เจาะลึกแก่นแท้ของ ‘Quiet Luxury’ ผ่านเรือนเวลา Laurent Ferrier

Date:

พร้อมเปิดมุมมองของนักสะสมผู้ได้สัมผัสแนวคิด Quiet Luxury บนเวทีเสวนา The Irresistible Charm of Laurent Ferrier: A Journey into The Heart of Quiet Luxury

คำว่า ‘Quiet Luxury’ กลายเป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในวงการแฟชั่น ว่ากันว่านี่คือนิยามแห่งความหรูหราแห่งยุคปัจจุบันที่ไม่จำเป็นต้องเปล่งเสียงดังเพื่อประกาศความอู้ฟู่ แต่มันคือความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ความเรียบง่ายอย่างเงียบเชียบที่สุด ภายใต้บริบทของวงการนาฬิกาแล้วคำคำนี้หมายความว่าอย่างไร และเรือนเวลาแบบไหนที่บ่งบอกความรุ่มรวยอันเงียบงันได้ดีที่สุด มาค้นหาความหมายของ Quiet Luxury บนเวทีเสวนา The Irresistible Charm of Laurent Ferrier: A Journey into The Heart of Quiet Luxury โดย นายแพทย์ทวิราป ตันติวงษ์  – นายแพทย์ผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งนาฬิกาจักรกล Mr.Robert Bailey – Head of Sales of Laurent Ferrier โดยมี Ms. Kate Lime – Reginal GM แห่ง Sincere/Pendulum ร่วมเป็นผู้ดำเนินบทสนทนา

ความหมายของ ‘Quiet Luxury’

‘Quiet Luxury’ ไม่ใช่เพียงแค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นปรัชญาที่คงอยู่มาอย่างยาวนาน คุณเคท ผู้ดำเนินบทสนทนาได้เริ่มต้นการเสวนาด้วยการอ้างอิงถึงแบรนด์ Laurent Ferrier ในฐานะตัวแทนของแนวคิดนี้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งขึ้น และยังได้บอกเล่าประสบการณ์ที่ถ่ายทอดความรู้สึกที่ได้สัมผัสความ Quiet Luxury ในชีวิตประจำวันผ่านเรื่องราวของเสื้อแจ็กเก็ต Loro Piana ของคุณปู่ จากนั้นผู้ร่วมเสวนาได้แก่คุณโรเบิร์ต ตัวแทนของแบรนด์ และนายแพทย์ทวิราภ นักสะสมนาฬิกาผู้ครอบครองนาฬิกา Laurent Ferrier ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในมุมมองและประสบการณ์ของตนเอง

โดยในมุมมองของนักสะสมผู้มีความพิถีพิถันในการสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองเสมอ นายแพทย์ทวิราภได้นิยามความหมายของคำคำนี้ไว้ว่า  “มาตรฐานที่อยู่ในระดับที่มีเพียงความเป็นเลิศเท่านั้น มาตรฐานที่คำว่า ‘พอใช้ได้’ ไม่เคยเพียงพอ และมีเพียงผู้ที่กล้าก้าวข้ามขอบเขตแห่งหน้าที่เท่านั้นจึงจะเป็นผู้ชนะ นั่นแหละคือความหรูหราอย่างแท้จริงครับ”” และได้ขยายความไว้ดังนี้

“ความหรูหรานั้นอาจปรากฏออกมาในรูปของวัตถุ ที่ถูกสร้างขึ้นจากความทุ่มเทของใครสักคน ซึ่งในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นบริบท งานช่างฝีมือ การขัดแต่ง หรือวัสดุที่ใช้ ล้วนเต็มไปด้วยความเป็นเลิศ จนคำว่าความจำเป็นแทบไม่มีความหมายอีกต่อไป เพราะนี่คือผลงานของผู้ที่ผลักดันสิ่งนั้นไปจนถึงขีดสุดของความสมบูรณ์แบบ แต่ความหรูหราก็สามารถเป็น ‘แรงขับเคลื่อน’ ได้เช่นกัน เพราะบางคนเชื่อว่าคุณต้องอาศัยอิทธิพลหรือ ‘รัศมี’ จากวัตถุ เพื่อยกระดับและเปลี่ยนแปลงตนเองให้รู้สึกถึงความหรูหรา

ดังนั้นผมจึงอยากจะบอกกับทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ว่า พวกคุณล้วนเป็นคนที่มีมาตรฐานสูงส่ง และผมขอย้ำกับทุกคนว่า พวกคุณเองคือความหรูหรา เพราะคุณได้กำหนดมาตรฐานของตัวเองขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าคุณจะเลือกแสดงออกอย่างเงียบงัน หรือเปิดเผยมากกว่านั้น นั่นคือการตัดสินใจส่วนตัวของคุณเอง”

มีอยู่สองคำกล่าวที่ผมจดจำมาตั้งแต่เด็ก หนึ่งคือ ‘ความเรียบง่ายคือความซับซ้อนในระดับสูงสุด’ และ ‘พูดเบา ๆ แต่จงถือไม้ใหญ่ไว้ในมือ’ และนี่แหละคือสิ่งที่คำว่า Quiet Luxury หมายถึงสำหรับผมอย่างแท้จริง”

นายแพทย์ทวิราป ตันติวงษ์

ส่วนคุณโรเบิร์ตผู้รู้จักในตัวตนของนาฬิกาที่คงความเรียบหรูอยู่ในดีเอ็นเอมาตั้งแต่คำว่า Quite Luxury จะกลายเป็นกระแสลุกลามในหลายวงการให้ความเห็นว่า อันที่จริงแล้วทาง Laurent Ferrier ไม่ได้นิยามตัวเองว่าเป็น Quite Luxury อย่างชัดเจน แต่ถ้าหากได้มีโอกาสทำความรู้จักกับทีมงานเบื้องหลังที่มีความเรียบง่ายและถ่อมตนอย่างยิ่ง จะสามารถสัมผัสได้ทันทีว่า บุคลิกเช่นนั้นสะท้อนผ่านผลงานออกแบบนาฬิกาในทุกรายละเอียดของ Laurent Ferrier  

“สิ่งที่เรามุ่งมั่นทำคือการใส่ใจในทุกรายละเอียดเล็กๆ ตั้งแต่เข็มนาฬิกา ตัวเรือน กลไกภายใน การขัดแต่งพื้นผิว หรือแม้แต่เม็ดมะยม เราพยายามเจาะลึกและทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ และเราหวังว่าการใส่ใจในรายละเอียดทั้งหมดนี้จะส่งต่อบางสิ่งที่พิเศษจนคุณสัมผัสได้”

ในฐานะผู้ที่ได้สัมผัสเรือนเวลา Laurent Ferrier อย่างแนบชิด  นายแพทย์ทวิราภยังได้ขยายความนิยามแห่งความหรูที่ไม่ป่าวประกาศตัวตนของเรือนเวลาแบรนด์นี้ไว้ว่า

                  “การรังสรรค์เรือนเวลารูปแบบนี้ไม่ได้ทำขึ้นท่ามกลางเสียงอึกทึก แต่รังสรรค์ขึ้นท่ามกลางความโดดเดี่ยวอันเงียบงันต่างหากครับ”

นายแพทย์ทวิราป ตันติวงษ์

ซึ่งการจะได้มาซึ่งคาแรกเตอร์ดังกล่าว ต้องอาศัยความเพียรพยายามอย่างยิ่งยวดในการผลักดันตัวเองให้ก้าวข้ามมาตรฐานเดิมๆ 

“ผมมั่นใจว่าเมื่อเราผลักดันมาตรฐานของตัวเอง เราทำมันอยู่ภายใน ไม่จำเป็นต้องออกไปประกาศบนอินสตาแกรมหรือโซเชียลมีเดีย เพราะสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งรบกวนที่ไม่จำเป็น คุณไม่ต้องการการยืนยันจากคนอื่น เพราะเมื่อคุณเองคือความหรูหรา คุณก็เป็นผู้ยืนยันคุณค่าของตัวเองได้อยู่แล้ว เนื่องจากคุณไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาและผลักดันตัวเองให้ดียิ่งขึ้น”                                                             

ความประทับใจใน Laurent Ferrier

เมื่อเอ่ยถามถึงการเริ่มต้นทำความรู้จักและความประทับใจในนาฬิกาของ Laurent Ferrier นายแพทย์ทวิราภเล่าว่า เขาได้ค้นพบแบรนด์ Laurent Ferrier จากความหลงใหลในกลไกนาฬิกาที่มีประสิทธิภาพสูง และตกหลุมรักในกลไกขับเคลื่อน โดยเฉพาะชิ้นส่วน Natural Escapement ซึ่งเป็นกลไกที่ซับซ้อนและมีเพียงช่างนาฬิกาเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำได้

“ผมได้ค้นพบว่า เมอร์ซิเออร์เฟอร์ริเยร์ได้คิดค้นวิธีควบคุมการปลดปล่อยพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านกลไกที่เรียกว่า “Natural Escapement” ซึ่งไม่เป็นที่นิยมมากนัก เพราะมันเป็นกลไกที่ทำได้ยากมากจริงๆ นาฬิกาจักรกลส่วนใหญ่ที่ผู้คนสวมใส่กันใช้ระบบที่เรียกว่า ‘Swiss Lever Escapement’ ซึ่งทำงานได้เสถียร แต่ไม่ถึงกับมีประสิทธิภาพสูงสุด ในขณะที่ระบบ Natural Escapement นั้นมีความเสถียรน้อยกว่า และในโลกนี้มีเพียงช่างทำนาฬิกาเพียงสามคนเท่านั้นที่สามารถทำได้ หนึ่งในนั้นคือ Kari Voutilainen ถ้าคุณอยากได้นาฬิกาของเขา คุณต้องรออย่างน้อย 8 ปี อีกคนคือ François-Paul Journe ซึ่งคุณต้องลงชื่อในลิสต์รอ เพื่อให้ได้ครอบครองนาฬิกาที่มีกลไกพิเศษนี้ และในที่สุดผมก็ได้ค้นพบว่ามี คุณ Laurent Ferrier อีกคนหนึ่ง ซึ่งน่าทึ่งมาก เพราะมีผู้นำผลงานของเขาเข้ามาให้ได้สัมผัสที่ประเทศไทยนี่เอง”

คุณโรเบิร์ตยังได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความซับซ้อนที่น่าสนใจอย่างยิ่งของชิ้นส่วน Natural Escapement ไว้ดังนี้

“ผมคิดว่าสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับกลไก Natural Escapement ก็คือ มันไม่ใช่กลไกที่ช่างนาฬิกาจะได้เรียนรู้จากโรงเรียนทำนาฬิกาทั่วไปเลย และถึงแม้ว่าเราจะรับช่างฝีมือที่มีประสบการณ์สูงมาจากแบรนด์ใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียง ช่างที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปีหรือมากกว่านั้น พวกเขาก็ยังต้องผ่านการฝึกอบรมกับเราต่ออีก 1-2 ปีก่อนที่จะสามารถทำงานกับกลไกนี้ได้จริง หลายคนจึงถามผมว่า “ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น?” ผมคิดว่าคำตอบนั้นมาจากปรัชญาของเรา นั่นก็คือ ความตั้งใจที่จะสร้างสิ่งที่พิเศษ แตกต่าง และใส่ใจในทุกรายละเอียด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณได้พูดคุยกับทีมเกี่ยวกับการพัฒนาและการออกแบบกลไก จะเห็นได้ว่าความตั้งใจแรกเริ่มคือ ‘ถ้าคุณถอดนาฬิกาออกในคืนวันศุกร์หลังเลิกงาน มันควรจะยังทำงานได้อยู่ในเช้าวันจันทร์’ นั่นคือแรงบันดาลใจแรกของการพัฒนากลไกนี้ ซึ่งสะท้อนแนวคิดการใช้งานจริงอย่างแท้จริง”

ในส่วนของความประทับใจที่นักสะสมผู้พิถีพิถันในสิ่งที่เลือกสรร และรู้จักทุกองค์ประกอบของนาฬิกาจักรกลเป็นอย่างดี ความประทับใจแรกที่นายแพทย์ทวิราภมีต่อเรือนเวลาที่บรรจุชิ้นส่วนกลไกที่เขาหลงรัก คือความเรียบลื่นและความสบายขณะสวมใส่

          “คุณเคยรู้สึกไหมครับ เวลาที่ใส่รองเท้าคู่ใหม่หรือเสื้อผ้าใหม่ๆ แล้วมันมีขอบที่แข็งหรือแหลม แม้ว่ามันจะดูสวยแค่ไหนก็ตาม แต่พอเดินไปสักพัก โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่ใส่รองเท้าส้นสูงคงเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ความทรมาน’ ได้ดีเลยทีเดียว เช่นเดียวกันกับนาฬิกา ถ้านาฬิกามีขอบหรือมุมแหลมอยู่บนข้อมือของคุณ แล้วคุณต้องขยับแขนบ่อยๆ หรือชอบทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวมาก โดยยังใส่นาฬิกาอยู่ มันจะไม่สบายเอาเสียเลย

ดังนั้น การทำให้นาฬิกามีความเรียบลื่นและสวมใส่ได้อย่างสบายในขณะเดียวกันกับที่ยังคงความสง่างามไว้ได้ ต้องอาศัยทั้ง ความสมมาตรที่สมบูรณ์แบบและการขัดแต่งผิวอย่างไร้ที่ติ”

คุณโรเบิร์ตตามมาสมทบด้วยการเชิญชวนให้ไปลองสัมผัสเรือนจริงที่บูติก SHH Pendulum แล้วจะเข้าใจในสัมผัสอันไร้ที่ติของ Laurent Ferrier

“เวลาคุณเห็นนาฬิกาของ Laurent Ferrier วางอยู่ในหน้าต่างดิสเพลย์ในบูติก รูปลักษณ์ภายนอกของนาฬิกาพวกนี้อาจจะไม่ได้ดึงดูดความสนใจคุณตั้งแต่แรก แต่ถ้าคุณได้ลองหยิบขึ้นมาสวมบนข้อมือ ความรู้สึกที่คุณสัมผัสได้ มันเหลื่อเชื่อมาก”

ดีไซน์เรียบง่ายแต่แยบยลและมั่นคงในตัวตน

ในขณะที่นาฬิกาที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกทูร์บิญองส่วนใหญ่เลือกที่จะอวดโฉมกรงทูร์บิญองอย่างภาคภูมิใจบนหน้าปัด แต่ Laurent Ferrier เลือกที่จะซ่อนสุดยอดกลไกแก้ปัญหาแรงโน้มถ่วงนี้ไว้ด้านหลัง อะไรคือเบื้องหลังการออกแบบที่แสนจะถ่อมตนและแยบยลเช่นนี้ คุณโรเบิร์ตได้ให้เหตุผลไว้ว่า สาเหตุที่ Laurent Ferrier เลือกวางตำแหน่งกลไกทูร์บิญองไว้ด้านหลังตัวเรือน เพื่อคงดีไซน์สะอาดตาและความสมดุลของหน้าปัด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาพกแบบดั้งเดิม และดำเนินตามปรัชญาของเมอร์ซิเออร์เฟอร์ริเยร์ที่ต้องการแยกความงามเชิงสุนทรียะออกจากโลกเชิงกลไก

      ผู้ก่อตั้งแบรนด์นาฬิกาที่มีเสน่ห์ในความเรียบอันล้ำเลิศยังมีข้อกำหนดในเชิงดีไซน์อีกหลายข้อด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ “การบรรจุคอมพลิเคชันที่มีประโยชน์” หมายความว่า แต่ละคอมพลิเคชันที่บรรจุเข้ามาในนาฬิกาแต่ละรุ่นต้องเป็นไปเพื่อการส่งเสริมฟังก์ชันการใช้งานในชีวิตประจำวัน อย่างในรุ่น Classic Traveler ที่มีการเสริมคอมพลิเคชันปฏิทินรายปีและฟังก์ชัน moon phase เข้ามาโดยถูกออกแบบให้อ่านค่าบนหน้าปัดได้ง่าย และสะดวกในการใช้งาน

“เมอร์ซิเออร์เฟอร์ริเย่ร์ชอบพูดเชิงขำๆ อยู่บ่อยๆ ว่า เขาอายุ 78 ปีแล้ว ดังนั้น ฟังก์ชันต่างๆ บนหน้าปัดต้องถูกออกแบบมาให้อ่านค่าได้ง่าย และรับกับดีไซน์สะอาดตาบนหน้าปัดด้วย”

              ส่วนข้อจำกัดอื่นๆ ในเชิงดีไซน์นั้น Laurent Ferrier ไม่เคยปิดกั้น แม้กระทั่งการ customize ตามความต้องการของลูกค้าในบางครั้งก็สามารถทำได้ แต่ต้องทำให้สอดคล้องกับดีไซน์ดั้งเดิมของรุ่นนั้น และไม่สูญเสียตัวตนของแบรนด์ไป

              “มีอยู่ครั้งหนึ่งลูกค้าของเราเพิ่งออกรถสปอร์ตคันใหม่สีเหลืองสดเลยครับ และเขาอยากได้นาฬิกาหน้าปัดสีเดียวกับรถ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ห่างไกลจากดีเอ็นเอของเรามากๆ แต่ทีมดีไซน์ของเราสามารถจัดการผลิตชิ้นงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ยังสามารถผลิตหน้าปัดสีเดียวกันกับรถออกมาได้ แต่โทนดาวน์ลงให้ยังดูสงบเสงี่ยม ไม่เรียกร้องความสนใจจนเกินไป

              แต่ถ้าถามว่าดีไซน์แบบไหนที่เราคงไม่มีวันทำ คำตอบคือเราคงไม่ไปยุ่งกับกลไก โลโก้ ขนาดและตำแหน่งของเข็มนาฬิกา เราสามารถเปลี่ยนสีเข็มนาฬิกาได้ แต่เราจะไม่เปลี่ยนรูปทรงของมัน”

ในมุมมองของนักสะสมที่นิยมหยิบนาฬิกาเรือนโปรดที่มีกลไกซับซ้อนสูงอย่างทูร์บิญองมาใส่ในชีวิตประจำวัน การพรางตัวกลไกชั้นเลิศไว้ด้านหลังไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ เพราะความรู้สึกและความสบายที่มอบขณะสวมใส่นั้นสำคัญยิ่งกว่า  

“ผมรู้สึกดีเหมือนกันที่ไม่จำเป็นต้องสวมใส่นาฬิกาที่มีชื่อเสียง หรืองานกลไกซับซ้อนระดับสูงเพื่อให้ใครต่อใครรู้ว่าผมมีมันอยู่บนข้อมือ สิ่งแรกที่ผมชอบ คือ ‘ความสบาย’ นาฬิกาทูร์บิญองรุ่นก่อนหน้านั้นที่ผลิตออกมา ซึ่งโรเบิร์ตได้กรุณาหาให้ มันทำจากวัสดุที่ค่อนข้างหนัก แต่ด้วยความเรียบลื่นของมัน ทำให้สวมใส่ได้ง่ายและรู้สึกสบายมาก เพราะมีความเรียบง่าย สงบเสงี่ยม และไม่ดึงดูดความสนใจจนเกินไป ผมใส่นาฬิกาเรือนนี้เดินเที่ยวที่มิลาน ทั้งแถวดูโอโมและถนน Via Montenapoleone โดยไม่ถูกใครเข้ามารบกวนหรือเสี่ยงต่อการถูกแก๊งมาเฟียในละแวกนั้นฉกแขนไป เพราะถ้ามีกลไกทูร์บิญองอยู่ด้านหน้า มันคงจะส่งสัญญาณที่ไม่ดีในยุคนี้ และคุณก็รู้ดีว่าของแบบนี้ ‘ถ้าคุณรู้ คุณก็รู้’ ดังนั้นผมจึงอยากอยู่ในกลุ่มคนที่ ‘รู้’ เท่านั้น”

ความเพียรพยายามสู่ความสมบูรณ์แบบ

นาฬิกาที่มีการตกแต่งสุดแสนอลังการนั้นป่าวประกาศความล้ำเลิศของงานช่างฝีมืออย่างโจ่งแจ้ง แต่ Laurent Ferrier เลือกทำในทางตรงกันข้าม แต่ไม่ได้ละเลยในทุกรายละเอียด แม้กระทั่งในซอกมุมที่หลบซ่อนจากสายตาก็ยังไม่ละทิ้งความพยายามที่จะขัดแต่งพื้นผิวให้เนี้ยบกริบที่สุด และความพยายามขัดเกลาในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่หากไม่ได้พินิจอย่างใกล้ชิดคงแทบจะดูไม่ออก สำหรับนักสะสมที่มองเห็นคุณค่าในงานช่างฝีมือเหล่านี้นี่คือความหรูหราขั้นสูงสุดที่มนุษย์สามารถผลิตได้ด้วยสองมืออันชำนาญ และความจดจ่อระดับสูง  

        “ถ้าคุณมองไปที่สะพานจักรรูปตัว W โดยเฉพาะตรงนี้ เห็นมุมภายในทั้งสี่มุมนั่นไหมครับ? การขัดเงาตรงจุดที่ผิวทั้งสองด้านมาบรรจบกันนั้นเงาราวกับกระจกเลยทีเดียว ถ้าทำพลาดแม้แต่นิดเดียว คุณจะเห็นความแตกต่างของระดับการขัดเงาระหว่างสองด้านทันที และนั่นอาจทำให้ทั้งสองด้านเสียหายไปด้วย พูดง่าย ๆ คือ ต้องขัดให้ทุกพื้นผิวสะท้อนในระดับเดียวกันอย่างต่อเนื่อง ยิ่งชิ้นส่วนมีขนาดใหญ่และยาวมากเท่าไร ช่างทำนาฬิกาก็ต้องนั่งก้มอยู่เงียบๆ เหนือโต๊ะทำงานนานขึ้นเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าการขัดแต่งนั้นสมบูรณ์แบบที่สุด

“ปีศาจอยู่ในรายละเอียดครับ ใครๆ ก็ทำสิ่งใหญ่ได้ แต่การทำสิ่งเล็กๆ ให้สมบูรณ์แบบนั้นต่างหาก ที่ต้องใช้ทักษะ และนั่นแหละคือ “ความหรูหรา” ที่แท้จริง”

นายแพทย์ทวิราป ตันติวงษ์

              สำหรับคุณโรเบิร์ตผู้รู้จักแบรนด์ Laurent Ferrier อย่างลึกซึ้งให้ความเห็นว่า นอกจากการขัดแต่งผิวอย่างประณีตในทุกซอกมุมแล้ว งานช่างฝีมือที่ต้องอาศัยความชำนาญขั้นสูงและทำให้สมบูรณ์แบบได้ยากยิ่งย่อมเป็นการตกแต่งผิวด้วยลวดลาย Côtes de Genève ที่ต้องเวลาในการผลิตยาวนาน และด้วยกำลังการผลิตอยู่ที่จำนวน 500 เรือนต่อปี ขั้นตอนการตกแต่งพื้นผิวใช้เวลาราวเรือนละ 2 สัปดาห์ การเร่งกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มจำนวนนาฬิกาให้พร้อมจำหน่ายอาจไม่ใช่แนวทางที่ทางแบรนด์เลือกที่จะปฏิบัติในตอนนี้  

              “ตอนนี้เราไม่ได้มีแผนจะขยายการผลิตเลย แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าในอีกสักห้าปี หรืออาจจะนานกว่านั้น เราอาจค่อย ๆ เพิ่มจำนวนขึ้นทีละนิด เป็นราว ๆ 700 หรือ 800 เรือนต่อปีอะไรประมาณนั้น แต่ความท้าทายใหญ่ที่สุดของเราคือ การจ้างพนักงาน โดยเฉพาะการหาช่างตกแต่งพื้นผิว ที่สามารถขัดแต่งผลงานให้ออกมาสมบูรณ์ในระดับที่เราต้องการ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นผมคิดว่า การเพิ่มกำลังการผลิตแบบฉับพลันนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับเรา เพราะเราคงไม่สามารถหาช่างฝีมือได้ทัน และไม่สามารถฝึกให้พวกเขาไปถึงระดับคุณภาพที่เราต้องการได้เร็วพอที่จะทำเช่นนั้น”

               นั่นทำให้เรือนเวลาของ Laurent Ferrier ยังคงเป็นที่ต้องการในกลุ่มนักสะสมผู้รู้จริง ด้วยปริมาณการผลิตที่จำกัดและงานช่างฝีมือที่หาตัวจับยาก ความรู้สึกของผู้ได้มีโอกาสครอบครองจึงเป็นความรู้สึกที่ได้สัมผัสความเฉพาะตัวที่สงวนไว้สำหรับผู้ที่มองเห็นคุณค่าอย่างแท้จริงเท่านั้น ตามที่หนึ่งในผู้มีโอกาสได้ครอบครอง Laurent Ferrier ได้เผยความรู้สึกดังกล่าวไว้บนเวทีเสวนาว่า

              “มันเป็นความพึงพอใจที่เงียบสงบ ความรู้สึกที่ได้รู้ว่ามีใครบางคนอุทิศตนทำสิ่งนี้ขึ้นมาอย่างสุดฝีมือ ผมไม่รู้ว่าพวกเขาใช้เวลาทำไปกี่ชั่วโมง แต่มั่นใจว่าคงนับเป็นร้อยๆ ชั่วโมง เพื่อประกอบทุกชิ้นส่วน ทุกกลไกเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ ถ้าคุณอยากเริ่มเดินทางในเส้นทางของการเป็นคนรักนาฬิกา ลองไปที่ช็อปแล้วขอดูนาฬิกาทูร์บิญองรุ่นที่มี double balance spring ดูสิครับ การออกแบบของรุ่นนี้คือมีสปริงขดสองชุดอยู่ใต้บาลานซ์วีล ซึ่งสามารถรองรับการหมุนของบาลานซ์วีลได้หากเกิดการกระแทก และเมื่อคุณนำสิ่งนั้นมาใส่ไว้ในกรงทูร์บิญอง แล้วประกอบเข้ากับนาฬิกาเรือนนี้ มันคือความพึงพอใจที่เกิดจากการที่ใครบางคนได้สร้างวัตถุที่เต็มไปด้วยความจริงแท้ จุดมุ่งหมายที่ชัดเจน สมาธิ และความเพียรพยายาม

ผมรู้สึกโชคดีที่ได้มีช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อดื่มด่ำกับมัน แค่นั้นก็เพียงพอสำหรับผมแล้ว ผมไม่ต้องการสิ่งอื่นใดอีกเลย”

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

‘The Aesthetics of Speed and Altitude’: ดีไซน์ที่สะท้อนตัวตน และจับใจนักสะสมของ IWC Schaffhausen บนเวทีเสวนาโดย Revolution
The Evolution of Product Development: เส้นทางอนาคตแบรนด์นาฬิกาอิสระ Bovet, Czapek & Cie และ SHH Pendulum โดย Revolution
เจาะลึกเสน่ห์แห่งนาฬิกาสเกเลตันบนเวทีเสวนา “The Art & Precision of Skeletonised Watchmaking” โดย Revolution ในงาน Bangkok Watch Week 2025

Share post:

More like this

Jaeger-LeCoultre พาเปิดเบื้องหลังความนิ่งและสมาธิของ หวัง ชุ่น นักกีฬาว่ายน้ำโอลิมปิก ในซีรีส์สารคดี The Hour Before 

Jaeger-LeCoultre ร่วมมือกับ หวัง ชุ่น แชมป์กีฬาว่ายน้ำโอลิมปิก ในซีรีส์ The Hour Before สะท้อนความเหมือนของความแม่นยำ การฝึกฝน และเศษเสี้ยววินาทีระหว่างโลกกีฬาและเรือนเวลา

Tudor ต้อนรับดีเจเทคโนระดับโลก Charlotte de Witte ร่วมครอบครัว Born to Dare ถ่ายทอดสปิริตกล้าฉีกทุกกฎเกณฑ์  

Tudor สร้างความฮือฮาด้วยการดึง Charlotte de Witte ดีเจเทคโนมือหนึ่งของโลก มาร่วมเป็นแอมบาสเดอร์ในแคมเปญ Born To Dare เพื่อสะท้อนตัวตนความกล้าและนอกกรอบ

H. Moser & Cie. เปิดตัว Streamliner Pump งาน collab สุดคูลด้วย Pump Party ที่คูลยิ่งกว่า

เกมชูตบาสเก็ตบอล โพสท่าถ่ายรูปบนแทรมโพลีน บอลลูนสีน้ำเงิน-ส้ม และนาฬิการุ่น Novelties ที่หลายคนอยากเห็นเรือนจริง ต้องบอกเลยว่า งานเปิดตัวอย่างเป็น ‘ทางการ’ ของ...

สรุปไฮไลต์นาฬิกาเปิดตัวใหม่วีคแรกของเดือนตุลาคม 2026 จาก 5 แบรนด์ดัง 

อัปเดตเทรนด์นาฬิกาล่าสุดประจำเดือนตุลาคม 2026 รวบรวมเรือนเวลารุ่นเด่นทั้ง Oris Big Crown Pointer Date, Frederique Constant The Elements, Omega Seamaster Diver 300M, MeisterSinger Panthero Jumping Hour และ Parmigiani Fleurier TORIC