับการเปิดตัวคอลเลกชั่น Joia (โช-ยา) ในงาน Watches and Wonders 2026 ที่เรามองว่าเป็นการประกาศจุดยืนในการทำนาฬิกาสำหรับผู้หญิงอย่างจริงจังอีกครั้ง โดยเน้นไปที่ความนุ่มนวล เรียบง่าย และให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังใส่ “เครื่องประดับ” ที่บอกเวลาได้ มากกว่าจะเป็นแค่เครื่องมือทางวิศวกรรม

จุดเด่นที่ทำให้ Joia สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นคือตัวเรือนทรงกลมขนาด 28 มม. ที่ออกแบบมาแบบไม่มีขาตัวเรือน (Lugs) ทำให้สายนาฬิกาเชื่อมต่อกับตัวเรือนได้อย่างไร้รอยต่อ ดูสมูทและเน้นส่วนโค้งมนให้เด่นชัดขึ้น ความเพรียวบางเพียง 7.2 มม. ช่วยให้นาฬิกาแนบไปกับข้อมือได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนตัวชอบการเลือกใช้หินอาเกตสีดำ (Black Agate) มาประดับบนเม็ดมะยมทรงโดม ซึ่งตัดกับตัวเรือนสเตนเลสสตีลได้อย่างขรึมและมีมาด

ความสนุกของคอลเลกชั่นนี้อยู่ที่การนำเสนอผ่าน 3 รุ่นหลักที่มีบุคลิกต่างกัน รุ่นหน้าปัดสีเงินซันเรย์จับคู่กับสายหนังสีน้ำเงิน Midnight Blue ให้ลุคที่ดูสุภาพและสุขุม ขณะที่รุ่นตัวเรือนเคลือบทอง PVD จับคู่กับสายหนังสีดำและตัวเลขโรมันมอบความคลาสสิกที่ดูแพงขึ้นมาอีกระดับ แต่ถ้าใครชอบความเท่แบบโมเดิร์น รุ่นสายเหล็กถักแบบ H-link คือคำตอบที่ลงตัวมาก เพราะมันทำให้ภาพรวมของนาฬิกาดูเป็นเนื้อเดียวกันและใส่ได้จริงในทุกโอกาสตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

นอกจากรุ่นปกติแล้ว ยังมีรุ่นพิเศษ (Limited Production) ที่หยิบเอาแรงบันดาลใจจากงานดีไซน์ในยุค 80 มาเล่าใหม่ โดยเพิ่มความระยิบระยับด้วยการประดับเพชร 40 เม็ดล้อมรอบขอบหน้าปัด และใช้การขัดลายแบบกากบาท (Crisscrossed satin) บนหน้าปัดสีเงิน ซึ่งพอมารวมกับสายเหล็กที่มีการปั๊มนูนลายข้อสายแบน มันให้ความรู้สึกที่วินเทจนิดๆ แต่ยังดูทันสมัยมาก

ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูบอบบาง Joia ขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์ Ronda 751 ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 5 ปี มั่นใจได้ในเรื่องความแม่นยำและการดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยาก สำหรับเราแล้ว Joia ไม่ใช่นาฬิกาที่พยายามตะโกนบอกความหรูหรา แต่มันคือการเติมเต็มสไตล์ส่วนตัวให้สมบูรณ์แบบ เป็นเพื่อนร่วมทางที่เข้าใจความต้องการของผู้หญิงสมัยใหม่ที่มองหาความงามที่มาพร้อมกับความง่ายและใส่สบายในชีวิตประจำวัน
ข้อมูลทางเทคนิค
- ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล (มีรุ่นเคลือบทอง PVD) ขนาด 28 มม. หนา 7.2 มม. ดีไซน์แบบไร้ขาตัวเรือนเพื่อความสมูท
- เม็ดมะยม: ทรงโดมประดับด้วยหินอาเกตสีดำ (Black Agate)
- หน้าปัด: รุ่นมาตรฐานหน้าปัดสีเงินซันเรย์ (Silver Sunray) พร้อมหลักชั่วโมงแบบขีดหรือตัวเลขโรมัน
- รุ่นพิเศษ (Limited Production)หน้าปัดลายกากบาท (Crisscrossed Satin) ประดับเพชร 40 เม็ด (0.31 กะรัต) รอบขอบหน้าปัด
- กลไก: ควอตซ์ Ronda 751 (อายุการใช้งานแบตเตอรี่ 5 ปี)
- สาย: สายหนังสีน้ำเงิน Midnight Blue หรือสีดำ สายโลหะแบบ H-link หรือสายเหล็กปั๊มนูนลายข้อสายแบน (สำหรับรุ่น Limited)
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Cartier สานต่อตำนานผู้สร้างสรรค์รูปทรงแห่งเวลา ด้วยการตีความใหม่ของเรือนเวลารูปทรงโดดเด่นในอดีตกาล
Czapek & Cie Antarctique Cosmic Blue: จุดบรรจบของกาลเวลาและอวกาศในตัวเรือนไทเทเนียม
Chopard ในงาน Watches and Wonders 2026 เน้นความบางเฉียบและการผสานงานวิศวกรรมระดับสูงเข้ากับวัสดุรักษ์โลก

